ตอนที่ 768
บทที่ 1198 : มุ่งหน้าสู่พระราชวังต้องห้าม!
October 22, 2026
ตระกูลหลิงภายใต้การนำของหลิงหยุนเวลานี้..สมาชิกทุกคนต่างก็กระตือรือร้น และขยันฝึกฝนวรยุทธ และกำลังภายในยิ่งนัก! อีกทั้งเวลานี้หลังจากที่หลิงหยุนได้วางค่ายกลหลุมพลังไว้ภายในคฤหาสน์ตระกูลหลิงจึงมีพลังชีวิตอยู่อย่างหนาแน่น แม้ไม่อาจเทียบเท่ากับถ้ำสุขาวดีในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่ แต่ก็นับว่ามากมายทีเดียว นั่นเพราะพลังชีวิตทั่วทั้งเมืองปักกิ่ง ต่างก็ถูกค่ายกลหลุมพลังของหลิงหยุนดูดเข้ามากักเก็บไว้.. การฝึกฝนวรยุทธและกำลังภายในก็ไม่ต่างจากการตีเหล็ก การตีเหล็กนั้นผู้ตีย่อมต้องขยันออกแรงฉันใด ผู้ฝึกฝนวรยุทธเองก็ย่อมต้องหมั่นเพียรฝึกฝนวิชาฉันนั้น.. ไม่เช่นนั้นแล้ว..ต่อให้มีพลังชีวิตที่เข้มข้นจนเป็นของเหลว หรือได้รับโอสถพลังชีวิตเข้าไปทุกวัน แต่กลับไม่ขยันหมั่นเพียรที่จะฝึกฝนวิชา ก็ยากนักที่จะก้าวหน้าได้.. เวลานี้ทุกคนที่อยู่ในคฤหาสน์ตระกูลหลิงต่างก็ขยันขันแข็ง และตั้งหน้าตั้งตาฝึกวิชาของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจินเหยียวซึ่งมีเวลาว่างมาก จึงใช้เวลาทั้งหมดไปกับการฝึกฝนวิชา ทำให้สามารถก้าวหน้าได้รวดเร็ว.. แม้แต่หนิงหลิงยู่กับตี้เสี่ยวอู๋ที่เพิ่งจะมาถึงตระกูลหลิงเมื่อวานนี้เมื่อพบว่าภายในคฤหาสน์ตระกูลหลิงมีพลังชีวิตเข้มข้นเช่นนี้ ทั้งคู่จึงออกมาฝึกฝนวิชาในยามวิกาลโดยไม่ต้องมีผู้ใดเรียก.. หลิงหยุนซึ่งอยู่ในห้องฝึกวิชาได้เปิดจิตหยั่งรู้ออกสำรวจภายในคฤหาสน์ตระกูลหลิงและภาพที่เห็นก็ทำให้เขาถึงกับพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ เพราะมีเพียงผู้ที่ไม่รู้วรยุทธอย่างต่งยั่วหลาน ฉางหลิง ฉีเสี่ยวชิง และถังเมิ่งเท่านั้น ที่ไม่ออกมาฝึกฝน.. …. “ฉันคืนให้นาย..” หลิงหยุนเดินไปหาถังเมิ่งที่บ้านพร้อมกับยื่นแหวนในมือคืนให้กับเขา “แหวนพื้นที่ที่นายเคยอยากได้นักหนาไม่ใช่รึ” “เอาล่ะ..นายจัดการกัดนิ้วตัวเอง แล้วหยดเลือดลงไปที่แหวนสักสองสามหยด!” หลิงหยุนยิ้มให้กับถังเมิ่งพร้อมกับสั่งให้เขาหยดเลือดของตัวเองลงไปเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของแหวนวงนี้.. “ห๊ะ!” ถังเมิ่งจ้องมองแหวนในมือพร้อมกับยกนิ้วมือที่เหลือทั้งห้าอีกข้างขึ้น และมีสีหน้าลังเลว่าจะกัด หรือไม่กัดดี.. “หรือจะให้ฉันช่วย!” หลิงหยุนเรียกกระบี่ยาวออกมาถือไว้ในมือพร้อมกับทำสีหน้าดุดันกระหายเลือด.. “พี่หยุน..พี่จะบ้าไปแล้วหรือยังไง เก็บกระบี่นั่นไปได้เลย.. ฉันจะกัดนิ้วตัวเอง!” ถังเมิ่งเห็นกระบี่ยาวคมกริบเช่นนั้นก็ร้องอุทานออกมาอย่างตกใจ และรีบยกนิ้วชี้ขึ้นกัดทันที จากนั้นจึงทำการหยดเลือดของตนเองลงไปบนแหวน และหลังจากที่แหวนดูดเลือดของถังเมิ่งเข้าไปแล้ว หลิงหยุนจึงสั่งให้ถังเมิ่งสวมแหวนเข้าไปในนิ้ว พร้อมกับอธิบายว่า “ตอนนี้นายรู้สึกว่าเชื่อมต่อกับแหวนแล้วหรือยัง” ถังเมิ่งพยักหน้าหลิงหยุนจึงอธิบายต่อว่า “เอาล่ะ.. นายใช้จิตใจของตัวเองสื่อสารกับแหวน แล้วทดลองเคลื่อนย้ายสิ่งของเข้าไปเก็บข้างในแหวนดู!” “สื่อสารกับแหวนผ่านทางจิตใจ!จะบ้าเหรอพี่หยุน.. ฉันทำเป็นที่ไหนเล่า?!” แม้หลิงหยุนจะเคยถ่ายเทพลังอมตะจากพู่กันจักรพรรดิลงไปในร่างของถังเมิ่งแต่เขาก็เป็นเพียงแค่คนธรรมดาที่ไม่เคยฝึกกำลังภายในมาก่อน จึงไม่รู้วิธีสื่อสารด้วยจิตใจ และนับเป็นเรื่องยากสำหรับถังเมิ่งมากทีเดียว.. และนี่คือความแตกต่างระหว่างผู้ฝึกกำลังภายในกับคนธรรมดาทั่วไปในการฝึกกำลังภายในนั้น ย่อมต้องอาศัยจิตใจที่ตั้งมั่นเป็นสมาธิ เพื่อให้ผู้ฝึกได้สัมผัสถึงจุดตันเถียน และเส้นลมปราณต่างๆภายในร่างกายได้ อีกทั้งยังต้องสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนที่ของลมปราณภายในร่างกายด้วย.. ด้วยเหตุนี้..ผู้ที่ฝึกกำลังภายในจึงสามารถสื่อสารกับแหวนพื้นที่ได้ไม่ยากนัก เนื่องจากมีจิตใจที่ตั้งมั่นอยู่แล้ว แต่ถังเมิ่งนั้นแตกต่างกัน.. “เอ่อ..” หลิงหยุนครุ่นคิดหาวิธีอยู่ครู่หนึ่งจึงบอกกับถังเมิ่งว่า “เอาล่ะ.. นายลองจินตนาการว่าแหวนพื้นที่คือกล่องเปล่า จากนั้นก็วาดภาพว่านายกำลังหยิบของชิ้นนั้นเข้าไปไว้ในกล่อง ทดลองทำแบบนี้ซ้ำๆ..” ถังเมิ่งขมวดคิ้วกัดฟันแน่นและพยายามทำตามที่หลิงหยุนบอกอยู่หลายสิบครั้ง แต่ก็ล้มเหลวทุกครั้งไป ใบหน้าของถังเมิ่งจึงบูดบึ้งและอารมณ์หงุดหงิด.. “ถังเมิ่ง..นายไม่ต้องเครียดไป แล้วก็ไม่ต้องเร่งรีบกดดันตัวเองมากนัก ไว้วันไหนนายว่างๆ อารมณ์ดีๆ แล้วค่อยทดลองทำดูใหม่ ถ้านายไม่เคร่งเครียด อาจจะทำได้ดีกว่านี้ก็ได้..” “อืมม..”ถังเมิ่งทำเสียงงึมงำอยู่ในลำคอเพราะหลังจากที่ทดลองอยู่ราวสิบกว่าครั้งแต่ไม่สำเร็จ เขาก็เริ่มถอดใจ และยอมแพ้ในที่สุด!“ภายในแหวนพื้นที่นี้แตกต่างจากห้องเก็บของทั่วไปหากวันข้างหน้านายสามารถใช้มันได้แล้ว จำไว้ว่าห้ามนำสิ่งมีชีวิตเข้าไปไว้ในนั้น แม้จะเป็นสัตว์ก็ตาม!”“แล้วก็ต้องจำไว้ว่าห้ามใช้แหวนพื้นที่ต่อหน้าผู้อื่นโดยเด็ดขาด!ไม่ว่านายจะเรียกของเข้าหรือออกจากแหวนพื้นที่ ต้องระมัดระวังไม่ให้มีใครสังเกตเห็นได้ ไม่อย่างนั้นแหวนของนายอาจถูกคนอื่นแย่งชิงไปได้..”หลิงหยุนจริงจังกับข้อห้ามสองข้อนี้มากจึงได้ย้ำเตือนถังเมิ่งด้วยสีหน้าเคร่งเครียด!“พี่หยุน..แต่ตอนนั้นพี่ยังโชว์มายากลออกทีวีเลย!” ถังเมิ่งถามขึ้นทันทีหลิงหยุนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน..“ก็คนที่มันต้องการจะแย่งชิงแหวนไปจากฉัน ถูกฉันฆ่าตายจนหมดแล้วน่ะสิ!”“…..”ถังเมิ่งได้แต่นิ่งอึ้งเถียงไม่ออกแล้วจึงตอบไปว่า “อืม.. ฉันจะจำไว้ให้ขึ้นใจ!”“ดีมาก!เพราะจากนี้ไปคนที่นายต้องพบเจอและติดต่อด้วย ล้วนแล้วแต่เป็นยอดฝีมือ หากนายให้พวกเขาพบสมบัติล้ำค่าชิ้นนี้เข้า นายต้องถูกฆ่าชิงแหวนไปแน่..”“พี่หยุน..”หลังจากที่ตี้เสี่ยวอู๋ฝึกวิชาเสร็จเขาก็วิ่งตรงมาหาถังเมิ่งกับหลิงหยุนทันที หลิงหยุนร้องตะโกนถามตี้เสี่ยวอู๋ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม“เสี่ยวอู๋..นี่นายฝึกวิชาตลอดทั้งคืนเลยหรือนี่”ตี้เสี่ยวอู๋ตอบกลับหลิงหยุนด้วยสีหน้าตื่นเต้น“พี่หยุน.. บ้านพี่เหมาะสำหรับฝึกวิชามากเลย พลังชีวิตเข้มข้นกว่าในบ้านเลขที่-1 นับสิบเท่า..”“ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าเส้นลมปราณเยิ่นกับเส้นลมปราณตูของตัวเองใกล้จะเปิดเชื่อมถึงกันแล้ว..”ตี้เสี่ยวอู๋ฝึกวิชานู่เตา..ฉะนั้นทุกครั้งที่เขาเดินลมปราณภายในร่างกาย พลังปราณในร่างจะมีลักษณะคล้ายกับแม้น้ำสายใหญ่ที่กำลังไหลเคลื่อนไปตามเส้นลมปราณ ทำให้เกิดเสียงดังครืนๆ คล้ายกระแสน้ำที่คลุ้มคลั่งซัดเข้ากับฝั่งอยู่ตลอดเวลา..“นายไม่ต้องกังวลใจไป..ถ้าไม่ติดอะไรฉันจะช่วยให้นายข้าสู่ขั้นต่อไปในคืนนี้เอง!”หลิงหยุนร้องบอกพร้อมกับยื่นแหวนแพลตตินั่มวงหนึ่งให้กับตี้เสี่ยวอู๋..“พี่หยุน..อย่าบอกนะว่านี่คือ..” ตี้เสี่ยวอู๋ร้องตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น และดวงตาเป็นประกาย“ใช่แล้ว..มันคือแหวนพื้นที่!” หลิงหยุนบอกวิธีใช้แหวนให้กับตี้เสี่ยวอู๋แล้วสอนให้เขาลองเชื่อมต่อ และสื่อสารกับแหวนดู..“ว้าวพี่หยุน!ข้างในกว้างใหญ่มากเลย..”ตี้เสี่ยวอู๋ทดลองสื่อสารกับแหวนพื้นที่เพียงแค่สองสามครั้งก็สามารถใช้แหวนพื้นที่ได้แล้ว จึงร้องอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้นดีใจถังเมิ่งเห็นเช่นนั้นจึงแทบอยากจะร้องไห้ออกมาหลิงหยุนเหลือบมองถังเมิ่งพร้อมพูดกับตี้เสี่ยวอู๋ว่า“ไม่เหมือนใครบางคน..ป่านนี้ยังสื่อสสารกับแหวนไม่ได้!”ถังเมิ่งทำหน้าตาบึ้งตึง..หลิงหยุนไม่สนใจ และเรียกบางสิ่งบางอย่างออกมาจากแหวนของตนเองอีก“ส่วนนี่ก็อาวุธของนาย!ทดลองใช้ดูสิ!”“แม่เจ้า!”ตี้เสี่ยวอู๋ร้องอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้นดีใจเมื่อเห็นกระบองคู่ไคเจี๋วยกระบองคู่นี้ไม่เพียงทำจากพลองม่วงทอง แต่ยังผสมโลหะดำลงไปด้วย กระบองข้างหนึ่งจึงมีน้ำหนักถึงร้อยกิโลกรัมเลยทีเดียว แต่ตี้เสี่ยวอู๋กลับยกมันขึ้นได้อย่างง่ายดาย..“ขอบคุณพี่หยุน..”