ตอนที่ 836
บทที่ 1266 : สามข่าวใหญ่แพร่สะพรัด!
October 22, 2026
“เช่นนั้นอาทิตย์หน้าทั้งอาทิตย์เจ้าคงวุ่นวายอยู่กับการเตรียมความพร้อมสินะอย่างไรก็พยายามเตรียมไปให้พร้อมที่สุดล่ะ!” “เรื่องอื่นๆภายในตระกูลก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเองหากเจ้ามีสิ่งใดต้องการให้ข้าช่วย ก็บอกข้าได้ทันที” หลิงเย่วร้องบอก “ขอบคุณท่านลุงสอง” หลิงหยุนพยักหน้ายิ้มๆหลังจากครุ่นคิดครู่หนึ่งจึงเรียกผ้าแพรไหมดำทั้ง 36 กิโลกรัมออกมา “ท่านลุงนี่เป็นผ้าแพรไหมดำชั้นเลิศจำนวน 36 กิโลกรัม ตระกูลหลี่ต้องฟาดฟันประมูลแย่งชิงมาจากตระกูลหลิวและตระกูลถันด้วยจำนวนเงินที่สูงลิบลิ่ว..” “ผ้าแพรไหมดำทั้งหมดนี้สามารถตัดเย็บได้ถึง100 ชุด อย่างน้อยต้องให้คนตระกูลหลิงได้คนละหนึ่งชุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักรบตระกูลหลิงทั้งสามสิบหกคน..” “อ่อ..แต่ท่านลุงได้โปรดเก็บผ้าแพรไว้ให้ข้าใช้ประโยชน์อื่นๆสักหกกิโลกรัมด้วย!” หลิงหยุนร้องบอกหลิงเย่วเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนเองก็จำเป็นต้องใช้ผ้าแพรไหมดำ หลิงเย่วเอื้อมมือไปสัมผัสผ้าแพรไหมดำด้วยความทะนุถนอมก่อนจะเรียกเข้าไปเก็บไว้ในแหวนพื้นที่ของตน “สมาชิกตระกูลหลิงล้วนมีชุดผ้าแพรไหมดำกันหมดแล้วข้าว่าผ้าแพรไหมดำที่เจ้าให้มาก็น่าจะพอตัดชุดให้ทั้งนักรบตระกูลหลิงทั้ง 36 คน และศิษย์สำนักหมอสวรรค์ทั้ง 72 คน อย่างน้อยพวกเขาก็จะได้มีเสื้อเกราะสำหรับป้องกันตัว” จากนั้นหลิงเย่วก็เงยหน้าขึ้นมองหลิงหยุนพร้อมบอกไปว่า“ศิษย์สำนักหมอสวรรค์ที่เจ้าคัดเลือกมานั้น ล้วนหน่วยก้านดีทั้งสิ้น!” “เป็นเช่นนั้นก็ดี!” หลิงหยุนนึกไม่ถึงว่าหลิงเย่วจะให้ความสนใจศิษย์สำนักหมอสวรรค์ทั้ง72 คนถึงกับไปสอดส่องด้วยตนเองเช่นนี้ เพราะแม้แต่ตัวเขาเองตั้งแต่ทั้งหมดมาถึงปักกิ่ง หลิงหยุนยังไม่มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมเยียนเลยสักครั้ง “แต่พวกเขาทั้งหมดอยู่ในขั้นต่ำนักสิ่งสำคัญคือต้องเตรียมความพร้อมใหักับพวกเขาก่อน อีกอย่างพวกเขาทั้ง 72 คนยังไม่จำเป็นต้องออกไปต่อสู้กับใคร ชุดผ้าแพรไหมดำจึงยังไม่จำเป็นกับพวกเขาในเวลานี้..” หลิงหยุนบอกกับหลิงเย่วเช่นนั้นเพราะความจริงแล้วเขากังวลว่าศิษย์ทั้ง 72 คนที่เขาตั้งใจปลุกปั้นฝึกฝนให้เป็นนักรบเดนตายนั้น หากได้รับเครื่องป้องกันตัวตั้งแต่เนิ่นๆเช่นนี้ จะทำให้พวกเขากลายเป็นนักรบที่อ่อนแอ และเกียจคร้านการฝึกฝน เพราะหลิงหยุนตั้งใจที่จะฝึกนักรับทั้ง72 คนให้เป็นนักรบที่แกร่งที่สุด และทรงพลังที่สุด! “ข้าเข้าใจแล้วถ้าเช่นนั้นข้าจะเพียงแค่จัดเตรียมไว้ แต่ยังไม่มอบให้กับพวกเขา!” “หลิงหยุนเมื่อครู่เจ้าพูดถึงตระกูลหลี่ขึ้นมา ข้าจึงอยากถามว่าเจ้าจะปฏิบัติต่อพวกเขาเช่นใด เพราะเมื่อสองสามวันก่อนนี้คนสำคัญของตระกูลหลี่เทียวมาพบข้าถึงสองครั้งสองครา แต่เพราะเจ้าเองก็มีภารกิจรัดตัว ข้าจึงไม่มีเวลาไถ่ถาม เวลานี้ข้าเองก็ยังไม่ได้ตกปากรับคำอะไรพวกเขาไป..” หลิงเย่วนึกถึงภาพที่หลี่จวิ้นหัวที่วิ่งวุ่นไม่ต่างจากมดตัวน้อยที่ไต่ไปรอบหม้อร้อนๆก็ได้แต่ยิ้มออกมา มันเป็นความรู้สึกเย็นชาอย่างที่เขาเองก็ไม่เคยรู้สึกมาก่อน! และผู้ที่นำความรู้สึกเช่นนี้มาให้คนตระกูกลหลิงก็ไม่ใช่ใครแต่เป็นเพียงเด็กหนุ่มที่อายุยังไม่ถึงสิบเก้าปีด้วยซ้ำไป แม้หลิงหยุนจะมอบให้หลิงเย่วเป็นผู้ตัดสินใจในเรื่องต่างๆของตระกูลหลิงแทนเขาได้แต่หากเป็นเรื่องที่ใหญ่โต หลิงเย่วก็ยังคงต้องสอบถามความเห็นจากหลิงหยุนในฐานะผู้นำตระกูลอยู่ดี เช่นเดียวกับเรื่องของตระกูลหลี่.. และต่อให้หลิงหยุนไม่อู่ในฐานะของผู้นำตระกูลหลิงหลิงเย่วเองก็รู้ดีว่าหลิงหยุนนั้นมีความสำคัญต่อตระกูลหลิงมากเพียงใด หลิงหยุนตอบกลับยิ้มๆ“ในเมื่อคนตระกูลหลิงได้แสดงเจตจำนงชัดเจนเช่นนี้ พวกเราเองก็รับน้ำใจของเขามาแล้ว แต่ก็ต้องมั่นใจเสียก่อนว่าพวกเขามีจิตใจที่บริสุทธิ์จริง..”หลิงเย่วถามขึ้นด้วยความสงสัย“เจ้าหมายความเช่นใด”“ตระกูลหลี่ต้องการการปกป้องคุ้มครอบจากตระกูลหลิงของเราเช่นนี้ย่อมต้องสังเกตดูพฤติกรรมของพวกเขาในวันข้างหน้าเสียก่อน”คนสำคัญของตระกูลหลี่ที่หลิงเย่วพูดถึงเมื่อครู่นั้นหลิงหยุนคาดว่าน่าจะเป็นหลี่จวิ้นหัว ผู้ที่ตัดสินใจประมูลผ้าแพรไหมดำเพื่อนำมาเป็นของกำนัลให้กับตระกูลหลิง การกระทำของเขาทำให้หลิงหยุนนึกชื่นชมไม่น้อย “ข้าพอจะเข้าใจความหมายของเจ้าแล้วถ้าเช่นนั้นข้าพอคิดออกแล้วว่าจะจัดการเรื่องนี้เช่นใด”ในที่สุดหลิงเย่วก็ได้คำตอบหลี่จวิ้นหัวนั้นก็อายุมากแล้ว ตัวเขาเองก็รู้จักหลี่จวิ้นหัวมาตั้งแต่เด็ก แม้ตระกูลหลี่กับตระกูลหลิงจะมีข้อขัดแย้งในเรื่องธุรกิจกันบ้าง แต่ก็เป็นเพียงเรื่องเล็กๆน้อยๆ เรียกได้ว่าความสัมพันธ์ของสองตระกูลนั้นแม้จะไม่ถึงขั้นสนิทสนม แต่ก็ไม่ถึงขั้นขัดแย้ง การที่หลิงเย่วต้องปล่อยให้หลี่จวิ้นหัวเทียวไปเทียวมาเช่นนี้ เขาเองก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจไม่น้อยเช่นกัน“หลิงหยุนหากข้าเดาไม่ผิด เรื่องที่เจ้ากับบุคคลอันดับหนึ่งพบกันที่มหาวิทยาลัยหยานจิงในวันนี้ คงต้องจะต้องออกข่าวในทีวีเป็นแน่”หลิงหยุนไม่ได้สนใจเรื่องนี้นักแต่ก็ถามออกไปยิ้มๆ “ลุงสองหมายความเช่นใดงั้นรึ”หลิงเย่วยิ้มออกมาพร้อมตอบกลับไปว่า“ข้าก็หมายความว่าการพบกันของเจ้ากับบุคคลอันดับหนึ่งในวันนี้ นับเป็นการประชุมสุดยอดที่ผู้คนทั้งในและนอกยุทธภพต่างก็กำลังเฝ้าติดตาม มันเป็นการส่งสัญญาณบางอย่างให้กับคนระดับสูงในปักกิ่ง..”หลิงหยุนขยิบตาพร้อมถามกลับไปสั้นๆ“แล้วยังไง”“จะยังไงอีกเล่าตระกูลหลิงของเราก็ต้องช่วยกันส่งสัญญาณบางอย่างด้วยเช่นกัน เจ้ายังจำคลิปวีดีโอที่หลิงเลี่วยถ่ายไว้ในคืนที่หน่วยนภาบุกมาบ้านตระกูลหลิงได้หรือไม่?”“ข้าว่าได้เวลาปล่อยคลิปบางส่วนออกสู่โลกภายนอกแล้วล่ะ!”ฉวยโอกาสนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนและสร้างความน่าเกรงขามให้กับตระกูลหลิง!หลิงเย่วถูกยกย่องให้เป็นถึงมันสมองของตระกูลหลิงหากเรื่องแค่นี้ยังไม่สามารถคิดได้ ก็คงต้องโยนฉายานี้ทิ้งไปแล้ว..หลิงหยุนตอบกลับไปยิ้มๆ“เรื่องนี้ลุงสองตัดสินใจเองได้เลย!’หากคลิปที่เขาบดขยี้สองผู้เฒ่าแห่งหน่วยนภาถูกปล่อยออกไปจริงหลิงหยุนก็ไม่ได้ใส่ใจนัก อย่างมากก็แค่ดูด้วยความสนุก“ท่านลุงหลังจากที่ท่านได้สอนงานถังเมิ่งมาสองสามวัน ท่านคิดเห็นเช่นใดบ้าง”หลังจากที่หลิงหยุนไม่เห็นหน้าถังเมิ่งมาสองสามวันเขาจึงเอ่ยถามหลิงเย่ว..“ไม่เลวทีเดียว!”หลิงเย่วตอบหลิงหยุนไปเพียงแค่สั้นๆพร้อมกับพยักหน้ายิ้มๆก่อนจะอธิบายให้หลิงหยุนฟังด้วยน้ำเสียงชื่นชม“เด็กคนนี้เกิดมาเพื่อเป็นนักธุรกิจจริงๆน้อยนักที่จะหาคนเช่นถังเมิ่งได้ เวลานี้เขาเพียงแค่ขาดความรู้ในการบริหารจัดการ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา ข้าจะเป็นคนสอนเขาเอง เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องกังวลใจไป”หลิงหยุนแอบถอนหายใจด้วยความสุขใจและได้แต่คิดว่าเป็นอย่างที่ตนคาดไว้จริงๆ หลิงเย่วจะต้องชื่นชอบถังเมิ่ง แต่หากถังเมิ่งยังทำไม่ได้ เขาก็ไม่รู้จะหาผู้ใดที่ไว้ใจได้กว่านี้..ในเมื่อเป็นเช่นนี้หลิงหยุนก็ไม่มีเรื่องใดต้องกังวลใจอีก..