ตอนที่ 772
บทที่ 1202 : กว้านซื้อกิจการ
October 22, 2026
ด้านนอกประตูเสินหวู่เหมิน..มัคคุเทศน์สาวหลี่เฟยกำธนบัตรสีแดงปึกใหญ่ไว้ในมือแน่น สายตาของเธอจ้องมองแผ่นหลังของหลิงหยุน และเพื่อนๆ ที่กำลังเดินจากไปด้วยความรู้สึกราวกับฝันไป.. เงินค่าทิปจำนวนหนึ่งหมื่นหยวนนี้หลิงหยุนยัดลงมาในมือของหลี่เฟยโดยที่ไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว และนี่เป็นเงินทิปจำนวนมากที่สุดเท่าที่เธอเคยได้รับมาจากการทำอาชีพมัคคุเทศน์นี้.. “ผู้ชายคนนี้ทั้งหล่อและวิเศษมากจริงๆ!” หลี่เฟยรำพึงรำพันออกมาด้วยใบหน้าหน้าแดงก่ำ.. หลังจากเที่ยวชมพระราชวังต้องห้ามกันเสร็จแล้วถังเมิ่งก็รีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาสั่งการเรื่องการเปลี่ยนชื่อจากบริษัท เทียนตี้ คอร์ปอเรชั่น มาเป็นบริษัท หลิงหยุน คอร์ปอเรชั่นในทันที.. ในขณะที่โม่วู๋เตาก็เอาแต่ถอนหายใจไม่หยุด..ลักษณะท่าทางของเขาไม่เหมือนคนที่เพิ่งเที่ยวชมพระราชวังต้องห้ามเสร็จ แต่ดูคล้ายกับคนที่เพิ่งจะสูญเสียสมบัติล้ำค่าที่สุดไปเสียมากกว่า นั่นเพราะโม่วู๋เตากลับออกมาโดยที่ไม่สามารถหาสุสานใต้ดินภายในพระราชวังต้องห้ามแห่งนี้พบนั่นเอง การพบทางเข้าสุสานใต้ดิน ย่อมหมายถึงการที่จะได้พบสมบัติล้ำค่าจำนวนมหาศาล แต่โม่วู๋เตาต้องกลับออกมามือเปล่าเช่นนี้ จะไม่ให้เขาโศกเศร้าผิดหวังได้อย่างไรกันเล่า!.. ส่วนตี้เสี่ยวอู๋นั้นกลับออกมาด้วยอารมณ์ปกติเหมือนก่อนเข้าไปเพราะสำหรับเขาแล้วการได้ใช้เวลาหนึ่งวันกับหลิงหยุนนั้นเป็นความตื่นเต้นที่สุดแล้ว! ส่วนคนอื่นๆก็พูดคุยหัวเราะกันอย่างมีความสุข และกำลังปรึกษาหารือกันว่าจะไปเที่ยวที่ไหนต่อดี.. มีเพียงหลิงหยุนเท่านั้นที่กลับออกมาอย่างผู้ได้รับชัยชนะและเวลานี้เขาก็รับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นภายในร่างกายของตนเอง …. หลังจากที่เดินออกมาจากพระราชวังต้องห้ามแล้วยิ่งห่างไกลจากพระราชวังแห่งนี้มากเท่าไหร่ จิตหยั่งรู้ของหลิงหยุนก็ยิ่งขยายรัศมีกว้างได้มากขึ้นเรื่อยๆเท่านั้น นั่นเพราะค่ายกลครอบคลุมเพียงแค่เฉพาะบริเวณพื้นที่ของพระราชวังต้องห้ามเท่านั้น เมื่อหลิงหยุนออกห่างจากตัวพระราชวัง ค่ายกลจึงมีผลกับจิตหยั่งรู้ของหลิงหยุนลดลงเรื่อยๆ ความรู้สึกหนึ่งที่ชัดเจนสำหรับหลิงหยุนมากขึ้นก็คือจิตหยั่งรู้ของเขานั้นมีความคมชัด และแข็งแกร่งยิ่งขึ้นกว่าเดิมมาก.. หลิงหยุนพบว่า..ไม่ว่าภาพที่อยู่ภายในรัศมีจิตหยั่งรู้ของหลิงหยุนจะอยู่ใกล้ หรือไกลตัวเขาเพียงใดนั้น ความคมชัดจะมีขนาดเท่ากัน คล้ายกับว่าอยู่ใกล้ๆตัวหลิงหยุนนี่เอง.. “ยอดเยี่ยมมากทีเดียว!”หลิงหยุนรำพึงรำพันกับตนเองเบาๆ หลังจากที่จิตหยั่งรู้ของหลิงหยุนสามารถขยายออกด้านนอกได้แล้วหลิงหยุนจึงได้รู้ว่าแม้ร่างกายของตนจะดูดซับเอาปราณราชามังกรเข้าไปมากมาย แต่ขั้นของตนกลับไม่พัฒนา และยังคงอยู่ในระดับสูงสุดขั้นซานฉางชี่เช่นเดิม.. นั่นเพราะปราณราชามังกรที่ร่างกายของหลิงหยุนดูดซับเข้าไปนั้นส่วนใหญ่ถูกนำไปหลอมรวมเข้าด้วยกันจนกลายเป็นกระบี่จักรพรรดิมังกร และบางส่วนก็ถูกเส้นโค้งรูปมังกรทองในจุดตันเถียน ถูกพู่กันจักรพรรดิ และถูกสมุดจักรพรรดิดูดซับเข้าไป.. ครั้งนี้..หลิงหยุนได้ดูดซับเอาปราณราชามังกรอายุหลายร้อยปีที่อยู่ภายในพระราชวังต้องห้ามเข้าไป แม้จะไม่ทำให้เขาสามารถพัฒนาขั้นได้ แต่ปราณราชามังกรจำนวนมากนี้ ก็จะส่งผลที่ยิ่งใหญ่ต่อการปรับร่างกายของเขาอย่างมากที่สุด เพื่อที่จะสร้างกระบี่จักรพรรดิมังกรขึ้นมานั้นปราณมังกร พลังอมตะจากพู่กันจักรพรรดิและกระบี่จักรพรรดิภายในร่างกายของหลิงหยุนก็ได้ถูกดึงไปใช้จนหมด ทำให้เวลานี้ภายในเส้นลมปราณทั่วร่างกายของหลิงหยุน เหลือเพียงแค่พลังหยิน และหยางเท่านั้น! ‘มังกรทอง’ภายในจุดตันเถียนของหลิงหยุนเวลานี้ ก็ยังคงกำลังกลืนกินพลังสายฟ้าจำนวนมากเข้าไปอย่างเชื่องช้า ทำให้สายฟ้าที่่เกาะอยู่ตามผนังด้านใน และนอกจุดตันเถียนของเขานั้นค่อยๆลดปริมาณลงเรื่อยๆ หลังจากที่‘มังกรทอง’ ได้ดูดเอาสายฟ้าจำนวนมากเข้าไป ภายในตัวของมังกรทองก็ได้เปล่งประกายสว่างวูบวาบเป็นระยะๆ คล้ายกับอสุนีบาตบนท้องฟ้า และทำให้จุดตันเถียนของหลิงหยุนสว่างวูบวาบเป็นครั้งคราวไปด้วย.. หลังจากที่กระแสลมปราณทั้งสามชนิดภายในเส้นลมปราณทั่วร่างของหลิงหยุนถูกนำไปใช้จนหมดจุดตันเถียนของเขาจึงเริ่มหมุนเร็วขึ้นเรื่อยๆ พลังหยินหยางในดวงตาปลาหยิน และปลาหยาง ก็ได้พวยพุ่งขึ้นมาในปริมาณมากกว่าเดิม และเวลานี้ก็กระจายอยู่เต็มจุดตันเถียนของหลิงหยุน และค่อยๆ ไหลเวียนสู่เส้นลมปราณทั่วร่างของเขาต่อไป ภายในเวลาอันรวดเร็ว..พลังหยินและหยางก็ได้ไหลเวียนไปแทนที่กระแสลมปราณทั้งสามชนิดที่หายไป ‘ข้าคงไม่ต้องกังวลกับทัณฑ์สวรรค์ที่จะเกิดขึ้นแล้วสินะ!’ หลิงหยุนได้แต่แอบคิดอยู่คนเดียวเงียบๆและได้แต่นึกเปรียบเทียบความแข็งแกร่งของร่างกายตนเองในเวลานี้ กับทัณฑ์สวรรค์ที่ตนจะต้องเผชิญ สำหรับผู้บ่มเพาะตนนั้นแน่นอนว่าเมื่อเข้าสู่ขั้นซื่อเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-4) เมื่อใด ย่อมต้องได้เผชิญหน้ากับบททดสอบจากสวรรค์อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เวลานี้ภายในเส้นลมปราณตามร่างกายของหลิงหยุนนั้นแม้จะไม่มีปราณมังกรหลงเหลืออยู่แล้ว แต่ปราณมังกรเหล่านั้นก็ไม่ได้หายไปไหน มันแทรกซึมเข้าสู่กระดูก เนื้อหนังเลือด และอวัยวะภายในร่างกายของหลิงหยุน ทำให้เวลานี้ร่างกายของเขานั้นแกร่งกว่าเดิมนับสิบเท่า..โดยเฉพาะอย่างยิ่งทั่วทั้งกระดูกสันหลังของหลิงหยุนเวลานี้กระดูกสันหลังทั้งยี่สิบหกข้อตั้งแต่หัวจรดท้ายได้กลายเป็นสีทอง และแข็งแกร่งราวกับทองคำแท้ กระดูกที่แข็งแกร่งเช่นนี้ย่อมสามารถที่จะรับมือกับทัณฑ์สวรรค์ทั่วไปได้ไม่ยากนัก!“กระบี่จักรพรรดิมังกรกระดูกสันหลังที่กลายเป็นทอง เส้นโค้งรูปมังกรที่มีขางอกมาทั้งสี่ขา ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่หลิงหยุนได้รับมาจากการมาเยี่ยมชมพระราชวังต้องห้ามในครั้งนี้!”แต่ถึงกระนั้นหลิงหยุนก็อดที่จะเศร้าใจเช่นเดียวกับโม่วู๋เตาไม่ได้ที่ไม่สามารถหาทางเข้าสุสานใต้ดินได้พบ แต่ถึงกระนั้นหลิงหยุนก็ยังไม่ละความพยายาม และจะหาวิธีการอื่นแทน..–พี่ใหญ่..ฉันรู้สึกว่าจะสามารถเข้าสู่ขั้นต่อไปได้อีก!-ระหว่างที่เดินออกมานั้นหนิงหลิงยู่ก็ร้องบอกหลิงหยุนผ่านทางกระแสจิต“อะไรนะ!”หลิงหยุนฟังแล้วก็ได้แต่นึกประหลาดใจ!หลิงหยุนรู้ว่าหนิงหลิงยู่ได้เข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นซานฉางชี่แล้วร่างของนางนั้นเป็นกายอัปสร จึงสามารถดูดซับเอาพลังชีวิตรอบตัวเข้าไปได้เองตลอดเวลา และเวลานี้หนิงหลิงยู่ก็กำลังที่จะเข้าสู่ด่านกลางของขั้นพลังชี่แล้ว..“หลิงยู่..เวลานี้จิตหยั่งรู้ของเจ้ามีรัศมีครอบคลุมเพียงใดแล้ว”นอกเหนือจากความเร็วในการกลั่นหยดเสินหยวนแล้วรัศมีของจิตหยั่งรู้ก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่สามารถใช้เป็นเกณฑ์ในการวัดระดับของขั้นพลังชี่ได้..“ดูเหมือนจะไกลกว่าสามพันเมตรแล้วแต่.. แต่ก็ยังจะสามารถไกลได้กว่านั้น..” หนิงหลิงยู่ตอบอย่างไม่มั่นใจนัก..ในจุดที่ทั้งคู่ยืนอยู่นั้น..อยู่ห่างจากพระราชวังต้องห้ามมาราวหนึ่งเพันเมตร การสะกัดกั้นจากค่ายกลภายในพระราชวังจึงได้ลดลงมากแล้ว หลิงหยุนสามารถเปิดจิตหยั่งรู้ของตนเองออกได้ทั้งหมด แต่ก็ครอบคลุมได้สูงสุดเพียงแค่สามกิโลเมตรเท่านั้น ในขณะที่จิตหยั่งรู้ของหนิงหลิงยู่กลับขยายออกไปได้ไกว่านั้น..และตราบใดที่จิตหยั่งรู้ของหนิงหลิงยู่สามารถขยายออกไปจนมีรัศมีครอบคลุมได้ไกลถึงสี่กิโลเมตรแล้วล่ะก็ นางก็จะสามารถเข้าสู่ขั้นซื่อเฉิงชี่ได้!นั่นย่อมหมายความว่า..หนิงหลิงยู่เองก็ย่อมต้องเผชิญกับบททดสอบจากสวรรค์อย่างยากที่จะหลีกเลี่ยงได้เช่นเดียวกัน!“หลิงยู่..เจ้าควบคุมไว้ก่อน เวลานี้ยังไม่ใช่เวลาที่ควร!”หลิงหยุนไม่สนใจสิ่งใดเขาพุ่งเข้าไปยืนข้างหนิงหลิงยู่ พร้อมกับเอื้อมมือไปจับมือของหนิงหลิงยู่ไว้พร้อมกับกระซิบเสียงเบา..ด้วยความแข็งแกร่งของหนิงหลิงยู่หลิงหยุนไม่รู้สึกกังวลใจเลยแม้แต่น้อยหากนางต้องเผชิญหน้ากับทัณฑ์สวรรค์ เพียงแต่เวลานี้ยังอยู่บนถนนวงแหวนที่สองภายในเมืองปักกิ่ง หากเกิดทัณฑ์สวรรค์ขึ้นในที่นี้ คงจะไม่มีผู้ใดหัวเราะออกเป็นแน่!“พี่ใหญ่..ไม่ต้องห่วง ข้าควบคุมได้แน่!”วันนี้หนิงหลิงยู่ไม่ใช่ผู้ที่เพิ่งจะฝึกบ่มเพาะนางจึงรู้วิธีที่จะควบคุมขั้นของตนเอง..“เยี่ยมมาก..นับจากนี้ไปเจ้าต้องคอยรายงานข้าถึงความเร็วในการกลั่นหยดเสินหยวน และรัศมีการรับรู้ของจิตหยั่งรู้ ข้าจะได้สามารถคำนวณการเกิดทัณฑ์สวรรค์ได้ถูกต้อง!”หลิงหยุนจับมือของหนิงหลิงยู่ไว้แน่นและสัมผัสได้ว่าพลังปราณภายในร่างของนางยังคงไหลเวียนได้อย่างมั่นคง ทำให้เขารู้สึกโล่งใจขึ้นมาก แต่ในขณะเดียวกันก็อดที่จะตกตะลึงกับความอัศจรรย์ของกายอัปสรไม่ได้..“นี่หลิงหยุน..เจ้าหูตึงหรือยังไง ข้าตะโกนถามเจ้าตั้งนานว่าจะไปที่ใดต่อ เจ้ากลับไม่ตอบ!”“พี่หลิงซิ่ว..ข้าไม่รู้จักปักกิ่งดีนัก เจ้าตัดสินใจเองได้เลย!”