ตอนที่ 844
บทที่ 1274 : สำนักงานใหญ่หน่วยนภา!
October 22, 2026
ความจริงแล้วไม่เพียงแค่ศิษย์ทั้ง72 คนที่ต้องการอยู่กับหลิงหยุน แต่หลิงหยุนเองก็สนุกกับการช่วยฝึกฝนให้กับทุกคนด้วย เพราะทั้งหมดก็ล้วนแล้วแต่ยังเป็นวัยรุ่นเหมือนกัน ในช่วยระยะเวลาสองวันที่หลิงหยุนกินอยู่ฝึกซ้อมร่วมกับทุกคนนั้น ทำให้ทั้งหมดยิ่งผูกพันราวพี่กับน้อง และยิ่งศิษย์ทั้ง72 คนได้อยู่ใกล้กับหลิงหยุนนานมากเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งเห็นความน่าทึ่งของหลิงหยุนมากขึ้นเท่านั้น ทำให้ยิ่งเกิดความศรัทธาและเคารพในตัวหลิงหยุนมาขึ้นเป็นทวีคูณ ความรู้สึกทั้งหมดได้แสดงออกมาทางแววตาของพวกเขาอย่างชัดเจน หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ศิษย์ทั้งหมดเคารพศรัทธาในตัวหลิงหยุนเพิ่มมากขึ้นก็คือการที่ได้เห็นหลิงหยุนสร้างค่ายกลหลุมพลังขึ้นกักเก็บพลังชีวิตไว้ภายในโรงฝึกนั่นเอง ทำให้การฝึกฝนของทั้ง 72 คนพัฒนาขึ้นรวดเร็วเป็นสองเท่า เพราะหลังจากที่มีค่ายกลหลุมพลัง พลังชีวิตจากทั่วทุกสารทิศก็ได้หลั่งไหลเข้ามาอย่างมากมาย จนศิษย์ทั้ง 72 คนสามารถสัมผัสถึงความแตกต่างได้อย่างชัดเจน เวลานี้เรื่องราวต่างๆภายในตระกูลหลิงล้วนถูกแก้ไขหมดแล้วจึงไม่เหลือสิ่งใดให้หลิงหยุนต้องค้างคาใจอีก.. หลิงหยุนได้รับการติดต่อจากโจวเหวินอี้แจ้งให้เขาเข้าไปรายงานตัวที่หน่วยนภา หาไม่แล้วข้อเสนอทุกอย่างจะถูกยกเลิกทั้งหมดทันที ในวันนี้หลิงหยุนโม่วู๋เตา และตี้เสี่ยวอู๋จึงต้องออกจากโรงฝึกไปรายงานตัวที่หน่วยนภา! เรื่องความลึกลับของหน่วยนภานั้นหลิงหยุนเองเคยได้ยินมาหลายต่อหลายครั้งเมื่ออยู่ในจิงฉูแม้กระทั่งมาอยู่ในปักกิ่งแล้ว ได้พบเหล่าอาวุโสของหน่วยนภาหลายคนแล้ว หลิงหยุนก็ยังไม่รู้ว่าสำนักงานของหน่วยนภาอยู่ที่ใดกันแน่ เขาจึงอยากไปเห็นกับตาตัวเองสักครั้ง “เสี่ยวอู๋เจ้าเปิด GPS ไปที่สวนสาธารณะปาต้าฉู่ที่อยู่บนถนนวงแหวนที่ห้าทางตะวันตก” โจวเหวินอี้บอกกับหลิงหยุนเพียงแค่นั้นและเมื่อเขาไปถึงให้ติดต่อไปหาตน.. หลิงหยุนกับเพื่อนๆไปถึงสวนสาธารณะปาต้าฉู่ในเวลาเก้าโมงเช้า เมื่อไปถึงก็ได้โทรหาโจวเหวินอี้ตามที่เขากำชับไว้ “จากที่นั่นเจ้าเดินตรงไปทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือจะพบภูเขาลูกหนึ่งซึ่งมีอารามเซียงเยวี่ยอยู่ด้านบน ทางด้านทิศเหนือมีถ้ำลิ่วหยุน และที่ตีนเขาระหว่างอารามเซียงเยวี่ยกับถ้ำลิ่วหยุนนั้น ก็จะมีโรงงานชื่อว่าต้าตี้ ที่นั่นล่ะ!” โจวเหวินอี้บอกรายละเอียดของที่ตั้งสำนักงานให้กับหลิงหยุนฟังอย่างละเอียด.. ภูมิประเทศของปักกิ่งนั้นล้อมรอบด้วยภูเขาและต้นไม้เขียวชะอุ่ม บริเวณนี้มีต้นไม้ขึ้นหนาแน่นมากจนเกินไปทำให้บรรยากาศดูอึมครึม ผู้คนส่วนใหญ่จึงไม่เลือกที่จะอยู่อาศัย นั่นเพราะที่นี่มีพลังหยินรุนแรงจนเกินไป! แต่สถานที่เช่นนี้ก็มักจะเป็นที่ตั้งของวัดวาอารามจึงทำให้มีกลิ่นธูปอบอวลตลอดทั้งปี.. และการที่หน่วยนภาเลือกสถานที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งของศูนย์บัญชาการก็เพราะยอดฝีมือส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นหลวงจีน และนักพรตนั่นเอง เมื่อไปถึง..ทั้งสามคนก็มองหาโรงงานที่โจวเหวินอี้บอกทันที ตี้เสี่ยวอู๋ขับรถวันไปรอบๆ ในที่สุดก็พบโรงงานขนาดใหญ่อยู่ตีนเขาจริงๆ โรงงานต้าตี้พิทักษ์ผืนดิน! ที่หน้าร้านมีป้ายชื่อไม้แขวนอยู่ทั้งซ้ายและขวาไม่รู้ว่าป้ายนั้นแขวนมานานเพียงใดแล้ว เพราะสีที่เขียนก็ซีดเซียวจนแทบไม่เหลือ.. หลิงหยุนเห็นภาพด้านนอกแล้วทำให้นึกถึงโรงงานผลิตอาวุธของตระกูลหลิงทันทีเพราะดูช่างคล้ายคลึงกันยิ่งนัก! โรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่ระหว่างตีนเขาของภูเขาสองลูกมีพื้นที่ครอบคลุมบริเวณกว้างแต่ก็ดูมิดชิด พื้นที่รอบๆเงียบสงัด ไม่มีชาวบ้านอาศัอยู่เลย ด้านหน้าประตูทางเข้ามีรถพ่วง และรถเก่าหลายคันวางทิ้งไว้ คราบฝุ่นที่เกาะหนาแน่นบ่งบอกถึงระยะเวลายาวนานที่ถูกจอดทิ้งไว้ ถึงแม้สภาพด้านนอกโรงงานจะดูทรุดโทรมเช่นนั้นแต่ก็ใช่ว่าใครคิดที่เข้าไปก็จะสามารถเข้าไปได้ง่ายๆ“เสี่ยวอู๋ขับรถเข้าไปด้านใน!”ตี้เสี่ยวอู๋ขับรถตรงเข้าไปด้านในทันทีหลังจากหาที่จอดรถได้แล้ว ชายหนุ่มทั้งสามคนจึงได้ก้าวลงมาจากรถ“เหล่าโจว..ข้ามาแล้ว!” ทันทีที่ก้าวลงจากรถหลิงหยุนก็ร้องตะโกนบอกเสียงดังจากนั้นจึงเดินนำตี้เสี่ยวอู๋กับโม่วู๋เตาเข้าไปด้านในทันทีก่อนหน้าที่ได้พบกับโจวเหวินอี้ครั้งแรกที่บ้านตระกูลหลิงนั้นหลิงหยุนยังเรียกโจวเหวินอี้ว่าท่านโจวอยู่เลย แต่ตอนนี้กับเรียกเหล่าโจวด้วยความสนิทสนม..“โอ้..พวกเจ้าหาที่นี่พบเร็วถึงเพียงนี้เชียวรึ พวกเจ้ามากันทั้งสามคนเชียวรึ?!”“เหล่าโจวที่นี่เป็นโรงงานไม่ใช่รึ! พวกเราทั้งสามก็มาสมัครเป็นคนงานยังไงเล่า..” หลิงหยุนตอบกลับไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม..หน่วยนภามีหน้าที่ปกป้องแผ่นดินทำทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นจัดการกับเหล่าอสูร สะกดวิญญาณของเหล่าปีศาจร้าย ลอบสังหารศัตรู แม้กระทั่งสำรวจพื้นที่อันตรายต่างๆทั่วประเทศจีน การตั้งชื่อว่าโรงงานต้าตี้พิทักษ์ผืนดิน จึงบ่งบอกถึงความเป็นหน่วยนภาได้ดีที่สุด “เหล่าโจวข้าขอบอกไว้ก่อน หากข้าไม่ได้ตำแหน่งอาวุโสแห่งหน่วยนภา ข้าไม่ยอมแน่!”หลิงหยุนเพียงแค่หยอกเย้าโจวเหวินอี้เท่านั้น..โจวเหวินอี้ยิ้มออกมาพร้อมกับดึงแขนหลิงหยุนเข้าไปด้านใน“เอาล่ะๆ เข้าไปคุยข้างในกันดีกว่า!”ชายหนุ่มทั้งสามเดินตามโจวเหวินอี้เข้าไปทางด้านทิศเหนือของตัวโรงงานภายในกลับกลายเป็นห้องขนาดใหญ่โอ่โถงยิ่งนัก และสามารถมองเห็นสวนด้านนอกได้อย่างชัดเจนหลิงหยุนสังเกตเห็นว่าภายในหน่วยนภาเวลานี้กลับไร้เงาผู้คนมีเพียงพวกเขาทั้งสี่คนเท่านั้น..“เหล่าโจวนี่มันเกิดอะไรขึ้น! ข้ามารายงานตัวเข้าหน่วยนภาทั้งที เหตุใดจึงไม่มีการลั่นฆ้องจุดพลุต้อนรับอย่างสมเกียรติ?! อย่างน้อยก็น่าจะให้ลูกน้องของท่านอยู่ต้อนรับข้าบ้าง..”หลังจากที่นั่งลงจิบชาแล้วหลิงหยุนก็เริ่มบ่มทันที“ข้าจะไปหาใครมาต้อนรับเจ้าได้เล่า!เจ้าอย่าได้ฝันไป..”โจวเหวินอวี้เงยหน้าขึ้นมองหลิงหยุนพร้อมอธิบายต่อว่า“ที่นี่นอกจากผู้เฒ่าหน่วยนภาสองสามคนจะผลัดเปลี่ยนกันมาดูแลแล้ว สมาชิกคนอื่นๆต่างก็แยกย้ายกันอยู่ จะมารวมตัวกันก็ต่อเมื่อมีภารกิจเท่านั้น..”“หน่วยนภาจะมารวมตัวกันก็ด้วยเหตุผลสองข้อเท่านั้นคือหนึ่ง.. เมื่อมีภารกิจใหญ่เท่านั้น และการเลือกหัวหน้าใหม่ทุกๆห้าปี”“แต่หากมีภารกิจเล็กๆน้อยๆก็อาจมีบ้างที่สมาชิกสองสามกลุ่มจะมารวมกันที่นี่เป็นครั้งคราว และแยกย้ายกันเมื่อภารกิจสำเร็จลุล่วง แต่ไม่มีผู้ใดอยู่ที่นี่ตลอดเวลา..”ในเมื่อหลิงหยุนกำลังจะเข้าร่วมกับหน่วยนภาแล้วจึงไม่มีเหตุผลใดที่โจวเวินอี้จะต้องปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับหน่วยนภาอีก“เฮ้อ..ช่างน่าเสียดายจริงๆ” หลิงหยุนแสร้งทำเป็นถอนหายใจพร้อมกับคร่ำครวญออกมา ก่อนจะถามถึงใครบางคน“แล้วเฉียวเปียวกับหลี่เจิ้งเฟิงเล่าเหตุใดพวกเขาทั้งคู่จึงไม่อยู่ที่นี่”โจวเหวินอี้ถึงกับชะงักพร้อมจ้องหน้าหลิงหยุนนิ่ง“พ่อหนุ่ม.. นี่เจ้าจงใจจะยั่วโมโหข้าใช่หรือไม่ เจ้าทำร้ายพวกเขาสองคนจนบาดเจ็บถึงเพียงนั้น จะไม่ให้พวกเขาอยู่บ้านพักรักษาตัวเชียวรึ?!”