ตอนที่ 864
บทที่ 1294 : ยอดฝีมือล้ำเลิศ
October 22, 2026
ด้วยความเฉลียวฉลาดของตี้เสี่ยวอู๋เขาจึงตั้งใจเตะร่างของแม่ชีผู้นี้ขึ้นไปกลางอากาศ หาได้เตะส่งออกไปข้างหน้าไม่ เพื่อหวังว่าเมื่อตกลงมาจะได้ซ้ำอีกครั้งได้! ในเมื่อหลิงหยุนเป็นผู้บอกกับเขาเองว่าไม่จำเป็นต้องปราณีคนผู้นี้ เขาก็จะจัดการสังหารแม่ชีผู้นี้ทิ้งเสีย! แต่ยังไม่ทันที่ร่างของแม่ชีหลี่ซื่อจะร่วงลงพื้นคนของอารามจิ้งซินผู้หนึ่งก็กระโดดเข้ามาในลานประมูลอย่างรวดเร็ว และนางก็คือแม่ชีมี่หลินนั่งเอง แม่ชีมี่หลินเห็นหลี่ซื่อถูกเตะจนร่างลอยขึ้นไปกลางอากาศเช่นนั้น จึงรีบกระโดดเข้ามาช่วยเหลือคนของตัวเอง นางอยู่ในขั้นพลังเหนือธรรมชาติระดับสองวิชาตัวเบาของนางจึงล้ำเลิศและรวดเร็วยิ่งนัก หลังจากรับร่างของแม่ชีหลี่ซื่อได้แล้ว นางก็รีบกระโดดกลับไปที่เดิมทันที หลังจากที่ช่วยหลี่ซื่อไปแล้วแม่ชีมี่หลินก็พบว่ากระดูกแขนทั้งไหล่ขวาของนางนั้นหักแตกละเอียด จนกระดูกสีขาวทิ่มแทงออกมานอกเนื้ออย่างน่ากลัว และเท้าของตี้เสี่ยวอู๋ที่เตะเข้ากับจุดตันเถียนของแม่ชีหลี่ซื่อพอดีนั้น ทำให้พลังปราณของนางเสียหาย และเวลานี้จึงมีสภาพไม่ต่างจากสิ่งไร้ค่าชิ้นหนึ่งเท่านั้น! “ช่างชั่วช้าเลวทรามยิ่งนัก!” แม่ชีมี่หลินระเบิกอารมณ์ออกมาอย่างโกรธแค้นจากนั้นนางจึงสั่งศิษย์น้องของนางว่า “ศิษย์น้องสาม เจ้ารีบแจ้งไปทางเจ้าสำนักเดี๋ยวนี้ บอกกับอาจารย์ว่าเกิดเรื่องใหญ่ที่นี่แล้ว!” ความจริงแทบไม่ต้องรอให้แม่ชีมี่หลินออกคำสั่งเพราะหลังจากที่เห็นแม่ชีมี่ยู่ได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนหน้านี้ หนึ่งในศิษย์อารามจิ้งซินก็ได้รีบแจ้งให้เจ้าสำนักของตนรู้แล้ว เวลานี้ทั่วทั้งหุบเขาหลงเฟยแม้จะมีเหล่าชาวยุทธอยู่มากกว่าหกร้อยคนแต่ทุกอย่างกลับเงียบสงัดราวกับไร้ผู้คน เพราะทุกคนต่างก็กำลังอยู่ในอาการตกใจ โดยปกติแล้วหากคู่ต่อสู้มีระดับพลังที่เหนือกว่าสักหนึ่งหรือสองระดับย่อยย่อมไม่แปลกที่ฝ่ายที่ด้อยกว่าจะสามารถเอาชนะได้ด้วยวรยุทธที่แข็งแกร่งกว่า แต่นี่ศิษย์ของอารามจิ้งซินอยู่ในระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-8แต่ตี้เสี่ยวอู๋อยู่ในระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-5 ซึ่งเหนือกว่าอีกฝ่ายถึงสามขั้นใหญ่ แต่เขากลับสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ที่เหนือกว่าได้อย่างง่ายดาย หลวงจีนเจี๋วยหยวนถึงกับถอนหายใจออกมา“อามิตตาพุทธ! เด็กหนุ่มผู้นี้เสมือนเสือที่หลุดจากกรงแท้ๆ!” นักพรตชงซวียิ้มออกมาเล็กน้อยพร้อมกล่าวตอบว่า“สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ไม่ต่างจากที่หลิงหยุนสามารถเอาชนะเฉียวเปียวกับหลี่เจิ้งเฟิงได้เลย คนที่หลิงหยุนตั้งใจฝึกฝนมากับมือ เวลานี้กลับสามารถเอาชนะยอดฝีมือระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-8 ได้เช่นนี้ นี่มันไม่ใช่เรื่องที่สามารถทำได้ง่ายๆเลย” เมื่อครั้งที่ต่อสู้กันอยู่บนเขาหลงเหมินนั้นทั้งหลวงจีนเจี๋วยหยวนและนักพรตชงซวีต่างก็เห็นกับตาว่า หลิงหยุนซึ่งอยู่ในระดับสูงสุดขั้นโฮ่วเทียน-9 กลับสามารถเอาชนะกัวเสี่ยวเทียนที่เข้าสู่ขั้นเซียงเทียนได้แล้ว เช่นเดียวกับที่ตี้เสี่ยวอู๋เอาชนะหลี่ซื่อได้อย่างง่ายดาย.. “คงต้องรอดูว่าแม่ชีมี่หลินจะจัดการกับเรื่องนี้เช่นใดดูท่านางคงจะเลี่ยงการประมือไม่ได้แล้ว!” นักพรตชงซวีได้แต่นึกขันและตอบหลวงจีนเจี๋วยหยวนกลับไปว่า “ต่อให้คืนนี้ไม่ประมือ พรุ่งนี้เป็นงานชุมนุมชาวยุทธก็ยากที่สองฝ่ายจะเลี่ยงได้เช่นกัน!” …… “ยอดเยี่ยมมาก!”หลิงหยุนเอ่ยปากชมตี้เสี่ยวอู๋ “เจ้าทึ่ม!ตอนนี้เจ้าโด่งดังใหญ่แล้วนะ!” โม่วู๋เตาเองก็อดชื่นชมไม่ได้ และได้แต่คิดในใจว่าต่อไปเขาจะหมั่นฝึกฝนให้มากกว่านี้“พี่เสี่ยวอู๋เก่งมากทีเดียว..”ไป๋เซียนเอ๋อเองก็เช่นกันเวลานี้ตี้เสี่ยวอู๋ยืนตระหง่านอยู่กลางลานร่างสูงใหญ่แข็งแกร่งของเขาให้ความรู้สึกของนักสู้ที่แข็งแกร่ง เขากำลังมีความสุขอยู่กับเสียงชื่นชมที่หลั่งไหลเข้าหูมาไม่หยุดในที่สุด..ตี้เสี่ยวอู๋ก็สามารถต่อสู้ และทำบางสิ่งบางอย่างแทนหลิงหยุนได้แล้ว นี่คือความใฝ่ฝันของเขา ทำให้เขาตื่นเต้นดีใจอย่างมาก!“เจ้าคนชั่วช้า!เจ้าบังอาจทำร้ายศิษย์อารามจิ้งซิน ข้าไม่อาจทนได้อีกต่อไปแล้ว!”แม่ชีมี่หลินร้องตะโกนออกไปด้วยใบหน้าบูดขึ้งนางค่อยๆก้าวเท้าเดินเข้าไปกลางลานอย่างช้าๆ และครั้งนี้นางจะจัดการกับตี้เสี่ยวอู๋ด้วยตัวเองแต่ตี้เสี่ยวอู๋กลับไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อยเขามองแม่ชีมี่หลินด้วยแววตาเย้ยหยัน เมื่อครั้งที่อยู่ปักกิ่งหลิงหยุนได้สอนวรยุทธให้เขามากมาย มีหรือที่เขาจะหวาดหวั่นเพียงแค่เผชิญหน้ากับยอดฝีมือระดับสองขั้นพลังเหนือธรรมชาติ!“หึ!เจ้าเองก็นางโจรเฒ่าเช่นกัน น่าขัน.. ข้ายืนอยู่ของข้าดีๆ เป็นศิษย์ของอารามจิ้งซินที่เป็นฝ่ายลงมือกับข้าก่อน แต่เจ้ากลับกล่าวหาข้าเป็นคนชั่วช้าอย่างนั้นรึ”“คิดจะสังหารข้างั้นรึเอาชนะข้าให้ได้เสียก่อน เพราะหากเจ้าเอาชนะข้าไม่ได้ จะทำให้ชื่อเสียงของอารามจิ้งซินเป็นเพียงมูลก้อนหนึ่งเท่านั้น!”ตี้เสี่ยวอู๋ตอบโต้กลับไปอย่างไม่เกรงกลัวและในเวลานี้คำพูดก็ไม่สำคัญเท่ากับการกระทำ!ผู้ใดแข็งแกร่งกว่าผู้นั้นก็คือฝ่ายถูก!ภายในลานกลางหุบเขาหลงเฟยยังคงเงียบสงัดไม่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ใดๆดังขึ้นเลยแม้แต่น้อย เพราะเวลานี้ทั้งสองฝ่ายต่างก็ต้องการประมือกันเพื่อหมายชีวิตซึ่งกันและกัน หากผู้ใดในที่นี้พูดผิดหูขึ้นมา ไม่แน่ว่าอาจเป็นตนที่ถูกสังหารแทนก็เป็นได้! แม่ชีมี่หลินถึงกับนิ่งเงียบและไม่สามารถโต้เถียงได้อีกครั้งแต่ในเมื่อเวลานี้ศิษย์อารามจิ้งซินได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงสองคน นางจึงจำเป็นต้องสั่งสอนอีกฝ่ายบ้าง“เจ้าคนชั่วช้า!ข้าจะสั่งสอนเด็กอย่างเจ้าให้รู้จักมารยาท และรู้ว่าควรทำตัวเยี่ยงใดเมื่อยู่ในโลกภายนอก!”แม่ชีมี่หลินพูดได้เพียงแค่นั้นนางก็กระโดดเข้าจู่โจมตี้เสี่ยวอู๋ทันที!แต่ในจังหวะนั้นเองทุกคนในที่นั้นต่างก็เห็นชายชุดเขียวกระโดดตามลงไปที่กลางลานเช่นกัน“แล้วเจ้าไม่ชั่วช้างั้นรึข้าว่าอารามจิ้งซินเองก็ไม่ได้ดีอะไรนักหรอก นางโจรเฒ่า.. วันนี้ข้าจะให้เจ้าได้รู้ว่าผลของการกล่าวหาผู้อื่นว่าชั่วช้านั้นเป็นเช่นใด!”ผู้ที่กระโดดเข้ามากลางลานนั้นไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นหวังชงเซียวผู้ที่พ่ายแพ้ให้กับหลิงหยุนในคืนวันประมูลที่ตระกูลเย่นั่นเอง และตอนนี้ก็ได้เวลาที่เขาจะต้องแสดงความสามารถแล้ว!“ห๊ะ…”“นั่นใครกัน!”