ตอนที่ 846
บทที่ 1276 : เตรียมพร้อมและออกเดินทาง!
October 22, 2026
“เร็ว..เร็วถึงเพียงนี้เชียวรึ! เป็นไปได้อย่างไรกัน?!” โจวเหวินอี้ดูเหมือนจะหูอื้อตาลายไปหมดจนไม่ได้ยินคำพูดของหลิงหยุนเมื่อครู่ดวงตาของเขาจับจ้องอยู่ที่แหวนพื้นที่ทั้งสองวงอย่างไม่ละสายตา ในความคิดของเขาต่อให้หลิงหยุนใช้เวลาในการทำแหวนพื้นที่เสร็จภายในครึ่งชั่วโมง หรือจะทำแหวนเสียอีกกี่สิบวงก็ไม่สำคัญ เพราะเวลานี้เขาได้ทำให้แหวนธรรมดาๆสองวง กลับกลายเป็นแหวนพื้นที่ที่ล้ำค่าอย่างหาใดเปรียบไม่ได้! จากแหวนแพลตตินั่มธรรมดาๆตามท้องตลาดสองวงซึ่งราคาไม่เกินห้าหมื่นหยวนแต่เวลานี้หลิงหยุนกลับทำให้มันกลายเป็นแหวนพื้นที่ซึ่งมีมูลค่าสูงถึงหกล้านแต้มในหน่วยนภา! โม่วู๋เตาที่นั่งเอนกายพิงโซฟาอย่างสบายอกสบายใจอดที่จะหมั่นไส้ท่าทางเสแสร้าของหลิงหยุนไม่ได้ “หลิงหยุนเจ้า.. เจ้าช่างน่าทึ่งมากจริงๆ!” หลังจากที่หายตกใจโจวเหวินอี้ก็หันมามองหลิงหยุนด้วยสายตาชื่นชม เขามองหลิงหยุนไม่ต่างเทพเจ้าแห่งโชคลาภ! โจวเหวินอี้ได้แต่คิดในใจว่าด้วยความสามารถของหลิงหยุน หากเขาต้องการได้ตำแหน่งหัวหน้าผู้เฒ่าหน่วยนภาก็คงไม่ใช่เรื่องยากอะไร เพราะเขาช้เวลาไม่ถึงครึ่งวัน ก็สามารถสร้างแหวนพื้นที่จำนวนสามสิบวงซึ่งมีมูลค่าเกือบหนึ่งร้อยล้านคะแนนได้แล้ว “หลิงหยุนพวกเรามาเจรจากัน หากเจ้ายอมสร้างแหวนพื้นที่ที่มีขนาดกว้างใหญ่เท่าของเจ้าให้กับข้า ข้าจะยอมยกตำแหน่งหัวหน้าผู้เฒ่าหน่วยนภาให้.. เจ้าคิดเห็นเช่นใด” “เหล่าโจว..ท่านอย่าได้ฝันไปเลย!” หลิงหยุนตอบกลับยิ้มๆเพราะรู้ดีว่าโจวเหวินอี้นั้นตั้งใจหยอกเย้า และทดสอบตนเท่านั้น.. “เหล่าโจวท่านยังไม่ได้บอกข้าเลยว่าพวกเราจะได้รับของตอบแทนในฐานะผู้เฒ่าหน่วยนภาเมื่อใด” แน่นอนว่าการที่หลิงหยุนเข้าร่วมหน่วยนภาและพยายามแย่งชิงตำแหน่งผู้เฒ่าหน่วยนภามานั้น เหตุผลหนึ่งก็เพื่อให้ได้ทรัพยากรสำหรับฝึกฝนนั่นเอง.. โจวเหวินอี้ตอบกลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“ทางหน่วยจะทำการแจกจ่ายให้ปีละสี่ครั้งภายในสิบห้าวัน ครั้งต่อไปก็อีกสองอาทิตย์นับจากนี้ซึ่งจะตรงกับวันที่ 1 ตุลาคมพอดี ” “หากช่วงเวลานั้นข้าไม่ได้อยู่ปักกิ่งเล่าข้าต้องทำเช่นใด!” หลิงหยุนเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัยเพราะเขาคงไม่สามารถกลับมาทันเวลาได้แน่ โจวเหวินอี้ตอบกลับยิ้มๆ“เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องกังวลใจ ทางหน่วยจะเก็บรวมรวมไว้ให้จนกว่าสมาชิกผู้นั้นจะมารับได้!” “ปกติแล้วสมาชิกของหน่วยนภาหลายคนก็มักจะเก็บตัวฝึกฝนวิชาแม้กระทั่งทางหน่วยเองก็ไม่สามารถติดต่อได้ กรณีเช่นนี้ทางหน่วยก็มีมาตรการรับมือ เจ้าไม่ต้องเป็นกังวลไป ไม่ว่าอย่างไรต้องได้รับของครบตามจำนวนอย่างแน่นอน!” หลิงหยุนพยักหน้าอย่างพอใจพร้อมกับบอกโจวเหวินอี้ไปว่า“หากเป็นเช่นนั้นข้าก็ค่อยวางใจหน่อย หากติดต่อข้าไม่ได้ ท่านก็เก็บรวบรวมไว้ เมื่อใดที่กลับมาข้าจะมารับเอง..” “แล้วส่วนของเฉียวเปียวกับหลี่เจิ้งเฟิงเล่า” “ส่วนของเฉียวเปียวกับหลี่เจิ้งเฟิงในตำแหน่งผู้เฒ่าหน่วยนภาก็จะไม่ได้แล้วเพราะจะตกเป็นของเจ้าแทน” แววตาของหลิงหยุนเป็นประกายในขณะที่พูดว่า“หลังจากนี่เฉียวเปียวกับหลี่จิ้งเฟิงต้องกลับมาเป็นสมาชิกธรรมดาของหน่วยนภาสินะ!” “ฮ่า..ฮ่า.. ฮ่า..”จู่ๆโจวเหวินอี้ก็หัวเราะออกมาพร้อมกับพูดขึ้นว่า“ข้าคิดอยู่แล้วว่าเจ้าจะต้องถามถึงเรื่องนี้ แต่เอาเถอะ.. หน่วยนภาจะมอบทรัพยากรของสองคนนั้นในตำแหน่งผู้เฒ่าหน่วยนภาให้กับเจ้าก็แล้วกัน”“เหล่าโจวยังมีเรื่องอื่นอีกหรือไม่ หากไม่มีพวกเราต้องขอตัวกลับก่อนแล้ว!” หลิงหยุนร้องถามขึ้นเมื่อเห็นว่าหมดธุระจำเป็นแล้ว“ยังมีเรื่องสำคัญอีกหนึ่งเรื่อง!”โจวเหวินอี้เห็นหลิงหยุนทำท่าจะกลับจึงรีบร้องตอบกลับไปทันที“อีกสองสามวันเจ้าจะออกเดินทางไปร่วมงานชุมนุมชาวยุทธใช่หรือไม่”หลิงหยุนพยักหน้า“สายข่าวของท่านรวดเร็วดีนี่!”“หลิงหยุน..หากไม่จำเป็นจริงๆ เจ้าอย่าได้สังหารชาวยุทธจะได้หรือไม่ แต่หากจำเป็น ก็ขอให้ฆ่าผู้คนให้น้อยที่สุด ถือว่าตาแก่เช่นข้าข้อร้องก็แล้วกัน!”ทั้งน้ำเสียงสีหน้า และแววตาของโจวเหวินอี้นั้นล้วนเปี่ยมไปด้วยความจริงใจ เขารู้ดีว่าด้วยความแข็งแกร่งของหลิงหยุนเวลานี้ สามารถสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายให้กับยุทธภพได้อย่างไม่ยาก และหากหลิงหยุนลงมือจริง ทั่วทุกแห่งหนคงต้องนองไปด้วยเลือด ร่างไร้วิญญาณคงต้องนอนเกลื่อนกลาด เมื่อถึงตอนนั้นโจวเหวินอี้เองก็ไม่อาจนิ่งเฉยได้เช่นกัน“ก็ต้องดูก่อนว่าคนพวกนั้นทำตัวเช่นใด”หลิงหยุนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชาคิ้วรูปดาบเลิกสูงขึ้นพร้อมกล่าวต่อว่า “ข้าพอรู้ว่าชาวยุทธคนใดบ้างที่เป็นศัตรูกับตระกูลหลิงมาโดยตลอด หากให้ข้าพบเห็น ต้องสังหารพวกมันทิ้งแน่!”โจวเหวินอี้ถึงกับแอบถอนหายใจแต่ก็ตอบกลับไปว่า “อ่อ.. เรื่องทำนองนี้ก็มักเกิดขึ้นเป็นปกติ!”“เอาล่ะไหนๆพวกเจ้าก็มาศูนย์บัญชาการหน่วยนภาเป็นครั้งแรก ให้ข้าเลี้ยงอาหารพวกเจ้าสามคนสักมื้อแล้วค่อยกลับ พ่อหนุ่ม.. เจ้าคงไม่ปฏิเสธข้าหรอกนะ!”ทั้งสี่คนนั่งดื่มกินกันจนกระทั่งถึงเวลาบ่ายโมงครึ่งหลิงหยุนจึงได้ขอตัวกลับอีกครั้ง..“เหล่าโจวข้ามีของขวัญวันไหว้พระจันทร์มามอบให้กับท่านด้วย!” พูดจบหลิงหยุนก็โยนโอสถเยาว์วัยให้กับโจวเหวินอี้หนึ่งเม็ดทันทีที่โจวเหวินอี้รับไว้ในมือเขาก็สัมผัสได้ถึงพลังชีวิตเข้มข้นและกลิ่นหอมของสมุนไพร จึงรู้ได้ทันทีว่ามันไม่ใช่โอสถธรรมดาทั่วไป“นี่คือโอสถอันใดงั้นรึ!”“ท่านต้องลองดูด้วยตัวเองถึงจะรู้!”พูดจบ..หลิงหยุนก็หันไปยิ้มให้ตี้เสี่ยวอู๋กับโม่วู๋เตา แล้วทั้งสามคนก็เดินจากไปทันที “เฮ้อ..เพียงแค่วันรายงานตัวเข้าร่วมหน่วยนภา เด็กหนุ่มผู้นี้ก็สามารถยึดตำแหน่งผู้เฒ่าหน่วยนภาของตระกูลหลงกับตระกูลเย่ไปได้ หากหลงฮ่าวหลานกับเย่ชิงเฟิงรู้เข้า จะมีท่าทีเช่นใดกันแน่”โจวเหวินอี้ได้แต่รำพึงรำพันออกไปเมื่อทั้งสามคนจากไปแล้ว..“ดูท่าครั้งนี้ข้าคงเลือกถูกข้างแล้วจริงๆ!”จากนั้นโจวเหวินอี้ก็จ้องมองโอสถในมือที่กำลังเปล่งประกายสีม่วงใสแล้วกลืนเข้าไปทันทีเพียงแค่หนึ่งนาทีผ่านไปโจวเหวินอี้พลันกลับกลายเป็นชายหนุ่ม เขาตกใจจนต้องร้องตะโกนเรียกหลิงหยุนพร้อมกับวิ่งตามออกไป“หลิงหยุนเจ้ากลับมาก่อน!”แต่หลิงหยุนได้กลับออกไปไกลแล้วโจวเหวินอี้จึงได้แต่ยืนตกใจเช่นนั้นอยู่นาน ตั้งแต่เขาได้พบเจอกับหลิงหยุน เด็กหนุ่มผู้นี้ก็มักนำความประหลาดใจมาให้อยู่เสมอ โจวเหวินอี้เดินกลับไปที่ห้องรับแขกเขานั่งลงบนโซฟาอีกครั้งพร้อมกับครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็ประกาศกับตัวเองว่า