ตอนที่ 875
บทที่ 1305 : พัฒนาขั้น (2)
October 22, 2026
เฉิงเม่ยเฟิงเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-6ส่วนเหมี่ยวเสี่ยวเหมาเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-8 หลังจากทะลวงจุดซือไห่ได้แล้ว ทั้งคู่ต่างก็มีรัศมีจิตหยั่งรู้ครอบคลุมระยะทางสามกิโลเมตร หลิงหยุนรู้ดีว่าเหมี่ยวเสี่ยวเหมานั้นมีพลังจิตที่ค่อนข้างแข็งแกร่งอีกทั้งภายในร่างกายยังมีพลังอมตะสีทองที่เขาเคยถ่ายเทไว้ให้เมื่อหกเดือนก่อนด้วย เขาจึงปล่อยให้เหมี่ยวเสี่ยวเหมาพัฒนาขั้นไปโดยไม่คิดยับยั้ง เพราะรู้ดีว่าจะไม่เป็นปัญหาต่อการฝึกฝนของนางในวันข้างหน้า หลังจากที่พัฒนาขั้นได้สำเร็จแล้วเหมี่ยวเสี่ยวเหมายังคงนั่งเดินลมปราณต่อไปอีกครู่ใหญ่ เพื่อดูดซับเอาพลังชีวิตธาตุไม้จากหลิวเทวะวิญญาณต่อไปเรื่อยๆ หลิงหยุนถึงกับยิ้มออกมาเพราะรู้ว่าเหมี่ยวเสี่ยวเหมากำลังอาศัยโอกาสนี้ฝึกวิชาพฤกษาขจีไปด้วยนั่นเอง “เสี่ยวอู๋ถึงคราวของเจ้าแล้ว!” แม้ว่ายังเหลือเวลาอีกมากกว่าที่งานชุมนุมชาวยุทธจะเริ่มต้นขึ้นหลิงหยุนก็ไม่ต้องการเสียเวลา เขาจึงสั่งให้ตี้เสี่ยวอู๋เข้ามาทันที เวลานี้ตี้เสี่ยวอู๋อยู่ในระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-5แล้ว ส่วนดาราคุ้มกายยังคงอยู่ในด่านที่หนึ่ง จิตหยั่งรู้มีรัศมีครอบคลุมราวสองพันเมตร และเวลานี้กำลังเข้าสู่ขั้นเริ่มต้นของการกลั่นปราณบ่มเพาะจิต ตี้เสี่ยวอู๋เป็นผู้หลงใหลการฝึกวรยุทธยิ่งนักผลจากการหมั่นเพียรฝึกฝนตลอดทั้งวันทั้งคืนที่ผ่านมา ทำให้เขาสามารพัฒนาขั้นได้สามระดับย่อยในคราวเดียว และด้วยความช่วยเหลือของหลิงหยุน เวลานี้ตี้เสี่ยวอู๋ก็สามารถเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-6 ได้แล้ว แต่หลิงหยุนเกรงว่าขั้นของตี้เสี่ยวอู๋จะยังไม่มั่นคง จึงให้เขาหยุดอยู่เพียงแค่นั้น สำหรับผู้ที่มีพรสวรรค์เช่นนี้เสี่ยวอู๋หลิงหยุนไม่จำเป็นต้องรีบเร่งนัก! หลังจากนั้นหลิงหยุนก็ได้เดินนำตี้เสี่ยวอู๋ไปที่หน้าผาทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของภูเขา และสั่งให้เขานั่งขัดสมาธิลงตรงนั้น “เอาล่ะ..เจ้าฝึกดาราคุ้มกายตรงนี้ ข้าจะช่วยเอง!” ระหว่างที่พูดนั้นหลิงหยุนก็ได้เริ่มโคจรดาราคุ้มกายไปทั่วร่าง ในเวลาเพียงแค่ประเดี๋ยวเดียว ภาพที่ปรากฏขึ้นก็ทำให้หวังชงเซียวถึงกับตกใจอย่างมาก “นั่น..คุณชายหลิง.. ท่าน..” ทันทีที่หลิงหยุนเริ่มโคจรดาราคุ้มกายเหล่าดวงดาวทั่วท้องนภาต่างก็ร้อยเรียงเป็นเส้นราวกับไหมดาราที่กำลังเชื่อมต่อกับร่างของหลิงหยุน และกำลังทอประกายระยิบระยับอย่างสวยงาม ไม่เพียงเท่านั้น แสงจันทราจากฟากฟ้าก็ได้ส่องสว่างลงไปครอบคลุมร่างของหลิงหยุนไว้แต่เพียงผู้เดียว เวลานี้หลิงหยุนดูราวกับเป็นศูนย์กลางของจักรวาลเขาสามารถควบคุมดวงจันทร์และเหล่าดวงดาราทั่วท้องนภานับล้านๆดวงไว้ได้! หวังชงเซียวถึงกับตกตะลึงเขาไม่สนใจเหมี่ยวเสี่ยวเหมาอีก สายตาของเขาจับจ้องอยู่เพียงแค่เรือนร่างอันน่าอัศจรรย์ของหลิงหยุนเท่านั้น ตูม!ในเวลาเดียวกันนั้นตี้เสี่ยวอู๋เองก็ได้โคจรดาราคุ้มกายด้วย เพียงแต่ภาพที่เห็นไม่เด่นชัดเท่าหลิงหยุน ต้องสังเกตดูให้ดีเท่านั้นจึงจะสามารถมองเห็นได้ตี้เสี่ยวอู๋รู้ว่าหลิงหยุนกำลังช่วยเหลือตนเองอยู่เขาจึงไม่ลังเลและรีบดูดซับเอาพลังดวงดาว และพลังจันทราเหล่านั้นเข้าไปในร่างกายอย่างรวดเร็วตูม!และเพียงแค่ภายในเวลาไม่กี่นาทีตี้เสี่ยวอู๋ก็สามารถเข้าสู่ระดับเริ่มต้นด่านที่สองของดาราคุ้มกายได้แล้วแต่ในเมื่อคืนพระจันทร์เต็มดวงจะมีเพียงแค่ปีละหนึ่งครั้งเท่านั้นหลิงหยุนจึงไม่ต้องการหยุดอยู่เพียงแค่นั้น เขายังคงช่วยให้ตี้เสี่ยวอู๋ดูดซับเอาพลังจันทราและพลังดวงดาวเข้าไปอีกเรื่อยๆบูม!พลังของพระจันทร์เต็มดวงนั้นมีผลต่อการฝึกวิชาดาราคุ้มกายอย่างมากภายใต้การช่วยเหลือของหลิงหยุน ในเวลาเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงเขาก็สามารถเข้าสู่ลำดับที่สี่ของดาราคุ้มกายด่านที่สองได้สำเร็จหลิงหยุนเห็นเช่นนั้นจึงได้หยุดโคจรดาราคุ้มกายแล้วภาพที่น่าอัศจรรย์ใจนั้นก็หายวับไปทันที!“เสี่ยวอู๋เวลานี้จิตหยั่งรู้ของเจ้ามีรัศมีเท่าใดแล้ว” หลิงหยุนร้องถามตี้เสี่ยวอู๋ที่ัยังคงโคจรดาราคุ้มกายอยู่“น่าจะใกล้ๆสามกิโลเมตรแล้ว!” ตี้เสี่ยวอู๋ตอบไปตามความจริงเขาเพิ่งจะเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-6 และเวลานี้ก็สามารถเข้าสู่ดาราคุ้มกายด่านที่สองได้แล้ว จิตหยั่งรู้จึงขยายขอบเขตการรับรู้ขึ้นตามไปด้วย“ไม่เลวเลยทีเดียว!”หลิงหยุนพยักหน้าพร้อมกับเอ่ยชม“แต่เจ้ายังมีโอกาสที่จะพัฒนาขั้นได้อีก”จากนั้นหลิงหยุนก็หันไปทางมองจินเหยียวที่ก้าวออกมาจากค่ายกลหลุมพลังพร้อมกับพูดขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“ท่านน้าจินเหยียวถึงคราวของท่านแล้ว!”“อืมม..”จินเหยียวพยักหน้ารับรู้แล้วกระโดดเข้าไปหาที่นั่งขัดสมาธิทันที จินเหยียวนั้นเพิ่งจะเข้าสู่ขั้นพลังเหนือธรรมชาติได้ไม่นาน หลิงหยุนจึงได้ย้ำให้นางอย่าเพิ่งรีบร้อนพัฒนาขั้นจนกว่าขั้นที่เป็นอยู่จะมั่นคงเสียก่อน เวลานี้ก็ผ่านมาเดือนกว่าแล้วอีกทั้งนางเพิ่งจะกลืนโอสถเยาว์วัยและโอสถโฉมสะคราญไปไม่กี่วันนี้ ซึ่งโอสถทั้งสองก็มีผลต่อการชำระล้างร่างกาย ทำให้ไม่สามารถยับยั้งการพัฒนาขั้นได้อีกแล้วครั้งนี้จินเหยียวจึงไม่ต้องอาศัยโอสถใดๆเลยแม้แต่น้อยเพียงแค่ลำพังพลังปราณภายในร่างกายของนางเอง ก็สามารถทะลวงเข้าสู่ระดับสองขั้นพลังเหนือธรรมชาติได้แล้ว