ตอนที่ 835
บทที่ 1265 : แสงจันทร์และแสงอาทิตย์!
October 22, 2026
ในเมื่อวันนี้เป็นวันรายงานตัวของนักศึกษาใหม่ถนนหนทางทั่วทั้งปักกิ่งจึงค่อนข้างติดขัด และแน่นขนัด หลิงหยุนออกมาราวบ่ายสี่โมงครึ่ง และกว่าจะกลับถึงบ้านตระกูลหลิงก็ดึกมากแล้ว “เฮ้อ..ในที่สุดก็ถึงบ้านจนได้ ปักกิ่งรถติดไม่ขยับแบบนี้ หมดเรี่ยวหมดแรงจริงๆ!” ทันทีที่รถหรูคันยาวเลี้ยวเข้าประตูบ้านหลิงหยุนก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกับบ่นพึมพำอย่างเหนื่อยหน่าย เพราะสำหรับหลิงหยุนแล้ว การต้องนั่งอยู่ในรถนานๆเช่นนี้นับเป็นการเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ เกาเกาเฉินเฉินก้าวลงจากรถทันทีพร้อมกับหัวเราะคิกคักเมื่อได้ยินเสียงบ่นของหลิงหยุน แล้วหันไปพูดกับเขาว่า “นี่ยังไม่เท่าไหร่นะนายยังไม่เคยเจอสภาพที่รถติดกันยาวเป็นหลายกิโลเมตร หนึ่งชั่วโมงจึงจะสามารถขยับได้สักที!” “ถ้านายอยากลองก็รอให้ถึงวันหยุดช่วงเทศกาลวันชาติก่อนช่วงนั้นผู้คนจะหลั่งไหลเข้ามาในปักกิ่งไม่ขาดสายเลยล่ะ ปักกิ่งนี่แทบจะกลายเป็นทะเลคนไปเลย..” หลิงหยุนได้ฟังถึงกับส่ายหน้าพร้อมกับโพล่งออกมาทันที“ไม่ล่ะ แค่ฟังก็กลัวแล้ว โชคดีที่ช่วงนั้นผมไม่อยู่ปักกิ่งพอดี!” อีกไม่เท่าไหร่ก็จะใกล้ถึงวันชาติจีนแล้วและช่วงนั้นก็น่าจะเป็นช่วงที่หลิงหยุนไปร่วมงานชุมนุมชาวยุทธที่หุบเขาหลงเฟยบนเขาหลงหู่ และน่าจะไม่ได้กลับปักกิ่งอีกราวครึ่งเดือน “เฉินเฉินผมจะไปคุยกับลุงสองหน่อย คุณกลับไปพักผ่อนที่บ้านก่อนนะ แล้วก็รีบอาบน้ำให้สะอาด คืนนี้พวกเราจะ..” “เงียบไปเลย..” เกาเฉินเฉินรู้ว่าหลิงหยุนกำลังจะพูดอะไรต่อใบหน้างดงามนั้นแดงก่ำและร้อนผ่าวขึ้นมาทันที หลังจากพูดออกไปได้เพียงแค่นั้น นางก็วิ่งหายวับไปอย่างรวดเร็ว หลิงหยุนมองตามหลังของเกาเฉินเฉินไปพร้อมกับส่ายหน้ายิ้มๆแล้วจึงเดินตรงไปที่บ้านของหลิงเย่ว.. “หลิงหยุนกลับมาแล้วรึนั่งก่อนสิ” ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้อากาศจะค่อนข้างดีเป็นพิเศษเพราะไม่ร้อน และไม่เย็นจนเกินไป อุณหภูมิกำลังดี หลิงเย่วเองก็ได้ออกมาชงชานั่งรอหลิงหยุนอยู่ที่สวนด้านนอกก่อนแล้ว บนโต๊ะหินรูปร่างแปลกตามีกาชาที่ส่งกลิ่นหอมอบอวลวางไว้ข้างโต๊ะหินมีเก้าอี้ไม้ไผ่สองตัวตั้งอยู่.. “ฮ่า..ฮ่า.. เวลานี้ข้ากลายเป็นคนติดรสชาของลุงสองมากขึ้นทุกวันแล้ว!” เมื่อหลิงหยุนก้าวเข้าไปเขาก็รีบร้องทักทายหลิงเย่วพร้อมกับยกถ้วยชาขึ้นดื่มทันที.. หลิงเย่วนั่งมองหลิงหยุนดื่มชาไปหลายถ้วยในที่สุดก็หัวเราะออกมาพร้อมกับถามขึ้นว่า “วันนี้รถคงจะติดมากเลยสินะ” “ไม่ขยับเลยล่ะ!” หลิงหยุนร้องออกมาอย่างหงุดหงิด“เสียเวลาข้ามากจริงๆ!” หลิงเย่วยิ้มพร้อมกับรินชาให้หลิงหยุนใหม่หลังจากนั้นหลิงเย่วก็เริ่มสนทนาเรื่องของตนทันที..“เมื่อคืนนี้เจ้าไปโรงประมูลชาวยุทธที่ตระกูลเย่จัดขึ้นเป็นเช่นใดบ้างเล่าให้ข้าฟังหน่อยสิ..”หลิงเย่วรู้ดีว่าหลิงหยุนค่อนข้างมีงานรัดตัวเขาจึงไม่ต้องการเสียเวลาไปกับเรื่องอื่นมากนัก และถามในสิ่งที่ตนอยากรู้ทันที“มันเป็นธุรกิจที่สามารถหาเงินได้ง่ายมากแล้วก็ทำกำไรได้อย่างมหาศาลจริงๆ!”แววตาของหลิงหยุนเป็นประกายในขณะที่เล่าให้หลิงเย่วฟัง“ธุรกิจประเภทนี้ไม่ต่างจากการขโมยเงินในกระเป๋าผู้อื่นเลย! ค่าคอมมิชชั่น 20% ท่านลุงของคิดดู คืนเดียวมีเงินหมุนเวียนในโรงประมูลสูงถึงสองแสนล้าน ค่าคอมมิชชั่นที่ต้องได้อย่างน้อยก็สี่หมื่นล้าน..” “ธุรกิจที่ทำรายได้ดีเช่นนี้ตระกูลหลิงของเราต้องรีบก่อตั้งโรงประมูลขึ้นมาโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้!”หลิงหยุนร้องบอกด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น..“เรื่องนั้นไม่มีปัญหาข้ามีบุคลากรที่พร้อมจะจัดเตรียมเรื่องนี้ได้ในทันที”หลิงเย่วจ้องมีสีหน้าท่าทางของหลิงหยุนด้วยความสงบนิ่งนั่นเพราะการที่หลิงหยุนสามารถบดขยี้สองผู้เฒ่าแห่งหน่วยนภาได้ ย่อมเป็นการประกาศศักดาและความแข็งแกร่งของตระกูลหลิงไปในตัว จึงไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวเหล่าชาวยุทธในโลกยุทธภพอีกอีกทั้งเวลานี้ตระกูลหลิงก็กำลังเผชิญหน้าอยู่กับตระกูลหลงและตระกูลเย่ยังจะมีคู่แข่งใดที่น่ากลัวกว่านี้อีกอย่างนั้นหรือตลอดเวลาเกือบยี่สิบปีที่ผ่านมานั้นตระกูลหลิงมีรายได้ที่เหือดแห้ง และแทบไม่เคยพอกับค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกิดขึ้น ซึ่งเรื่องนี้หลิงหยุนเองก็เข้าใจเป็นอย่างดี รายได้ทั้งปีของตระกูลหลิงนั้นยังน้อยกว่ารายได้ของตระกูลเย่ในหนึ่งชั่วโมงเสียอีก และนี่คือช่องว่างที่กว้างใหญ่มากของสองตระกูล“หลิงหยุนเจ้ายังไม่ได้ตอบข้าเลยว่าการประมูลเมื่อคืนเป็นเช่นใดบ้าง มีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นบ้าง เจ้าเล่าให้ข้าฟังหน่อยจะได้หรือไม่?”หลิงหยุนใช้เวลาราวยี่สิบนาทีในการเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในโรงประมูลให้กับหลิงเย่วฟังจนจบ..จากนั้นหลิงหยุนจึงบอกกับหลิงเย่วว่า“ลุงสอง เวลานี้ตระกูลหลิงของเราไม่ได้ด้อยไปกว่าตระกูลหลง หรือตระกูลเย่เลย หากโรงประมูลของหน่วยนภาจัดขึ้นเมื่อใด ท่านควรจะลองไปดูให้เห็นด้วยตาตัวเอง จะได้นำสิ่งที่พบเห็นมาปรับใช้กับโรงประมูลของตระกูลหลิงได้”หลิงเย่วพยักหน้า“คำแนะนำของเจ้าดีมากทีเดียว ข้าต้องไปแน่! จะว่าไปโรงประมูลชาวยุทธไม่ว่าผู้ใดจัดก็ล้วนมีรูปแบบพื้นฐานคล้ายคลึงกัน แต่ข้าจะลองไปดูและศึกษาไว้เป็นข้อมูลมาปรับใช้อย่างที่เจ้าบอก..”ในความหมายของหลิงหยุนนั้นเขาต้องการให้หลิงเย่วไปศึกษาระบบเทคโนโลยีต่างๆ ที่จะนำมาใช้ในโรงประมูลตระกูลหลิง และโรงประมูลตระกูลเย่ก็เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดีของการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาปรับใช้ได้อย่างกลมกลืนกับเหล่าชาวยุทธอีกหนึ่งความสำคัญคือเรื่องของสินค้าที่นำออกมาประมูลและจะเป็นสิ่งที่ทำให้โรงประมูลนั้นๆได้รับความนิยมมากเพียงใดหลิงเย่วยกถ้วยชาขึ้นจิบพร้อมกับถามต่อว่า“เมื่อคืนเจ้าคงเก็บเกี่ยวมาได้ไม่น้อยทีเดียวสินะ!”หลิงหยุนยิ้มกว้างพร้อมกับตอบไปว่า“ลุงสอง อย่าหาว่าข้าโอ้อวด ครั้งนี้ตระกูลหลิงของเราได้ผลประโยชน์ไม่น้อยกว่าตระกูลเย่เลย!”หลิงหยุนยกนิ้วชี้ขึ้นหนึ่งนิ้วพร้อมกับย้ำด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“ตลอดหนึ่งปีนี้ ข้ารับรองได้ว่าทั้งสมาชิกตระกูลหลิง นักรบตระกูลหลิงทั้งสามสิบหกคน และศิษย์สำนักหมอสวรรค์อีกเจ็ดสิบสองคน ทุกคนจะมีทรัพยากรในการฝึกฝนอย่างไม่ขาดแคลนเลยทีเดียว..”