ตอนที่ 865
บทที่ 1295 : ตัดขาดอารามจิ้งซิน
October 22, 2026
แม่ชีมี่หลินรู้ดีว่าตราบใดที่เฉิงเม่ยเฟิงก้าวเท้าออกไป นางจะไม่ใช่ศิษย์ของอารามจิ้งซินอีกต่อไป หลังจากนั้นไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ฉันท์ศิษย์อาจารย์กฏระเบียบ หรือสิ่งที่อารามจิ้งซินเคยสั่งสอนนางมา จะไม่มีผลอะไรกับเฉิงเม่ยเฟิงอีกเลย! แต่ชายชราผู้นี้เป็นฝีมือที่แข็งแกร่งมากแม่ชีมี่หลินจำต้องทำตามคำสั่งของเขาแม้กระทั่งยอมเรียกชื่อจริงของเฉิงเม่ยเฟิง ซึ่งเป็นข้อห้ามของอารามจิ้งซิน เช่นนี้แล้วจะไม่ให้นางซึ่งเป็นศิษย์อารามจิ้งซินรู้สึกเสียหน้าได้อย่างไรกัน อารามจิ้งซินต้องเสียหน้าถึงสองครั้งสองคราเช่นนี้ความโกรธแค้นจึงบังเกิดขึ้นในจิตใจของเหล่าแม่ชี และอารามจิ้งซินจะต้องหาหนทางล้างแค้นคืนให้จงได้ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะแข็งแกร่งปานใดก็ตาม! อีกฝ่ายบีบบังคับให้แม่ชีมี่หลินต้องเรียกชื่อจริงของเฉิงเม่ยเฟิงออกมาเช่นนี้เห็นได้ชัดว่าต้องการให้นางประกาศให้เฉิงเม่ยเฟิงขาดจากการเป็นศิษย์อารามจิ้งซินนั่นเอง แน่นอนว่าเวลานี้แม่ชีมี่หลินยังไม่รู้ตัวว่านับตั้งแต่คืนวันพรุ่งนี้เป็นต้นไป จะไม่มีอารามจิ้งซินอยู่ในโลกยุทธภพอีกต่อไปแล้ว เพราะหากนางรู้นางคงไม่ต้องเสียเวลาครุ่นคิดเรื่องแก้แค้นอะไรอีก แม่ชีมี่หลินจ้องมองเฉิงเม่ยเฟิงที่ก้าวเดินออกจากกลุ่มของศิษย์อารามจิ้งซินอย่างช้าๆและค่อยๆเดินตรงมาหาตนทีละก้าว ในใจก็นึกหวาดหวั่น และนึกถึงครั้งที่เฉิงเม่ยเฟิงเพิ่งจะมาถึงอารามจิ้งซินในวันแรก ในเวลานั้นต่อหน้าและสายตาของทุกคน เฉิงเม่ยเฟิงเดินไปยืนอยู่ตรงหน้าของแม่ชีมี่หลิน จากนั้นจึงยิ้มพร้อมกับยื่นมือออกไป “ซือไท่โปรดคืนศิลาก้อนนั้นให้ข้าด้วย!” แม่ชีมี่หลินสูดลมหายใจลึกนางจ้องมองเฉิงเม่ยเฟิงที่ยื่นมือออกมาด้านหน้า จากนั้นจึงหยิบเอาศิลาเกลาใจขึ้นมาคืนให้อย่างนึกเสียดาย และอดที่จะนึกถึงเด็กหนุ่มที่เพิ่งจากไปไม่ได้ ช่างน่าขันที่นางเชื่อว่าเด็กหนุ่มนั่นไร้วรุยทธและเก็บศิลาเกลาใจได้โดยบังเอิญ แท้ที่จริงแล้วเขาก็คือยอดฝีมือผู้สูงส่งที่นางไม่อาจมองเห็นขั้นพลังปราณของเขาต่างหากเล่า เมื่อคิดมาถึงตรงนี้แม่ชีมี่หลินก็ถึงกับตกใจจนเหงื่อท่วมเย็นไหลท่วมตัว นางอดที่จะมองเหลียวมองไปทางป่าลึกไกลๆไม่ได้ และได้แต่ขนลุกไปทั่วทั้งตัวเมื่อคิดว่า หากเมื่อครู่แม่ชีมี่ยู่ลงมือจริงๆ นางคงต้องถูกสังหารตายภายในชั่วพริบตาเป็นแน่! “คิดไม่ถึงว่าอารามจิ้งซินกลับเลี้ยงงูเห่าไว้ข้างกายน่าขันยิ่งนัก พวกเราต่างเฝ้าหวังว่าจะมีศิษย์ที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับสำนักได้…” แม่ชีมี่หลินได้แต่ยิ้มออกมาอย่างขมขื่นใจในขณะที่ยื่นศิลาเกลาใจคืนให้กับเฉิงเม่ยเฟิง เฉิงเม่ยเฟิงรับมาแต่ไม่พูดอะไรกับแม่ชีมี่หลินอีกแม้แต่คำเดียวนางก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าราวสามสี่ก้าว จากนั้นจึงหยุดชะงักแล้วค่อยๆหันกลับมาช้าๆ เฉิงเม่ยเฟิงจ้องมองไปทางเหล่าศิษย์อารามจิ้งซินจากนั้นจึงชักระบี่ออกมาถือไว้ในมือ ก่อนจะปักลงไปที่พื้นสร้างความตื่นตะลึงให้กับทุกคน “ข้า..เฉิงเม่ยเฟิง! ขอประกาศต่อหน้าเหล่าชาวยุทธทั้งหลาย นับจากนี้ไปข้ากับอารามจิ้งซินไม่มีสิ่งใดข้องเกี่ยวกันอีก!” จากนั้นเฉิงเม่ยเฟิงก็ดึงกระบี่ขึ้นมาพร้อมโยนทิ้งไปทางด้านข้างอย่างไม่แยแสแล้วจึงยกมือขึ้นชี้หน้าแม่ชีมี่ยู่ผู้บีบบังคับให้นางต้องกลืนโอสถไร้ใจ.. “มี่ยู่..นังโจรเฒ่า! เจ้าใช้คนในครอบครัวของข้ามาบีบบังคับให้ข้าต้องกลืนโอสถไร้ใจ บีบบังคับให้ข้าต้องลืมคนที่ข้ารัก เพื่อให้ข้ากับเขาไม่สามารถพบกันได้อีกจนชั่วชีวิตความแค้นครั้งนี้ ข้าจะต้องสะสางด้วยการฆ่าเจ้าทิ้งเท่านั้น!”ดวงตาของเฉิงเม่ยเฟิงเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและดุดันต่อหน้าเหล่าชาวยุทธเช่นนี้ มีเพียงสองประโยคที่นางต้องการจะพูด ประโยคแรกคือประกาศตัดขาดกับอารามจิ้งซิน และสองคือการประกาศที่จะสังหารแม่ชีมี่ยู่!“ห๊ะ!ที่แท้ความจริงเป็นเช่นนี้เองหรอกรึ?”“อารามจิ้งซินเห็นหญิงสาวผู้นี้มีพรสวรรค์ล้ำเลิศจึงใช้วิธีบีบบังคับอย่างไร้เมตตาถึงเพียงนี้เชียวรึ ถึงกับบังคับให้นางกลืนโอสถไร้ใจ…”“เฮ้อ..อารามจิ้งซินทำเช่นนี้ นับว่าเกินไปจริงๆ! เช่นนี้ยังกล้าอ้างตัวว่าเป็นฝ่ายธรรมะได้อย่างไร..”“อามิตตาพุทธ..”“สวรรค์เมตตา..สมควรยิ่งแล้ว!” เพียงแค่คำประกาศสองประโยคของเฉิงเม่ยเฟิงก็ทำให้เหล่าชาวยุทธกว่าหกร้อยคนเข้าใจเรื่องราวทุกอย่างได้อย่างกระจ่างแจ้งเย่ซิงเฉินที่ยืนอยู่ข้างหลิงหยุนเมื่อได้เห็นอุปนิสัยที่เด็ดเดี่ยวดุดันของเฉิงเม่ยเฟิง นางถึงกับหันไปกระซิบกับหลิงหยุน“เจ้าอ้วน..นางอายุเท่าไหร่กันแน่”“ปีนี้ก็น่าจะยี่สิบเอ็ดแล้ว!”เหตุการณ์ในเวลานี้ทำให้หลิงหยุนอดนึกถึงเมื่อครั้งที่เขาบุกไปช่วยเฉิงเม่ยเฟิงที่คฤหาสน์ตระกูลเฉิงไม่ได้ ครั้งนั้นเฉิงเม่ยเฟิงต้องเผชิญหน้ากับอำนาจของตระกูลซันอย่างโดดเดี่ยว และในครั้งนั้นนางถึงกับประกาศตัดขาดความเป็นพ่อลูกกับเฉิงเทียนผู้เป็นพ่อ!การประกาศตัดขาดจากอารามจิ้งซินจึงไม่อาจเทียบอะไรได้เลย!“เช่นนั้นต่อไปข้าก็ต้องเรียกนางว่าพี่เม่ยเฟิง!”แววตาของเย่ซิงเฉินเป็นประกายขึ้นมาทันทีในใจได้แต่คิดว่าเฉิงเม่ยเฟิงช่างมีคุณค่าเหมาะสมกับหลิงหยุนยิ่งนัก!ทางด้านศิษย์อารามจิ้งซินเวลานี้ทุกคนต่างก็ต้องเผชิญกับคำพูด และสายตาเย้ยหยันของเหล่าชาวยุทธ ใบหน้าของเหล่าแม่ชีต่างก็แดงก่ำด้วยความอับอายช่างน่าอับอายและอัปยศอดสูยิ่งนัก!โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาจารย์น้าทั้งเจ็ดคนที่กำลังช่วยรักษาอาการบาดเจ็บให้กับแม่ชีมี่ยู่อยู่เมื่อได้ยินเฉิงเม่ยเฟิงประกาศตัดขาดกับอารามจิ้งซิน พวกนางยังไม่รู้สึกอะไร แต่เมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายของเฉิงเม่ยเฟิง พวกนางก็ถึงกับทิ้งร่างของแม่ชีมี่ยู่ไว้ที่พื้นทันที จากนั้นจึงหนีไปจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว!แม่ชีหลี่สุ่ยนึกเสียใจอย่างมากนางจึงระเบิดคำพูดออกมาทันที “โอ้ อาจารย์น้ามี่ยู่ เหตุใดท่านจึงได้ทำเรื่องชั่วช้าเช่นนี้!”“หลี่สุ่ยเจ้าอย่าได้ไปเรียกนางว่าอาจารย์น้าอีก คนชั่วช้าเช่นนี้ไม่สมควรเป็นศิษย์อารามจิ้งซินอีกต่อไป!” “เอาล่ะพวกเราไปกันได้แล้ว ปล่อยให้นางเผชิญผลกรรมที่ก่อไว้แต่เพียงผู้เดียว!”