ตอนที่ 837
บทที่ 1267 : โอสถโฉสะคราญและโอสถเยาว์วัย!
October 22, 2026
หลังจากรับประทานอาหารร่วมกันเสร็จแล้วหลิงหยุนกับจินเหยียวยังนั่งสนทนากันอยู่อีกครู่ใหญ่ ไม่มีเรื่องสำคัญอันใด เป็นการพูดคุยกันไปเรื่อยเปื่อยเหมือนอย่างคนในครอบครัวพูดคุยกันระหว่างมื้ออาหาร ทั้งคู่คุยกันเรื่องต่างๆภายในตระกูลหลิงเรื่องการฝึกวิชา และแม้กระทั่งเรื่องของพรรคมาร รวมถึงเล่าเหตุการณ์เมื่อสิบแปดปีก่อนอย่างละเอียด ก่อนจะมาจบด้วยเรื่องของเย่ซิงเฉินและงานชุมนุมชาวยุทธที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่เพราะจินเหยียวเป็นบ้าเสียสติไปนานถึงสิบแปดปีเรื่องที่นางเล่าตลอดสิบแปดปีจึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับหยินชิงเฉวียนแม่ของเขาเสียมากกว่า จากการพูดคุยที่ยาวนานนี้ทำให้หลิงหยุนได้ล่วงรู้ความลับต่างๆของพรรคมารไม่น้อยอีกทั้งได้รู้เรื่องราวของหยินชิงเฉวียนมากยิ่งขึ้น รวมทั้งได้รู้ว่าจินเหยียวก็คือสาวใช้คนสนิทที่รักกันดั่งพี่น้องของแม่ตน.. จากข้อมูลทั้งหมดที่ได้รู้มาในตอนนี้ทำให้หลิงหยุนรู้ตัวว่าด้วยกำลังความแข็งแกร่งของตนในตอนนี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะบุกเข้าไปบดขยี้พรรคมาร นั่นเพราะยี่สิบผู้เฒ่าแห่งพรรคมารนั้นเมื่อสิบแปดปีก่อนยังแข็งแกร่งหาผู้ใดเทียบไม่ได้ แม้แต่หยินชิงเฉวียนยังเคยนึกอิจฉาพวกเขา จินเหยียวได้เล่าให้หลิงหยุนฟังว่าเป็นเพราะก่อนหน้านี้นางได้พลีชีพด้วยการระเบิดลมปราณตัวเอง และกระโดดหน้าผาลงไปหมายตายพร้อมกับซือกงถู แม้ครั้งนั้นซือกงถูจะรอดชีวิตมาได้ แต่ก็ทำให้เขาไม่สามารถฝึกฝนวิชาได้นานถึงสิบปี ไม่เช่นนั้นแล้วในวันที่หลิงหยุนประมือกับซือกงถูนั้น มันคงจะไม่ได้อยู่เพียงแค่ระดับหกขั้นพลังเหนือธรรมชาติเป็นแน่.. หลิงหยุนฟังแล้วก็ได้แต่ตกตะลึงและได้แต่คิดในใจว่าไม่แปลกเลยที่พรรคมารสามารถต่อกรกับเหล่าชาวยุทธฝ่ายธรรมะมาได้นานถึงเพียงนี้ อีกทั้งยังยืนหยัดมาได้จนถึงทุกวันนี้ ที่แท้เป็นเพราะพรรคมารแข็งแกร่งเช่นนี้นี่เอง! หลังจากได้ฟังจินเหยียวเล่าเรื่องภายในพรรคมารทำให้หลิงหยุนรู้ตัวว่าหากยังไม่สามารถเข้าสู่ด่านสุดท้ายขั้นพลังชี่ได้ ก็ยังไม่สามารถบุกเข้าไปช่วยหยินชิงเฉวียนที่พรรคมารได้! มิน่าทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้าเย่ซิงเฉินและหลิงหยุนพูดถึงเรื่องที่จะไปช่วยท่านแม่ของเขา เย่ซิงเฉินจะรีบเปลี่ยนเรื่อง คล้ายไม่ต้องการพูดถึงเรื่องนี้.. แต่ถึงกระนั้นหลิงหยุนก็ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวต่อพรรคมารและไม่รีบร้อน เวลานี้เขาเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นซานฉางชี่แล้ว จึงสามารถปกป้องคุ้มครองตัวเองได้อย่างไม่มีปัญหา เขามั่นใจว่าอีกภายในครึ่งปี ก็จะสามารถเข้าสู่ด่านสุดท้ายของขั้นพลังชี่ได้ และเมื่อถึงตอนนั้นเขาจะบุกไปบดขยี้พรรคมารด้วยตัวเอง! “ท่านน้าจินเหยียวอีกครึ่งปีข้าต้องสามารถไปช่วยท่านแม่ให้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาได้แน่!” ก่อนจะลากลับไปหลิงหยุนพูดกับจินเหยียวด้วยน้ำเสียงที่แม้จะไม่ดุดัน แต่ก็หนักแน่นมั่นคงยิ่งนัก! จินเหยียวเองก็เชื่อว่าด้วยความสามารถของหลิงหยุนในเวลานี้เขาจะสามารถทำอย่างที่พูดได้เป็นแน่ นางพยักหน้าด้วยแววตาซาบซึ้งใจ แล้วจึงเดินออกไปส่งหลิงหยุน …… หลิงหยุนกลับไปถึงบ้านของตนราวห้าทุ่มเกาเฉินเฉินเองก็นั่งรอการกลับมาของเขาอยู่แล้ว ในคืนที่เงียบสงบและน่ายินดีเช่นนี้ ทั้งคู่ไม่อาจหลีกเลี่ยงที่จะใช้เวลาด้วยกันอย่างใกล้ชิดได้.. แต่ครั้งนี้หลิงหยุนได้เรียนรู้ข้อผิดพลาดจากครั้งก่อนแล้วเขาจึงได้วางค่ายกลไว้ที่สวนด้านนอกบ้านเพื่อป้องกันจิตหยั่งรู้ของผู้อื่น และเสียงที่จะดังรอดออกไปได้ จากนั้นทั้งคู่จึงเริ่มปลุกเร้าอารมณ์ความรู้สึกของกันและกันโดยไม่ต้องกังวลใจใดๆอีกระหว่างเสร็จสิ้นภารกิจเร่าร้อนไปแล้วหลิงหยุนก็ไม่ลืมที่จะสอบถามเกาเฉินเฉินถึงปัญหาในการฝึกวิชาหงส์เล่นไฟ และช่วยนางแก้ไขสิ่งที่ติดขัด….เช้าวันใหม่..หลิงหยุนตื่นขึ้นมาฝึกวิชาดาราคุ้มกายต่อจนกระทั่งถึงแปดโมงเช้าจึงหยุด“โอ้!ด้วยอานุภาพพลังจันทราจากคืนพระจันทร์เต็มดวงติดต่อกันถึงเก้าคืน ข้าคงจะสามารถเข้าสู่ด่านสามของดาราคุ้มกายได้เสียที!”หลังจากฝึกเสร็จหลิงหยุนสามารถสัมผัสได้ว่าตนใกล้จะสามารถเข้าสู่ด่านสามของดาราคุ้มกายได้แล้ว หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จหลิงหยุนก็ได้เรียกโม่วู๋เตาให้ไปยังสวนชั้นที่แปดพร้อมกับตน ห้องฝึกวรยุทธตระกูลหลิงเองก็อยู่ในสวนชั้นนี้ และติดกับห้องพักของจินเหยียว นางรู้ว่าหลิงหยุนจะมาฝึกวิชาจึงมารออยู่ก่อนแล้วที่นี่เป็นสถานที่ที่หลิงหยุนเก็บตัวฝึกฝนวิชาและเตรียมพร้อมสำหรับการประลองกับตระกูลซันและตระกูลเฉิน แต่ครั้งนี้หลิงหยุนไม่ได้มาเก็บตัวฝึกวรยุทธ แต่เขากำลังจะทำการกลั่นโอสถโฉมสะคราญ และโอสถเยาว์วัยต่างหาก..จินเหยียวได้จัดเตรียมสมุนไพรที่จำเป็นสำหรับใช้ในการกลั่นโอสถไว้ให้ตามที่หลิงหยุนร้องขอแล้วในเมื่อหลิงหยุนได้น้ำผึ้งหยกขาวมาแล้วเขาแทบจะอดใจรอที่จะกลั่นโอสถทั้งสองชนิดไม่ได้ ครั้งนี้หลิงหยุนไม่ได้ใช้หม้อใบใหญ่ที่เคยใช้เช่นเคย แต่กลับเรียกหม้อเสินหนงออกมาแทน ในคืนที่หนิงหลิงยู่รับทัณฑ์สวรรค์สำเร็จและได้รับรางวัลเป็นพลังอมตะสีม่วงนั้น หม้อเสินหนงก็ได้ดูดซับเอาพลังอมตะนั้นเข้าไปด้วย และเวลานี้หม้อเสินหนงก็คล้ายมีแสงสีม่วงทอประกายอยู่รอบๆนี่นับเป็นครั้งที่สองที่หม้อเสินหนงมีการเปลี่ยนแปลงครั้งแรกคือตอนที่มันดูดซับเอาอสุนีบาตจากเมฆสีเขียวเข้าไป“โอ้โห..ช่างเป็นของวิเศษที่ล้ำค่ายิ่งนัก!”ทันทีที่เห็นหม้อเสินหนงโม่วู๋เตาก็ถึงกับตาโตขึ้นมาทันที“นี่..ไว้เจ้าสามารถกลั่นโอสถได้เมื่อใด ข้าจะให้เจ้ายืมหม้อเสินหนงไปใช้!”หลิงหยุนยิ้มให้กับโม่วู๋เตาพร้อมกับพูดกระตุ้นให้เขามีความกระตือรือร้นที่จะฝึกฝนวิชา..แต่น่าเสียดายที่ยังขาดฝาถึงกระนั้นการกลั่นโอสถโฉมสะคราญ และโอสถเยาว์วัยนี้ แม้ไม่มีฝาก็ไม่ได้ส่งผลอันใดนัก จากนั้นหลิงหยุนจึงทำการติดไฟและเริ่มขั้นตอนการกลั่นโอสถทันทีการกลั่นโอสถทั้งสองชนิดนี้จะต้องใช้เวลากลั่นถึงสามวัน..ในฐานะที่หลิงหยุนเป็นผู้รู้ด้านการกลั่นโอสถขั้นตอนต่างๆจึงดำเนินไปได้อย่างไม่มีสิ่งใดผิดพลาด สมุนไพรที่นำมาใช้ก็เป็นสมุนไพรชั้นเลิศทั้งสิ้น