ตอนที่ 843
บทที่ 1273 : จัดระเบียบ!
October 22, 2026
ตี้เสี่ยวอู๋ขับรถไปหาที่จอดในขณะที่หลิงหยุน หลิงซวี่ หลิงเฟิง และโม่วู๋เตาเดินนำเข้าไปด้านในก่อน สิ่งแรกที่เตะตาเมื่อเดินเข้าไปด้านในคือโรงยิมขนาดใหญ่แต่ไม่มีผู้คนอยู่เลยแม้แต่คนเดียว.. ประตูรั้วห่างจากโรงยิมขนาดใหญ่ด้านไปราวสิบเมตรได้ตลอดสองข้างทางมีต้นไม้ดอกไม้ปลูกเรียงรายอยู่ ทางด้านขวาเป็นพื้นที่โล่งสำหรับใช้ทำกิจกรรมต่างๆ แต่ตอนนี้กลับว่างเปล่ามีเพียงรถบัส และรถของหลิงเสี่ยวจอดอยู่เท่านั้น ด้านหลังโรงริมขนาดใหญ่มีอาคารอยู่สองอาคารอาคารแรกเป็นอาคารเรียนทั่วไป ส่วนอีกหนึ่งอาคารคือหอพัก ตรงกลางระหว่างอาคารเรียนทั่วไปกับหอพักเป็นพื้นที่เปิดโล่ง สำหรับใช้วิ่ง หรือฝึกฝนกลางแจ้ง ระหว่างที่หลิงหยุนกับคนอื่นๆกำลังเดินเข้าไปนั้นหลิงเสี่ยวกับหลิงหย่งก็กำลังฝึกฝนวรยุทธให้กับศิษย์สำนักหมอสวรรค์ทั้ง 72 คนอยู่พอดี เวลานี้ร่างกายของทุกคนต่างก็เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ “อะไรกัน!แค่ไม่กี่วันพวกเขาก็สามารถเข้าสู่ขั้นโฮ่วเทียน-6 แล้วรึ?! บางคนเข้าสู่ขั้นโฮ่วเทียน-7 แล้วด้วย!” หลิงหยุนถึงกับร้องอุทานออกมาอย่างตกใจในขณะเดียวกันก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจด้วย.. หลิงเฟิงซึ่งเดินอยู่ข้างๆจึงพูดขึ้นว่า“พี่สาม เหตุใดท่านต้องประหลาดใจถึงเพียงนั้น พี่ลืมไปแล้วรึว่าท่านอาสามมีพรสวรรค์ล้ำเลิศเพียงใด? เรื่องนี้ผู้คนทั่วปักกิ่งต่างก็รู้ดี..” “ยังไม่นับพี่หลิงหย่งข้าได้ยินว่าเขามาฝึกให้ทุกคนเกือบจะทั้งวันทั้งคืนเลยทีเดียว เด็กพวกนั้นถึงได้ก้าวหน้าเร็วแบบนี้ยังไงล่ะ!” หลิงหยุนได้แต่แอบคิดอยู่ในใจว่าหลิงหย่งใช้เวลาสงบจิตสงบใจไปหลายวันแล้ว ได้เวลาที่เขาจะต้องพูดจากับหลิงหย่งให้เข้าใจเสียที …… เวลานี้หลิงหย่งกำลังสอนเพลงหมัดให้แก่ศิษย์หมอสวรรค์ทั้งหกคนที่เข้าสู่ขั้นโฮ่วเทียน-7แล้ว เสียงร้องตะโกนของเขาดุดันและแฝงไว้ด้วยพลัง “พวกเจ้าทั้งเจ็ดคนนับว่าเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ดีที่สุดในบรรดาศิษย์หมอสวรรค์ทั้ง72 คน!” หลิงหยุนยืนดูอยู่เงียบๆระหว่างนั้นตี้เสี่ยวอู๋ก็ตามเข้ามาสมทบด้านในแล้ว หลิงหยุนเดินนำตรงเข้าไปด้านในทันที “ท่านพ่อ..พี่หลิงหย่ง!” ทันทีที่เข้าไปด้านในหลิงหยุนก็เอ่ยทักทายหลิงเสี่ยวและหลิงหย่งด้วยท่าทีเป็นปกติ แต่หลังจากที่นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ หลิงหยุนจึงหันไปบอกกับหลิงเสี่ยวว่า “ท่านพ่อต้องลำบากท่านแล้ว!” หลิงเสี่ยวหันไปเห็นหลิงซวี่ยืนอยู่ข้างหลิงหยุนก็ถึงกับใจสั่นและเข้าใจได้ทันทีว่าเวลานี้เมฆหมอกที่เคยบดบังมาตลอดสิบแปดปีนั้น ได้สลายหายไปหมดแล้ว “ไม่ลำบากเลยดีเสียอีกข้าจะได้มีอะไรทำแก้เบื่อ!” หลิงเสี่ยวตอบกลับพร้อมเอื้อมมือไปตบบ่าหลิงหยุน“จากนี้ไปข้าจะรับหน้าที่ดูเรื่องบ้านหลังใหม่ และฝึกฝนศิษย์ทั้ง 72 คนให้กับเจ้า แต่ละคนล้วนมีพรสวรรค์ทั้งสิ้น เชื่อว่าอีกไม่เกินครึ่งปีพวกเขาจะต้องเข้าสู่ขั้นเซียงเทียนได้เป็นแน่!” “ขอบคุณท่านพ่อยิ่งนัก!” หลิงหยุนเอ่ยขอบคุณและถามต่อด้วยความเป็นห่วง “หากเป็นเช่นนี้ แล้วการฝึกฝนของท่านพ่อเองเล่า”“เรื่องนั้นเจ้าอย่าได้กังวลใจไปข้าไม่ปล่อยให้ตนเองล่าช้าแน่!” หลิงเสี่ยวเข้าใจความเป็นห่วงของหลิงหยุนดีจากนั้นหลิงหยุนจึงหันไปพูดกับหลิงหย่งว่า“พี่หลิงหย่ง พวกเราสองคนไปคุยกันที่ทะเลสาบสักครู่จะได้หรือไม่”“ได้สิ!”ทั้งคู่เดินออกจากโรงยิมตรงไปที่ริมฝั่งทะเลสาบหลังจากยืนมองทิวทัศน์อยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดหลิงหยุนก็เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ“พี่หลิงหย่งข้าทำให้ท่านต้องลำบาก!”แต่คำตอบของหลิงหย่งกลับเป็นคำตอบที่หลิงหยุนคาดไม่ถึง“หากไร้ซึ่งความเจ็บปวด ผู้คนจะเติบใหญ่ได้อย่างไรกัน นอกจากข้าจะเป็นทายาทตระกูลหลิงแล้ว ยังมีพ่อกับพี่ที่…”หลิงหยุนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถามออกไปว่า“พี่หลิงหย่ง ท่านตำหนิข้าหรือไม่ที่ทำเช่นนั้น”หลิงหย่งเอื้อมมือไปตบบ่าหลิงหยุนพร้อมตอบกลับไปทันที“น้องสาม เจ้าอย่าได้กล่าวเช่นนี้ เหตุการณ์ใหญ่โตที่เกิดขึ้นภายในตระกูลหลิงทั้งสองครั้ง ล้วนเกิดจากท่านพ่อกับพี่ใหญ่ พวกเขาต่างก็ทำผิดเอง..”“เป็นเพราะความโลภและความเห็นแก่ตัวของท่านพ่อคนตระกูลหลิงนับร้อยจึงต้องจบชีวิต อีกทั้งอาสามยังยังต้องอยู่อย่างเจ็บปวด รวมทั้งเจ้าที่ต้องออกไปเร่ร่อนอยู่ข้างนอกนานถึงสิบแปดปี!”หลิงหย่งพูดต่อด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันตนเอง“ความจริงต้องเป็นข้าต่างหากที่ควรจะถามเจ้าว่า เจ้าตำหนิข้าหรือไม่ ไฉนข้าจึงกล้าตำหนิเจ้าด้วยเล่า?”“หลิงหยุนเจ้าอย่าได้กังวลใจเรื่องของข้านัก เวลาก็ผ่านมากว่าครึ่งเดือนแล้ว ข้าเองก็สามารถปรับสภาพจิตใจได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจของเจ้าหรือว่าท่านปู่ ข้าก็เห็นด้วยที่จะต้องสังหารหลิงเจิ้น!”“เพียงแต่เขาเป็นบิดาผู้ให้กำเนิดข้าต่อให้เขาชั่วช้าสักเพียงใด ข้าเองก็ไม่อาจลงมือสังหารเขาได้ แต่ตระกูลหลิงจะจัดการกับเขาเช่นใด ข้าเองก็จะไม่สนใจเช่นเดียวกัน!”หลิงหยุนได้ฟังคำพูดของหลิงหย่งก็ถึงกับสะท้อนใจดวงตาดุดั่งพยัคฆ์ที่รื้นไปด้วยน้ำตาหันไปจ้องมองหลิงหย่งพร้อมกับพูดขึ้นว่า“พี่หลิงหย่งหลังจากที่ได้ฟังคำพูดของเจ้า ข้ารับปากจะไม่สังหารหลิงเจิ้น ข้าจะไว้ชีวิตเขา!”หลิงหย่งส่ายหน้าที่ไร้อารมณ์ความรู้สึกพร้อมตอบหลิงหยุนกลับไปว่า“ที่ข้าพูดไปเช่นนั้นก็เพื่อที่จะบอกกับเจ้าว่า จากนี้ไปข้ากับหลิงเจิ้นไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก เจ้าไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีกแล้ว!”หลิงหยุนจ้องมองท่าทีที่ไร้เฉยชาของหลิงหย่งและเข้าใจได้ว่าหลิงหย่งสามารถทำใจในเรื่องนี้ได้แล้ว และได้ตัดสินใจแน่วแน่แล้วเช่นกัน!จากนั้นทั้งคู่ต่างก็นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่..“พี่หลิงหย่งมันคงเป็นเรื่องลำบากใจสำหรับเจ้ามากสินะ!”หลิงหย่งส่ายหน้า“เจ้าผิดแล้ว! คนที่ลำบากใจมากที่สุดคือท่านอาสามพ่อของเจ้าต่างหาก ท่านอาสามรู้เรื่องนี้มาตั้งแต่เมื่อสิบแปดปีที่แล้ว แต่กลับนิ่งเงียบไม่ยอมแพร่งพรายออกมา มิหนำซ้ำในวันที่ตระกูลหลิงเข้าทำลายตระกูลเฉิน เขายังห้ามเฉินจิ้งเทียนไม่ให้พูดเรื่องนี้..”“เช่นนี้แล้วหากแม้แต่อาสามยังสามารถข้ามผ่านเรื่องที่หนักหนาสาหัสนี้ไปได้สำหรับข้าก็ได้ยากอะไร!”ขณะที่หลิงหยุนทำท่าจะเอ่ยอะไรออกมาอีกหลิงหย่งจึงรีบขัดขึ้นทันที “หลิงหยุน ข้าตัดสินใจไปแล้ว เจ้าเองก็ไม่ควรพูดเรื่องนี้อีก ให้มันจบแต่เพียงเท่านี้เถิดนะ!”“ได้!นับจากนี้ไปพวกเราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก!”