ตอนที่ 773
บทที่ 1203 : รับผิดชอบไหวรึ?!
October 22, 2026
บนถนนกว้างในยามค่ำคืน..รถหรูสีดำขับมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกด้วยความรวดเร็ว ครั้งนี้..ตี้เสี่ยวอู๋ทำหน้าที่เป็นคนขับรถ โม่วู๋เตานั่งอยู่ข้างคนขับ ส่วนหลิงหยุนกับถังเมิ่งนั่งนั้นอยู่เบาะหลัง ชายหนุ่มทั้งสี่คนได้ออกมาเที่ยวกันตามลำพังโดยไม่มีหญิงสาวคนอื่นๆตามมาเป็นแรงกดดันเช่นนี้ จึงไม่ต่างกับคำพูดที่ว่า ‘แมวไม่อยู่หนูร่าเริง’ เลยแม้แต่น้อย ทั้งสี่หนุ่มต่างก็ร้องเพลงออกมาอย่างมีความสุข.. แต่จู่ๆโม่วู๋เตาที่เอาแต่นั่งเล่นมือถือนิ่งเงียบมาตลอดทางนั้น ก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจนัก “นับว่าพี่หลิงซิ่วใจดีมากแล้วนะที่ให้หักขาเย่เทียนสุ่ยเพียงแค่สองข้าง..” หลิงหยุนถึงกับหัวเราะออกมาพร้อมกับตอบไปว่า“ฮ่า.. ฮ่า.. นางไม่ได้บอกให้ข้าหักขาทั้งสองข้างของเย่เทียนสุ่ย นางให้ข้าทำยังไงก็ได้ให้หมอนั่นน้ำหนักลดลงทันทีหนึ่งร้อยกิโลกรัม!” โม่วู๋เตายกมือขึ้นเกาศรีษะพร้อมกับพึมพำออกไปว่า“ถ้าเช่นนั้นไม่ต้องตัดแขนซ้ายกับแขนขวาออกด้วยหรอกรึ เพราะหักขาสองข้างคงจะยังไม่พอ..” ถังเมิ่งที่กำลังฝึกสื่อสารกับแหวนพื้นที่อยู่และไม่ว่าจะพยายามเพียงใดก็ยังไม่สามารถทำได้นั้น เมื่อได้ยินหลิงหยุนกับโม่วู๋เตาคุยกัน จึงอดที่จะพูดแทรกขึ้นมาไม่ได้ “นี่นักพรตน้อย..ทำไม่นายถึงได้โง่อย่างนี้นะ!” “พี่หยุนมีวิธีอื่นที่จะทำให้หมอนั่นน้ำหนักลดพรวดหนึ่งร้อยกิโลกรัมได้ทันทีโดยไม่ต้องตัดขาตัดแขนแน่.. ” “พี่หยุนก็แค่ถลกผิวหนังของมันออกแล้วค่อยๆเอามีดแถเนื้อที่อยู่ข้างในออกมาซะ แค่นี้ก็น้ำหนักลดลงได้ทันตาเห็นแล้ว!” เมื่อตี้เสี่ยวอู๋ที่ทำหน้าที่ขับรถและนิ่งเงียบมาตลอดนั้น ได้ฟังคำพูดของถังเมิ่งก็ถึงกับค้านขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจนัก “นี่ถังเมิ่ง..นายให้พี่หยุนทำแบบนั้น ไม่ต้องใช้ยันต์บำบัดจำนวนมากรักษาแผลให้กับมันหรอกเหรอ! เสียของแย่!” ทุกคนในรถถึงกับอึ้งไปครู่ใหญ่ก่อนจะพากันหัวเราะออกมาด้วยความสนุกสนาน! “ฮ่า..ฮ่า.. ฮ่า..” หลังจากหัวเราะกันจนตัวงอแล้วหลิงหยุนก็พูดขึ้นว่า “เย่เทียนสุ่ยเป็นคนของตระกูลเย่แห่งปักกิ่ง เรื่องราวเกี่ยวกับตระกูลเย่นั้นค่อนข้างลึกลับ และไม่ถูกเปิดเผยนัก..” แม้ข้อมูลต่างๆของตระกูลเย่จะไม่ถูกเปิดเผยมากนักแต่หลิงหยุนซึ่งเวลานี้เป็นถึงผู้นำตระกูลหลิง ย่อมสามารถเข้าถึงข้อมูลความลับต่างๆที่ตระกูลหลิงเป็นผู้เก็บไว้ และข้อมูลพื้นๆที่เกี่ยวกับเหล่าตระกูลใหญ่ในปักกิ่ง ก็ไม่ใช่เรื่องที่ลำบากสำหรับหลิงหยุนอีกต่อไป.. ถังเมิ่งถามด้วยความตื่นเต้น“พีหยุน.. ” ถังเมิ่งถามด้วยความตื่่นเต้น“พี่หยุน.. เรื่องเงินหนึ่งหมื่นห้าพันหยวนเป็นไงมาไงเหรอ!” ตราบใดที่เกี่ยวกับเรื่องเงินถังเมิ่งมักจะกระตือรือร้น และอยากรู้อยากเห็นมากกว่าผู้อื่น.. หลิงหยุนยิ้มและตอบกลับด้วยน้ำเสียงสบายๆ “มันเป็นเงินเดิมพัน..” ถังเมิ่งในฐานะฉายาเซียนพนันรุ่นเล็กได้ฟังถึงกับถามขึ้นด้วยแววตาเป็นประกาย“แล้วเดิมพันเรื่องอะไรกันเหรอพี่หยุน” โม่วู๋เตาหัวเราะออกมาพร้อมกับพูดขึ้นว่า“ฮ่า.. ฮ่า.. เจ้าคงจะยังไม่รู้เรื่องนี้สินะ! ข้าจะเล่าให้เจ้าฟังเอง!” โม่วู๋เตาหันไปมองถังเมิ่งที่นั่งอยู่ด้านหลังและเริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดให้กับถังเมิ่งฟังตั้งแต่ต้นจนจบ.. “ห๊ะ!แม่เจ้าโว้ย! ลงทุนหนึ่งพันล้าน ได้มาหนึ่งหมื่นห้าพันล้านหยวนเชียวเหรอ?”“นี่เย่เทียนสุ่ยมันไม่กระอักเลือดไปแล้วเหรอพี่หยุน!”ถังเมิ่งร้องอุทานออกมาด้วยความตกอกตกใจและตื่นเต้นดีใจไปพร้อมๆกัน..การที่หลิงหยุนเอาชนะการประลองได้นั้นถังเมิ่งไม่ได้รู้สึกแปลกใจ แต่เงินจำนวนหนึ่งหมื่นห้าพันล้านหยวนที่ได้กลับมาต่างหาก ที่ทำให้เขานึกทึ่งในตัวหลิงหยุน เพราะมันคือกำไรที่มหาศาลมาก..หลิงหยุนหันไปมองถังเมิ่งพร้อมตอบกลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ในเมื่อฉันเลือกที่จะเดิมพัน ฉันก็ต้องมั่นใจว่าตัวเองต้องเป็นฝ่ายชนะ นายก็รู้เรื่องนี้ดีไม่ใช่รึ”ถังเมิ่งหันไปมองหลิงหยนุพร้อมกับเอ่ยชมจากใจจริง“พี่หยุน.. ฉันลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไง!”ถังเมิ่งอยู่กับหลิงหยุนมาตั้งแต่เริ่มต้นผ่านเหตุการณ์ที่เกี่ยวพันถึงความเป็นความตายในชีวิตมาหลายต่อหลายครั้ง ทำให้ถังเมิ่งลืมนึกถึงเรื่องการเดิมพันครั้งแรกของหลิงหยุนไปเสียสนิท!หลิงหยุนยิ้มเล็กน้อยและพูดต่อว่า “ตระกูลเย่ต่างจากตระกูลซันกับตระกูลเฉิน การไปพบเย่เทียนสุ่ยครั้งนี้ จุดประสงค์หลักของฉันไม่ใช่เรื่องเงิน ฉันแค่ต้องการไปดูท่าทีของตระกูลเย่ที่มีต่อตระกูลหลิงเท่านั้น..”ถังเมิ่งพยักหน้าหงึกๆพร้อมกับพึมพำว่า “อ่อ.. ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง!”หลิงหยุนมาปักกิ่งถึงสองครั้งแล้วก็จริงแต่ส่วนใหญ่แล้วเขามักจะเก็บตัวเงียบอยู่ในบ้านหลังเล็กของตระกูลหลิง มีเพียงครั้งสุดท้ายที่ไปเคารพหลุมศพบรรพชนที่สุสานเท่านั้น ที่หลิงหยุนได้เผชิญหน้า และสั่งสอนตระกูลซันกับตระกูลเฉินต่อหน้าสาธารณชน..คืนนี้..หลิงหยุนจึงจงใจที่จะไปพบเย่เทียนสุ่ยที่บ่อนในฐานะผู้นำตระกูลหลิง เพื่อดูท่าทีของคนตระกูลเย่..อีกทั้งหลิงหยุนรู้สึกว่าเย่เทียนสุ่ยนั้นเหมาะอย่างยิ่งที่เขาจะไปเผชิญหน้าด้วยนั่นเพราะถึงแม้หลิงหยุนจะอายุเพียงแค่สิบเก้าปี แต่ก็มีฐานะเป็นถึงผู้นำตระกูลหลิง..นั่นเพราะหากอีกฝ่ายมีฐานะที่ต่ำต้อยจนเกินไปการปรากฏตัวของหลิงหยุนก็ย่อมไม่มีประโยชน์อะไร แต่หากอีกฝ่ายมีฐานะที่สูงส่งจนเกินไป ไม่ว่าจะเป็นผู้นำตระกูลหลง – หลงฮ่าวหลาน หรือว่าผู้นำตระกูลเย่ – เย่ชิงเฟิง หากได้เผชิญหน้ากัน หลิงหยุนก็ไม่อาจคาดเดาได้ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นใดถึงแม้หลิงหยุนจะไม่ได้เกรงกลัวแต่ก็ย่อมไม่เป็นผลดีต่อตระกูลหลิงในเวลานี้เช่นกัน..ด้วยเหตุนี้..หลิงหยุนจึงเลือกที่จะมาเผชิญหน้ากับเย่เทียนสุ่ย ซึ่งฐานะภายในตระกูลเย่นั้นแม้จะไม่ได้สูงส่งมากนัก แต่ก็ไม่ได้ด้อยจนเกินไป กำลังเหมาะสมสำหรับหลิงหยุนในเวลานี้!อีกทั้งคืนนี้ก็เป็นคืนวันที่7 และในคืนวันที่ 9 หลิงหยุนเองก็ตั้งใจที่จะไปโรงประมูลชาวยุทธที่ตระกูลเย่เป็นผู้จัดขึ้น ครั้งนี้จึงนับเป็นการโยนหินถามทาง..แม้หลิงหยุนจะเป็นคนยะโสโอหังไม่เกรงกลัวผู้ใดแต่เขาก็ไม่ได้หูหนวกตาบอดจนไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร..ระหว่างทางที่มุ่งหน้าสู่บ่อนส่วนตัวของเย่เทียนสุ่ยนั้นทั้งสี่คนก็พูดคุยกัน พร้อมกับหัวเราะกันอย่างสนุกสนานอยู่ภายในรถ“ตรงไปทางทิศใต้..”ทันทีที่รถหรูสีดำขับมาถึงด้านตะวันออกของถนนวงแหวนที่สามหลิงหยุนจึงเปิดจิตหยั่งรู้ของตนเองออก และสั่งให้ตี้เสี่ยวอู๋ขับมุ่งหน้าไปทางทิศใต้..ขับไปได้เพียงแค่ห้านาทีหลิงหยุนก็ร้องสั่งตี้เสี่ยวอู๋ว่า “จอดตรงนี้!”ตี้เสี่ยวอู๋จอดรถตามคำสั่งหลิงหยุนแล้วทั้งหมดก็เดินลงจากรถมุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่อยู่ด้านหน้า แต่แล้วถังเมิ่งก็ถึงกับร้องอุทานออกมาอย่างผิดหวัง “ชิบหาย!นี่มันอะไรกันพีหยุน! บ่อนอะไรทำไมถึงได้ทรุดโทรมขนาดนี้?!”หลิงหยุนหัวเราะพร้อมกับตอบไปว่า“นายอย่าดูแค่ภายนอก.. ข้างในไม่ใช่แบบนี้!”และนี่คือปักกิ่ง..คุณไม่สามารถตัดสินทุกอย่างได้จากภายนอก ไม่เช่นนั้นแล้วการตัดสินใจของคุณอาจจะผิดพลาดไปในทันที!