ตอนที่ 769
บทที่ 1199 : เยี่ยมชมพระราชวังต้องห้าม!
October 22, 2026
รถบัสคันนี้ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษแม้ภายนอกจะดูเหมือนรถบัสทั่วไป แต่ภายในนั้นกลับกว้างขวางโอ่อ่า ทุกคนจึงนั่งได้อย่างสบายไม่อึดอัด.. หลิงซิ่วนั่งลงตรงที่นั่งด้านหน้าพร้อมกับหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและไม่ลืมที่จะหันไปบอกกับทุกคนในรถ “นี่..บนรถมีสัญญาณ wifi ด้วย ความเร็วสุดยอดเชียวล่ะ!” โม่วู๋เตาร้องออกมาอย่างดีอกดีใจ“พี่สาว.. น่าจะบอกพวกเราก่อนหน้านี้!” จากนั้นก็รีบหยิบโทรศัพท์มือถือของตนเองออกมาเล่นทันที.. ตั้งแต่โม่วู๋เตาลงจากเขามาและได้โทรศัพท์มือถือตั้งแต่เมื่อครั้งที่อยู่จิงฉู เขาก็เอาแต่ท่องโลกอินเทอร์เน็ต และเรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างจากในนั้น หากเทียบกับการฝึกฝนวิชาแล้ว โม่วู๋เตาชอบที่จะท่องโลกอินเทอร์เน็ตเสียมากกว่า.. หลิงซวี่ซึ่งนั่งอยู่ด้านหลังโม่วู๋เตาค่อยๆลุกขึ้นยืน และชะโงกหน้าไปมองโม่วู๋เตา พร้อมกับถามขึ้นว่า “พี่วู๋เตา..ท่านเป็นนักพรต วันๆเอาแต่ท่องโลกอินเทอร์เน็ตเช่นนี้ได้ด้วยรึ!” หลิงหุยนได้ยินหลิงซวี่ถามโม่วู๋เตาออกไปเช่นนั้นก็ถึงกับกลั้นหัวเราะไว้จนน้ำตาไหล.. โม่วู๋เตานั้นไม่เพียงเป็นผู้มีพระคุณที่เคยช่วยชีวิตหลิงหยุนไว้แต่ยังช่วยชีวิตของหลิงเสี่ยวซึ่งเป็นพ่อของตนกับหลิงซวี่ด้วย ดังนั้น.. โม่วู๋เตาที่อยู่ในบ้านตระกูลหลิงมานาน จึงค่อนข้างสนิทสนมกับทายาทรุ่นเล็กของตระกูลหลิงราวกับพี่น้องทีเดียว.. “ข้าเป็นห่วงประเทศชาติต่างห่างเล่า..เจ้าจะไปรู้อะไร!” โม่วู๋เตาตอบหลิงซิ่วอย่างขอไปทีพร้อมกับโบกไม้โบกมือไล่.. ส่วนถังเมิ่งนั้นเมื่อหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาได้ก็รีบเข้าไปดูงานในกลุ่มแชทของบริษัทเทียนตี้คอร์ปอเรชั่นทันที ระหว่างนั้นก็เอ่ยถามหลิงหยุนว่า “พี่หยุน..ฉันจะดึงพี่เข้ากลุ่มเอามั๊ย” หลิงหยุนถามขึ้นทันที..“กลุ่มอะไร!” หลังจากความฝันเสมือนจริงในคืนนั้น..ความทรงจำของหลิงหยุนในโลกนี้ก็ได้หลอมรวมเข้ากับหลิงหยุนคนปัจจุบัน ทำให้เขาสามารถเข้าใจเทคโนโลยีสมัยใหม่ขึ้นมาก และไม่ได้รู้สึกแปลกใจในเรื่องกลุ่มแชทที่ถังเมิ่งพูดถึง.. เพียงแต่ตลอดหลายเดือนมานี้..หลิงหยุนเอาแต่ทุ่มเทให้กับการฝึกวิชา จนไม่มีเวลาที่จะสนใจกับสิ่งใหม่ๆบนโลกใบนี้ อีกทั้งในใจส่วนลึกของเขานั้น ก็ยังรู้สึกต่อต้านสิ่งเหล่านี้อยู่ด้วย.. นั่นเพราะหลิงหยุนมาจากโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่..โลกที่เจริญรุ่งเรืองด้วยเทคโนโลยีทันสมัยนี้ จึงเป็นเพียงที่อยู่ชั่วคราวของเขาเท่านั้น ไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริง และถาวรของตน! หลิงหยุนต้องอาศัยพลังชีวิตในโลกนี้เพื่อฝึกฝนให้สูงขึ้นไปเรื่อยๆ และโลกใบนี้ก็เป็นเพียงแค่ทางผ่านของเขาเท่านั้น.. ต่างจากโม่วู๋เตาซึ่งโตมาในสำนักเหมาซานบนเขาสูงเมื่อได้เข้ามาอยู่ในเมืองที่รุ่งเรืองเต็มไปด้วยแสงสี และเทคโนโลยีเช่นนี้ จึงอยากจะรู้เห็นไปเสียหมด ผิดกับหลิงหยุนที่มักจะหลบไปหาสถานที่สงบเงียบเพื่อฝึกวิชา.. แต่ถึงกระนั้น..ความคิดและมุมมองที่มีต่อเทคโนโลยีบนโลกใบนี้ของหลิงหยุนก็ได้เปลี่ยนไปมาก ทุกวันนี้เขายอมที่จะดูทีวี ใช้ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ โทรศัพท์มือถือ รถยนต์ และเครื่องบิน.. เหตุผลก็ไม่มีอะไรมากนัก..ในเมื่อสิ่งเหล่านี้ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย เหตุใดเขาจึงต้องปฏิเสธด้วยเล่า “จะกลุ่มอะไรอีกล่ะพี่หยุน!ก็กลุ่มผู้บริหารบริษัทเทียนตี้คอร์ปอเรชั่นยังไงล่ะ.. พี่เป็นเจ้าของกิจการนะ!” “ตอนนี้ในกลุ่มก็มีสมาชิกอยู่เป็นร้อยคนแล้วพี่อยากจะเข้ากลุ่มมั๊ย” “ไม่..นี่นายยังคิดว่าฉันยุ่งไม่พออีกหรือยังไง” เวลานี้หลิงหยุนกำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับพระราชวังต้องห้ามในโทรศัพท์มือถืออยู่จึงรีบปฏิเสธคำชวนของถังเมิ่งทันที ถังเมิ่งหันมาค้อนให้หลิงหยุนก่อนจะพูดออกไปอย่างเหนื่อยหน่าย “หึ.. วันๆคงยุ่งอยู่แต่กับการใช้เงินน่ะสิ!” ทุกคนในรถได้ยินคำพูดของถังเมิ่งต่างก็พากันหัวเราะออกมาเสียงดัง.. “นี่..นายบอกเฉินเจี้ยนเตาให้เปลี่ยนชื่อบริษัทได้แล้ว” หลิงหยุนบอกกับถังเมิ่ง “อะไรกันพี่หยุน!บริษัท เทียนตี้ คอร์ปอเรชั่น เพิ่งจะเปิดไปเมื่อวันที่ 8 เดือน 8 พรุ่งนี้เพิ่งจะครอบรอบหนึ่งเดือน พี่จะให้ฉันเปลี่ยนชื่อบริษัทแล้วเหรอ?!”“นี่เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด..”หลิงหยุนอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ..“ต่อไปบริษัท เทียนตี้ คอร์ปอเรชั่น ก็จะต้องเป็นของตระกูลหลิง ถ้านายอยากให้บริษัทเติบโตได้เร็ว และมั่นคง ก็ต้องเปลี่ยนชื่อเป็นกลุ่มบริษัทตระกูลหลิง!”“ใช่..จริงด้วย!”ถังเมิ่งร้องออกมาอย่างเห็นด้วย..ในขณะที่หลิงซิ่วกลับไม่เห็นด้วย และรีบแสดงความคิดเห็นของตนด้วยสีหน้า และน้ำเสียงจริงจัง“นี่หลิงหยุน..บริษัท เทียนตี้ คอร์ปอเรชั่นเป็นบริษัทที่เจ้าก่อตั้งขึ้นมาด้วยตัวเอง จะนำมาเป็นของตระกูลหลิงได้อย่างไรกัน!”“แม้พวกเราตระกูลหลิงจะรักใคร่กลมเกลียวกันแต่ของตระกูลก็คือของตระกูล ของส่วนตัวก็คือของส่วนตัว เจ้าไม่ควรสับสนนำมารวมกันเช่นนี้!”หลิงหยุนฟังแล้วก็ได้แต่ยิ้มพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ในฐานะผู้นำตระกูลหลิง.. ข้าต้องการทำเช่นนี้ไม่ได้รึ”หลิงซิ่วได้ฟังคำพูดของหลิงหยุนก็ถึงกับเดือดดาลนางลุกขึ้นยืนและเดินตรงเข้าไปหาหลิงหยุน พร้อมกับเอื้อมมือไปดึงหูของเขา และตอบโต้กลับไปด้วยความโมโห“เจ้าเด็กตัวแสบ..นี่เจ้ากล้าอ้างฐานะผู้นำตระกูลหลิงมาข่มขู่ข้าเชียวรึ!”“พี่หลิงซิ่ว..ข้าไม่กล้าแล้ว! ข้าแค่หยอกเย้าเจ้าเล่นเท่านั้น!” หลิงหยุนรีบร้องขอความเมตตาทันทีหลิงซิ่วดึงมือกลับมาพร้อมกับพูดขึ้นว่า“เจ้าเด็กแสบ.. ข้าขอบอกไว้เลยว่าต่อให้เจ้าไปถามความเห็นของท่านปู่ ท่านลุงสอง และลุงสาม ก็จะไม่มีใครเห็นด้วยกับเจ้าเป็นแน่!”“แต่หากเจ้าต้องการจะเปลี่ยนชื่อบริษัทจริงข้าแนะนำให้เจ้าเปลี่ยนเป็น หลิงหยุน คอร์ปอเรชั่นแทนจะดีกว่า!” “ข้าเห็นด้วย!”โม่วู๋เตาเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์มือถือพร้อมกับร้องตะโกนแสดงความคิดเห็นสนับสนุนหลิงซิ่ว..ถังเมิ่งเองก็เห็นด้วยเช่นกัน“ก็ดีนะพี่หยุน.. ในเมื่อเราก็มีอาคารหลิงหยุนแล้ว ก็เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็นหลิงหยุนคอร์ปอเรชั่นด้วยเลย!”และการใช้ชื่อบริษัทหลิงหยุน คอร์ปอเรชั่น ซึ่งมีชื่อของหลิงหยุนอยู่นั้น ก็จะทำให้การทำธุรกิจราบรื่นมากยิ่งขึ้น เพราะคงไม่มีผู้ใดกล้าที่จะกล้าสร้างปัญหาให้เป็นแน่..หลิงหยุนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งในที่สุดก็ตอบไปว่า “ตกลง.. เปลี่ยนเป็นบริษัท หลิงหยุน คอร์ปอเรชั่น..”ตี้เสี่ยวอู๋ที่นั่งนิ่งอยู่นานได้พูดขึ้นว่า“พี่หยุน.. ฉันก็เห็นด้วยกับชื่อนี้!”“ว่าแต่พี่มาเข้ากลุ่มของฉันดีกว่า..เป็นกลุ่มสำนักหมอสวรรค์!”ตี้เสี่ยวอู๋สร้างกลุ่มแชทในQQ ขึ้น เพื่อให้สะดวกต่อการติดต่อกับศิษย์สำนักหมอสวรรค์ทั้ง 72 คน..“ได้..นายดึงฉันเข้ากลุ่มได้เลย..”“…..”ถังเมิ่งได้แต่อึ้งแล้วจึงร้องโวยวายออกมาอย่างไม่พอใจ “พีหยุน.. ทีเรื่องฝึกเรื่องเล่นพี่ก็สนใจขึ้นมาเลย!”หลิงหยุนกับตี้เสี่ยวอู๋หัวเราะออกมาเสียงดังและไม่มีใครสนใจถังเมิ่งอีกเลย..ทันทีที่ตี้เสี่ยวอู๋ถึงหลิงหยุนเข้ากลุ่มข้อความในแชทก็เด้งขึ้นมารัวๆ–พี่หยุนเข้ามา..-–ทุกคน..เข้ามาทักทายลูกพี่เร็วเข้า!-–พี่หยุนจริงๆด้วย!-–พี่อู๋สุดยอด..ดึงพี่หยุนเข้ากลุ่มจนได้!-