ตอนที่ 826
บทที่ 1256 : ได้ลูกน้องคนใหม่!
October 22, 2026
เวลานี้ภายในจุดกึ่งกลางหว่างคิ้วของหลิงหยุนได้กลายเป็นทะเลสาบเสินหยวนขนาดเล็กไปแล้วเขาจึงสามารถใช้พลังเหนือธรรมชาติได้เท่าที่ต้องการ และที่หลิงหยุนเผาหยดเสินหยวนก็ไม่ใช่เพราะน้ำหนักของรถและลูกเหล็กนับร้อยลูก แต่เขาเผาหยดเสินหยวนเพื่อเร่งความเร็วต่างหากเล่า.. แต่การที่ยอดฝีมือขั้นพลังเหนือธรรมชาติจะทำเช่นหลิงหยุนนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะมีเงื่อนไขอยู่หลายอย่างซึ่งก็คือ หนึ่ง.. คนผู้นั้นจำเป็นต้องมีแหวนพื้นที่ที่มีขนาดกว้างใหญ่พอจะสามารถเก็บรถได้ สอง.. ต้องรู้จักวิชาพลางกายให้ผู้อื่น และสามต้องรู้จักการสร้างค่าย และจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ยิ่งเห็นคุณค่า และประโยชน์มากมายของแหวนพื้นที่! “นี่มัน..” ทั้งเหล่ายอดฝีมือจากดินแดนหนานหยางและหวังชงเซียวที่ถูกหลิงหยุนไล่ล่าไปไกล ถึงกับจ้องมองภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าด้วยความตกตะลึง และอัศจรรย์ใจ “เป็นไปได้อย่างไร!” จะไม่ให้พวกเขาตกตะลึงได้อย่างไรกันในเมื่อสิ่งที่หลิงหยุนแสดงให้เห็นนั้น มันเป็นเรื่องที่แทบจะเหลือเชื่อ! นั่นเพราะจู่ๆรถคันใหญ่โตก็หายวับไปกับตา อีกทั้งคนขับก็หายไปด้วย ส่วนยอดฝีมือทั้งสามที่ตั้งใจวิ่งไปชิงสมบัติในรถนั้น จู่ๆก็มีกลุ่มหมอกสีขาวพวยพุ่งขึ้นรอบตัว และแม้แต่จิตหยั่งรู้ของพวกเขาก็ไม่สามารถมองทะลุได้ ‘แย่แล้ว!นี่มันคือกับดัก!’ หวังชงเซียวกรีดร้องอยู่ในใจพร้อมกับเริ่มตระหนกตกใจ‘นี่ไม่ใช่กับดักจะเฉพาะพวกข้า แต่มันเป็นกับดักของทุกคนที่คิดปล้น..’ ‘แย่แล้ว..จะทำเช่นไรดีในเมื่ออีกฝ่ายแข็งแกร่งถึงเพียงนี้!’ หวังชงเซียวเริ่มเข้าใจทุกอย่างได้ในทันทีเขาเริ่มรู้สึกเสียใจและสำนึกผิดกับการปล้นในคืนนี้.. เขารู้ว่าหลิงหยุนมีแหวนพื้นที่แต่คิดไม่ถึงมันจะมีพื้นที่กว้างใหญ่ถึงขนาดเก็บรถคันใหญ่ได้ อีกทั้งภายในยังเก็บลูกเหล็กขนาดครึ่งเมตรนับร้อยลูกไว้อีกด้วย! ในเวลานั้นหลิงหยุนก็กำลังยืนถือกระบี่อยู่กลางอากาศอย่างสง่างาม ใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มดูไม่มีพิษมีภัยนั้นหันไปทางหวังชงเซียว พร้อมกับพูดขึ้นว่า “สหายผู้ช่วยของเจ้าถูกข้าใช้ค่ายกลกักไว้แล้ว เจ้าอยากจะเข้าไปทักทายกับพวกเขาข้างในหรือไม่ล่ะ” หวังชงเซียวไม่รอช้าเขาร้องตะโกนบอกยอดฝีมืออีกสี่คนที่อยู่เบื้องล่างทันที “คนผู้นี้เก่งกาจยิ่งนัก พวกเรารีบหนีเร็วเข้า!” ทันทีที่พูดจบหวังชงเซียวก็ไม่รอช้า เขารีบหันหลัง และกำลังจะกระโดดหายไปกลางอากาศ เวลานี้หวังชงเซียวไม่สามารถดูแลผู้ใดได้อีก เขาต้องการหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ “นี่สหายเจ้าอย่าได้รีบร้อนนัก..” “โอ้..ระวัง ข้างหน้ามีภูเขา อย่าไปชนเข้าล่ะ!” หลิงหยุนจงใจปล่อยให้หวังชงเซียวกระโดดหนีไปและร้องตะโกนล้อเลียนไม่หยุดหย่อน แต่ในเมื่อหลิงหยุนเผาหยดเสินหยวนไปแล้ว มีหรือที่หวังชงเซียวจะเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าเขาในตอนนี้! “ฆ่าพวกมันให้หมด!” ในขณะเดียวกันหลิงหยุนก็ร้องตะโกนสั่งให้เหล่าแวมไพร์ทั้งห้าจัดการสังหารคนที่เหลือให้หมด.. “ในนามของเทพแห่งซาตานกรงโลหิตจงปรากฏขึ้น!” หลังจากที่อ็ดเวิร์ดร่ายมนต์ซาตานจบกรงโลหิตขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นครอบร่างของยอดฝีมือทั้งสี่ไว้ทันที เวลานี้เอ็ดเวิร์ดได้เข้าสู่ขั้นแกรนด์ดยุคแล้วและมันก็แข็งแกร่งกว่าดยุคแดร๊กคิวล่ามากนัก หากจะเปรียบเทียบความแข็งแกร่งของแวมไพร์ขั้นแกรนด์ดยุคแล้ว ก็คงจะไม่ด้อยไปกว่าผู้บ่มเพาะตนที่อยู่ในด่านกลางขั้นพลังชี่.. “เนตรปีศาจ!”หลังจากที่ขังยอดฝีมือทั้งสี่ไว้ในกรงโลหิตแล้วเอ็ดเวิร์ดก็ใช้เนตรปีศาจทำการสะกดจิตหนึ่งในยอดฝีมือทั้งสี่คนไว้ทันทีแม้ยอดฝีมือผู้นี้จะมีจิตหยั่งรู้ที่แข็งแกร่งในขั้นพลังเหนือธรรมชาติระดับห้าแต่ก็ยังต้องพ่ายแพ้ให้กับเนตรปีศาจของมัน“หอกโลหิต!”หอกโลหิตปรากฏขึ้นในมือของเอ็ดเวิร์ดและร่างใหญ่ยักษ์ราวกับเทพแห่งซาตานของมันก็ย่างเยื้องไปด้านหน้า พร้อมกับเงื้อหอกโลหิตในมือขึ้นแทงเข้าใส่ร่างของยอดฝีมือที่ถูกสะกดจิตไว้ด้วยเนตรปีศาจทันทีฉึก!เลือดสีแดงในร่างของยอดฝีมือผู้นั้นค่อยๆไหลออกมาแต่แทนที่จะหยดลงพื้นมันกลับไหลไปตามหอกโลหิตเข้าสู่ร่างของเอ็ดเวิร์ดทันที!โลหิตของยอดฝีมือขั้นพลังเหนือธรรมชาติระดับห้านั้นยิ่งทำให้เอ็ดเวิร์ดแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิม..หลังจากที่ยอดฝีมือหนึ่งคนถูกเอ็ดเวิร์ดแทงตายด้วยหอกโลหิตแล้วที่เหลืออีกสามคนก็ถึงกับหวาดกลัวอย่างมาก และพยายามที่จะทลายกรงโลหิตของเอ็ดเวิร์ดออกไปครั้งนี้เอ็ดเวิร์ดไม่ได้ใช้เนตรปีศาจสะกดจิตอีกมันพุ่งหอกโลหิตในมือเข้าใส่ร่างของหนึ่งในสามยอดฝีมือที่เหลือทันที!ใบหน้าของยอดฝีมือผู้นั้นบ่งบอกถึงความหวาดกลัวอย่างที่สุดและพยายามหลบหลีกหอกโลหิตของเอ็ดเวิร์ด พร้อมกับพยายามที่จะทะลายกรงโลหิตอย่างสุดความสามารถ แต่ก็ไม่สำเร็จ..“เจ้าเตรียมตัวตายได้แล้ว!”หลังจากที่ปล่อยให้ยอดฝีมือผู้นั้นดิ้นรนหลีกหนีจนพอแล้วเอ็ดเวิร์ดก็ไม่อยากเสียเวลาเล่นอีก มันจัดการแทงหอกโลหิตเข้าใส่ร่างของยอดฝีมือผู้นั้นสิ้นใจตายไปอีกคนทันทีในขณะที่เพียร์ซกับจอยซ์ซึ่งอยู่ในขั้นมาร์ควิสก็ได้ใช้เนตรปีศาจสะกดจิตยอดฝีมือทั้งสองที่เหลือ ส่วนเจสเตอร์กับพอลก็ช่วยกันจ้วงแทงด้วยหอกโลหิตจนสิ้นใจตายเช่นกันและเวลานี้สหายร่วมดินแดนของหวังชงเซียวทั้งสี่คนก็ได้ถูกสังหารตายจนสิ้น!“โอ้..”เจสเตอร์ที่กำลังดูดเลือดของหนึ่งในยอดฝีมือขั้นพลังเหนือธรรมชาติผ่านหอกโลหิตถึงกับร้องตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น“เลือดของมนุษย์ผู้นี้ช่วยสร้างพลังความแข็งแกร่งให้กับข้ามากจริงๆ!”ยอดฝีมือทั้งสีคนนั้นใกล้จะเข้าสู่ระดับห้าขั้นพลังเหนือธรรมชาติแล้วพวกเขาเพียงแค่รอให้ถึงวันพระจันทร์เต็มดวง เพื่อที่จะอาศัยพลังชีวิตจากดวงจันทร์ช่วยให้ตนพัฒนาขั้นได้เท่านั้น..หลังจากที่จัดการกับยอดฝีมือทั้งสี่แล้วตี้เสี่ยวอู๋ก็ทำหน้าที่ ‘เก็บกวาด’ เหมือนเช่นทุกครั้ง..….“เจ้ายังจะหนีอยู่อีกรึ!”ในเวลาเดียวกันนั้นหลิงหยุนเองก็ได้ไล่ล่าหวังชงเซียวไปกลางอากาศ แต่เขากลับไม่ลงมือ เพียงแค่เหาะตามหวังชงเซียวไปข้างๆ พร้อมกับร้องตะโกนถามและนั่นทำให้หวังชงเซียวถึงกับขนหัวลุกเวลานี้เขาพบว่าสหายทั้งสี่ของตนนั้นได้ถูกสังหารตายจนหมดแล้ว และรู้ตัวว่าตนเองคงจะไม่สามารถหนีรอดได้เช่นกัน จึงได้แต่กัดฟันถามออกไปว่า