ตอนที่ 834
บทที่ 1264 : เทพเจ้าแห่งโชคลาภ!
October 22, 2026
ในเวลานั้นเองหลิงหยุนที่อยู่ในระหว่างทางกลับบ้านนั้น กลับไม่รู้เลยว่าเรื่องที่ชายชราตั้งใจมาพบเขาที่มหาวิทยาลัยหยานจิงนั้นได้แพร่สะพรัดออกไปทั่วปักกิ่งอย่างรวดเร็ว! ข่าวคราวเรื่องการพบปะอย่างลับๆครั้งนี้ทำให้ผู้คนระดับสูงของปักกิ่งถึงกับตกใจไปตามๆกัน! นั่นเพราะคำพูดทุกประโยคและทุกคำสั่งของชายชราหลังจากนั้น บ่งบอกถึงสัญญาณบางอย่างได้ชัดเจน.. …… ที่บ้านตระกูลหลี่ในกรุงปักกิ่ง.. “นี่เจ้าพูดเรื่องอะไรกัน!” ผู้เฒ่าตระกูลหลี่นามว่าหลี่กวนผิงที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยนั้นเมื่อได้ยินคำบอกเล่าจากหลี่จวิ้นหัวก็ถึงกับลุกพรวดขึ้นมานั่งทันที แต่เพราะการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วจนเกินไปนั้น จึงทำให้ใบหน้าที่ซีดเซียวของผู้เฒ่าหลี่กลับกลายเป็นแดงก่ำ พร้อมกับไอออกมาอย่างหนัก หลี่จวิ้นหัวซึ่งยืนอยู่ตรงหน้าจึงรีบเอื้อมมือไปลูบแผ่นหลังของชายชราเบาๆพร้อมกับถ่ายเทพลังปราณอ่อนๆลงไปในร่างของหลี่กวนผิงด้วย เพื่อช่วยให้เขาสบายตัวขึ้น “แค๊ก..แค๊ก.. จวิ้นหัวข้าไม่เป็นอะไร” ในที่สุดหลี่กวนผิงก็เริ่มมีกำลังวังชาขึ้นมาบ้างเขาค่อยๆโบกไม้โบกมือ ดวงตาแดงก่ำนั้นจ้องมองหลี่จวิ้นหัวพร้อมกับถามย้ำว่า “บุคคลอันดับหนึ่ง..ไปที่มหาวิทยาลัยจริงๆงั้นรึ! แล้วเขากับหลิงหยุนก็นั่งคุยกันร่วมหนึ่งชั่วโมงเชียวรึ?!” หลี่จวิ้นหัวย้ำด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“เป็นเช่นนั้นจริงท่านพ่อ!” หลังจากทำท่าทางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งหลี่จวิ้นหัวจึงพูดต่อว่า “ที่นั่นไม่มีการประกาศคุมเข้ม จึงไม่ใช่การดำเนินการที่เป็นความลับ ข้าคิดว่าเรื่องนี้คงจะต้องกลายเป็นข่าวเผยแพร่ทางทีวีในคืนนี้เป็นแน่..” เมื่อได้ฟังเช่นนั้นหลี่กวนผิงถึงกับตื่นเต้นอย่างที่สุด ร่างของเขาสั่นเทิ้มพร้อมกับนิ้วผอมแห้งนั้นกำแน่น และเอ่ยออกมาได้เพียงแค่ว่า “ดี..ดี.. ดี..” จากนั้นหลี่กวนผิงก็เงยหน้าขึ้นมองหลี่จวิ้นหัวอีกครั้งดวงตาของเป็นประกายระยิบระยับในขณะที่เอ่ยออกไป “จวิ้นหัวครั้งนี้ตระกูลหลี่ของเราเดิมพันเลือกข้างได้ถูกต้องแล้ว!” “เมื่อคืนนี้เจ้าเปิดตัวต่อตระกูลหลิงเช่นนั้นนับเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องยิ่งนัก!” “จวิ้นหัวครั้งนี้เจ้าสร้างคุณงามความดีต่อตระกูลหลี่ของเราอย่างมากทีเดียว!” ผู้เฒ่าตระกูลหลี่พรั่งพรูคำพูดออกมามากมายด้วยความตื่นเต้นดีใจแต่หลังจากที่เขาพูดจบ ก็เริ่มหายใจไม่ออก และไออย่างหนักอีกครั้ง “ท่านพ่อนี่เป็นหน้าที่ของลูก!”หลี่จวิ้นหัวกระซิบเสียงเบาพร้อมกับเอื้อมมือไปลูบแผ่นหลังของหลี่กวนผิงอย่างเบามืออีกครั้ง..หลี่กวนผิงนั่งนิ่งพักอยู่ครู่ใหญ่จนกระทั่งความตื่นเต้นดีใจนั้นจางคลายลงเขาครุ่นคิดอะไรบางอย่างเนิ่นนานจึงพยักหน้าพร้อมกับเอ่ยเสียงเบา“จวิ้นหัวในเมื่อสัญญาณชัดเจนถึงเพียงนี้ ตระกูลหลี่ของเราคงต้องทำอะไรสักอย่างแล้วล่ะ!”หลี่จวิ้นหัวพยักหน้าพร้อมตอบกลับไปว่า“ลูกรอฟังอยู่ ท่านพ่อได้โปรดบอกมา..”“เมื่อครู่ที่เจ้าบอกว่าสามสิบหกกิโลกรัมนั้นมันคืออะไรนะ..” ชายชราหลงลืมไปชั่วคราวจึงเอ่ยถามขึ้น“ท่านพ่อมันคือผ้าแพรไหมดำชั้นเลิศ” หลี่กวนผิงพยักหน้ารับรู้“สิ่งของที่เจ้าประมูลมามากมายเมื่อคืนนี้ จะว่าไปแล้วก็ไม่ได้ช่วยอะไรตระกูลหลี่ของเราได้มากนัก”หลี่จวิ้นหัวพยักหน้าเห็นด้วยทันที“ท่านพ่อ เรื่องนั้นลูกทราบดี เพียงแต่..”เมื่อพูดมาถึงเรื่องนี้สีหน้าของหลี่จวิ้นหัวก็เปลี่ยนเป็นสับสนวุ่นวายอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะตัดสินใจพูดออกไปอย่างยากลำบาก“แต่ก่อนที่ตระกูลหลิงจะทำลายตระกูลซันและตระกูลเฉินนั้นตระกูลหลี่ของเขาก็เอาแต่นั่งนิ่งรอดูท่าที แม้กระทั่งในวันที่ตระกูลเล็กๆทั้งสิบกว่าตระกูลไปบีบคั้นตระกูลหลิงถึงบ้าน พวกเราก็เอาแต่นิ่งดูดาย ไม่ยื่นมือเข้าไปช่วย..”“ปรากกฏว่าตระกูลหลิงกลับสามารถสังหารพันธมิตรตระกูลซันและตระกูลเฉินได้เพียงแค่ชั่วข้ามคืนข้าจึงรีบตัดสินใจที่จะขอลงทุนร่วมกับธุรกิจของหลิงหยุนในจิงฉู แต่ไม่ว่าข้าส่งผู้ใดไปเจรจา คนของหลิงหยุนที่ชื่อว่าถังเมิ่งกลับไม่ยินยอมอยู่ดี..” หลี่กวนผิงนั่งฟังนิ่งเงียบและครุ่นคิดตาม..หลี่จวิ้นหัวนิ่งไปครู่หนึ่งจึงเล่าต่อว่า“แต่หลังจากนั้นข้าก็สืบทราบมาว่าไม่ใช่ถังเมิ่งที่ไม่ยินยอม ข้าจึงไปพบหลิงเย่วที่บ้านตระกูลหลิง แต่กลับคิดไม่ถึงว่าเวลานี้แม้แต่หลิงเย่วซึ่งรองมาจากหลิงหยุน ยังคงรักษาท่าทีไม่ให้คำตอบ แม้เขาจะปฏิบัติต่อข้าอย่างสุภาพเช่นเคยก็ตาม..”“แต่ไม่ว่ายังไงข้าก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆแน่!”“นั่นเพราะเจ้าเข้าหาไม่ถูกคนต่างหากเล่า!”หลังจากที่หลี่กวนผิงนั่งฟังอยู่นานในที่สุดก็เอ่ยออกมา เขาบอกกับหลี่จวิ้นหัวต่อด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง“คนตระกูลหลิงล้วนรักใคร่กลมเกลียวเป็นหนึ่งเดียวดังเหล็กกล้าต่อให้เจ้าหมั่นเพียรหยดน้ำลงไปนานเพียงใด ก็ยากที่จะกัดกร่อนเหล็กกล้าได้ เวลานี้มีเพียงผู้เดียวที่ควบคุมตระกูลหลิงไว้ทั้งหมดซึ่งก็คือผู้นำตระกูลคนปัจจุบัน.. หลิงหยุน!”“หากหลิงหยุนไม่เอ่ยปากเจ้าจะไปพบผู้ใดก็ไร้ประโยชน์!”“แต่นับว่าโชคดีที่การกระทำของเจ้าเมื่อคืนนี้ได้เปรียบเสมือนการเคาะประตูบ้านตระกูลหลิงแล้ว..”แววตาของหลี่กวนผิงเป็นประกายขึ้นมาทันที“หากเจ้าจะเสียเงินมากมายแล้ว ก็ต้องเสียเงินให้ถูกคนด้วย แม้เจ้าจะได้ทำการเคาะประตูไปแล้ว แต่นั่นมันยังไม่มากพอที่จะให้หลิงหยุนเปิดประตูรับได้..”หลี่จวิ้นหัวรีบตอบกลับไปทันที“ท่านพ่อ เรื่องนั้นข้าทราบ แต่ตลอดการประมูลทั้งคืน ลูกเองก็ไม่มีโอกาสได้พบหลิงหยุนเลยสักครั้ง”หลี่กวนผิงเงยหน้าขึ้นมองลูกชายของตนพร้อมกับถามออกไปว่า“เจ้าลืมสิ่งที่ข้าเคยสอนไปหมดแล้วรึ”