ตอนที่ 770
บทที่ 1200 : กระบี่จักรพรรดิมังกร!
October 22, 2026
ในเดือนกันยายนจะเป็นฤดูการท่องเที่ยวนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมพระราชวังต้องห้ามจึงค่อนข้างหนาแน่นมาก เรียกได้ว่าต้องเดินเบียดไหล่กันเลยทีเดียว.. หลิงหยุนเดินตามเหล่านักท่องเที่ยวเข้าไปยังพระราชวังหลังใหญ่ซึ่งด้านหน้าเป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดใหญ่ และผู้ที่จะเข้าชมพระราชวังแห่งนี้ก็ต้องเข้าทางประตูหวู่เหมิน และออกทางประตูเสินหวู่เหมินเท่านั้น เพราะนี่คือเส้นทางในการเยี่ยมชมพระราชวังต้องห้าม.. และทันทีที่เข้าไปในบริเวณพระราชวังต้องห้ามจิตหยั่งรู้ของหลิงหยุนก็ถูกจำกัด และเหลือรัศมีในการรับรู้ไม่ถึงสามเมตร.. “ทุกคนดูสิ..มีใครรู้สึกว่าประตูหวู่เหมินนี้คล้ายกับเขาเหมิงซานที่พวกเราไปดูกันมาเมื่อวานนี้บ้าง!” หลิงหยุนจ้องมองประตูหวู่เหมินซึ่งเป็นทางเข้าของพระราชวังต้องห้ามพร้อมกับยิ้มออกมาและอดที่จะร้องบอกให้ทุกคนรู้ไม่ได้.. ประตูหวู่เหมินนี้เป็นประตูทางใต้ของพระราชวังต้องห้ามทั้งสองข้างของประตูนั้นได้ก่อเป็นกำแพงสูงกว่าสิบสองเมตร ยื่นออกมาดูราวกับแขนทั้งสองข้างที่กำลังโอบพื้นที่จัตุรัสด้านหน้าไว้.. หลิงเฟิงจ้องมองด้วยความตกตะลึง“จริงด้วย..!” “คล้ายกับหงส์ที่กำลังสยายปีก..”โม่วู๋เตาเองก็สังเกตเห็นเช่นกัน หลิงซิ่วเห็นเช่นนั้นจึงรีบกดโทรศัพท์หาหลิงลี่ทันที“ท่านปู่.. ท่านต้องจัดการซื้อที่ดินที่หลิงหยุนไปดูเมื่อวานให้ได้โดยเร็วที่สุด!” หลังจากที่หลิงเฟิงกับหลิงเลี่วยซื้อตั๋วผ่านเข้าพระราชวังต้องห้ามเรียบร้อยแล้วจากนั้นทั้งหมดก็มุ่งหน้าเข้าสู่ด้านในของพระราชวังทันที และมัคคุเทศน์ที่จะพาทุกคนเยี่ยมชมพระราชวังแห่งนี้ก็คือมัคคุเทศน์สาวที่มีชื่อว่าหลี่เฟย แต่เมื่อเธอได้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาของหลิงหยุน ก็ถึงกับมีอาการตกตะลึงไปครู่ใหญ่.. “ฮ่า..ฮ่า.. พวกเราขอเข้าฟรีได้มั๊ยครับ” หลิงหยุนเห็นอาการตกตะลึงของหลี่เฟยจึงได้พูดจาหยอกเย้าออกไป พร้อมกับรอยยิ้มที่เผยให้เห็นลักยิ้มมหาเสน่ห์ของหลิงหยุน.. “เอ่อ..ได้..ได้ค่ะ!” หลี่เฟยตอบหลิงหยุนกลับไปด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ.. “ฮ่า..ฮ่า.. ผมล้อเล่นครับ พวกเรามีตั๋วกันทุกคน!” แต่เมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตจากสายตาของหญิงสาวหลายๆคนรอบตัวหลิงหยุนจึงรีบหยุดพูดจาหยอกเย้ามัคคุเทศน์สาวทันที และรีบเดินนำหน้าทุกคนไป หลิงเฟิงกับหลิงเลี่วยส่งตั๋วในมือให้กับมัคคุเทศน์สาวจากนั้นทั้งสิบสามคนก็เดินผ่านประตูหวู่เหมินเข้าไปด้านในของพระราชวังต้องห้าม.. “พระราชวังต้องห้ามแห่งนี้อยู่ในสมัยราชวงศ์หมิงกับราชวงศ์ชิงและมีอายุเก่าแก่กว่าห้าร้อยปีเลยทีเดียว..” หลี่เฟยทำหน้าที่สาธยายประวัติของพระราชวังต้องห้ามให้กับคณะของหลิงหยุนฟังอย่างคล่องแคล่ว “พระราชวังแห่งนี้เป็นที่อยู่ขององค์จักรพรรดิมากว่ายี่สิบสี่พระองค์เป็นจักรพรรดิในราชวงศ์หมิงสิบสี่พระองค์ และจักรพรรดิในราชวงศ์ชิงอีกสิบพระองค์ และพระราชวังแห่งนี้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในโลก..” “ประตูทางเข้าที่เราผ่านมานี้ชื่อว่าประตูหวู่เหมินซึ่งเป็นประตูทางด้านทิศใต้ของพระราชวังแห่งนี้..” หลิงหยุนเดินฟังหลี่เฟยบรรยายถึงภายในพระราชวังแห่งนี้อย่างเพลิดเพลินพร้อมกับพยักหน้ารับรู้ไปด้วย แม้พระราชวังที่ใหญ่โตเช่นนี้จะไม่ค่อยมีให้เห็นในประเทศจีนแต่สำหรับโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่ซึ่งหลิงหยุนจากมานั้น พระราชวังเช่นนี้มีอยู่ดาษดื่น.. ‘ราวกับได้กลับไปในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่..’ หลิงหยุนได้แต่นึกสงสัยว่า..เหตุใดโลกที่อยู่กันคนละจักรวาล หรือคนคละห้วงเวลา จึงได้มีภาษาโบราณ และมีสถาปัตยกรรมโบราณที่คล้ายคลึงกับโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่นัก..สองโลกนี้เกี่ยวข้องกันเช่นใดอย่างนั้นรึ!แต่ถึงกระนั้น..ความคิดสงสัยนี้ก็ไม่ได้อยู่ในใจหลิงหยุนนานนัก และจางหายไปในเวลาอันรวดเร็ว!นั่นเพราะเวลานี้หลิงหยุนมีเรื่องที่น่าตื่นเต้นตกใจกว่า..ทันทีที่เท้าของหลิงหยุนก้าวเดินผ่านข้ามประตูหวู่เหมินเข้าไปภายในเขตพระราชวังต้องห้ามจิตหยั่งรู้ของเขาก็ถูกสะกัดไว้ทันที และเวลานี้หลิงหยุนก็ไม่สามารถเปิดจิตหยั่งรู้ออกได้อีกเลย และนี่คืออานุภาพของค่ายกลที่ล้ำเลิศภายในพระราชวังแห่งนี้!ไม่เพียงจิตหยั่งรู้ของหลิงหยุนเท่านั้นที่ถูกสะกัดไว้แม้แต่พลังปราณในจุดตันเถียน และเส้นลมปราณก็ถูกสะกัดไว้เช่นกัน..ผ่านไปครู่หนึ่ง..หลิงหยุนจึงได้สอบถามหนิงหลิงยู่ เกาเฉินเฉิน โม่วู๋เตา หลิงซิ่ว และคนอื่นๆ แล้วคำตอบที่ได้ก็เหมือนกันหมด คือทุกคนไม่สามารถใช้จิตหยั่งรู้ของตนเองได้ อีกทั้งพลังปราณภายในร่างกายยังถูกสะกัดไว้ให้หมุนเวียนได้ช้าลง ทำให้เวลานี้ทุกคนต่างก็ถูกกดให้อยู่ในขั้นที่ต่ำกว่าขั้นเซียงเทียนทั้งหมด..แทบไม่ต้องสงสัย..นี่คือผลจากอานุภาพของค่ายกลภายในพระราชวังแห่งนี้!แต่หลิงหยุนเองก็พอจะคาดเดาไว้ตั้งแต่ก่อนเข้ามาได้แล้วว่าต้องเป็นเช่นนี้ฉะนั้น.. สิ่งที่ทำให้หลิงหยุนตื่นเต้นตกใจจึงไม่ใช่เรื่องนอกกาย แต่เป็นเรื่องภายในกายของตนเอง!แม้จิตหยั่งรู้ของหลิงหยุนจะถูกสะกัดไว้ไม่ให้ปลดปล่อยออกไปภายนอกได้แต่ยังสามารถสำรวจดูภายในร่างกายของตนเองได้เป็นปกติ ทำให้หลิงหยุนพบว่าเวลานี้จุดตันเถียนที่เคยหมุนอย่างรวดเร็วของตนนั้น หมุนช้าลงไปมาก พลังหยินและหยางก็ไหลเวียนได้อย่างเชื่องช้าเช่นกัน และเส้นเส้นลมปราณก็เริ่มติดขัดแต่ภายในร่างกายของหลิงหยุนนั้นก็ไม่ได้มีเพียงแค่พลังหยินและหยางซึ่งเกิดจากการฝึกวิชาพลังลับหยิน–หยางเท่านั้นภายในร่างกายของเขายังมีกระแสพลังอมตะสีทองจากพู่กันจักรพรรดิกระแสพลังสีเหลืองดำจากสมุดจักรพรรดิ และกระแสพลังสีทองจางจากปราณมังกรอีกด้วย!โดยเฉพาะอย่างยิ่งปราณมังกรภายในจุดตันเถียนและเส้นลมปราณของเขานั้น ตั้งแต่ที่ก้าวเท้าผ่านประตูหวู่เหมินมา เขาก็สังเกตเห็นเส้นโค้งรูปมังกรภายในจุดตันเถียนเปล่งประกายสีทองระยิบระยับไปทั่วทั้งจุดตันเถียน..ที่นี่คือสถานที่ซึ่งเหล่าจักรพรรดิอาศัยอยู่..ย่อมต้องมีปราณราชามังกร!และสาเหตุที่หลิงหยุนมายังพระราชวังต้องห้ามแห่งนี้ก็ไม่ใช่มาเพื่อความสนุกสนาน แต่เป้าหมายของเขาคือปราณราชามังกรนั่นเอง!พระราชวังต้องห้ามไม่ทำให้หลิงหยุนผิดหวังจริงๆเพราะเป็นพระราชวังที่มีจักรพรรดิครอบครองถึงยี่สิบสี่พระองค์เลยทีเดียว..พระราชวังที่มีอายุยาวนานกว่าห้าร้อยปีอีกทั้งค่ายกลก็ยังไม่เคยถูกทำลายให้เสียหาย ปราณราชามังกรที่ถูกกักเก็บไว้ในสถานที่แห่งนี้ จึงไม่เพียงไม่สูญสลายหายไป แต่ยังหนาแน่นอย่างที่สุดด้วย!ปราณราชามังกรนั้น..เกิดจากการรวมตัวของพลังชี่จากมังกร และพลังชี่จากองค์จักรพรรดิ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นบุตรแห่งสวรรค์! หลังจากที่ก้าวเท้าผ่านประตูหวู่เหมินเข้าไปหลิงหยุนก็เริ่มสัมผัสได้ว่าปราณราชามังกรที่หนาแน่นภายในพระราชวังต้องห้าม ได้ไหลเวียนเข้าสู่ร่างของหลิงหยุนอย่างรวดเร็ว..แน่นอนว่าหลิงหยุนย่อมยินดีรับไว้อย่างไม่ต้องสงสัย..หลิงหยุนปลดปล่อยร่างกายและเปิดให้จุดฝังเข็มทั่วร่าง ดูดซับเอาปราณราชามังกรนี้เข้าไปอย่างเต็มที่..เวลานี้กระแสลมปราณทั้งสามสายภายในร่างกายของหลิงหยุนซึ่งมีกระแสพลังอมตะสีทองจากพู่กันจักรพรรดิ กระแสพลังสีเหลืองดำจากสมุดจักรพรรดิ และกระแสสีทองจางจากปราณมังกร ก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆอีกทั้งเส้นโค้งรูปมังกรทองของหลิงหยุนนั้นก็เริ่มเปล่งประกายราวกับมีชีวิต!…..ด้านหลังของประตูไท่เหอเหมินจะเป็นลานจัตุรัสที่ขนาดใหญ่โตมโหฬาร และทันทีที่เท้าของหลิงหยุนสัมผัสกับพื้นของลานจัตุรัสเข้า ก็เกิดลมกรรโชกขึ้นทันที!“โอ้ว..นี่มันลมอะไรกัน! ทำไมจู่ๆ ลมถึงพัดขึ้นมาแบบไม่มีสาเหตุได้?!”นักท่องเที่ยวบางส่วนที่เดินอยู่ในบริเวณใกล้กับหลิงหยุนเมื่อสัมผัสได้ถึงลมที่พัดวูบมานั้น จึงอดที่จะร้องอุทานออกมาอย่างประหลาดใจไม่ได้!