ตอนที่ 874
บทที่ 1304 : พัฒนาขั้น (1)
October 22, 2026
ภูเขาลูกนี้แปลกมากมันดูคล้ายกับเห็ดขนาดใหญ่ที่เกิดอยู่ท่ามกลางภูเขาล้อมรอบ จึงได้ชื่อว่ายอดเขาเห็ด ยอดเขาเห็ดนี้สูงจากพื้นราวห้าร้อยเมตรและเตี้ยกว่าภูเขาที่ล้อมรอบอยู่ แต่ก็ไม่ถูกบดบังแสงจันทร์ให้ส่องลงมาไม่ถึง ยอดเขามีลักษณะพื้นที่แบนราบขนาดเท่ากับสนามฟุตบอล แต่เนื่องจากตัวเขามีลักษณะตั้งตรง แม้แต่ลิงยังไม่อาจปีนขึ้นมาถึงได้ จึงแทบไม่ต้องพูดถึงคนธรรมดาทั่วไป หลิงหยุนกับคนอื่นๆเริ่มออกเดินทางจากตอนหกโมงครึ่งและเพียงแค่สองนาทีทั้งหมดก็ไปถึงยอดเขาแห่งนั้นแล้ว หลิงหยุนกวาดสายตาไปรอบๆ และนึกพอใจกับสถานที่ที่แวมไพร์ทั้งห้าของเขาเลือกไว้อย่างมาก “ระดับสูงสุดขั้นซานฉางชี่!” หวังชงเซียวตกใจยิ่งนักที่เห็นเฉิงเม่ยเฟิงสามารถเข้าสู่ขั้นซานฉางชี่ได้ภายในเวลาอันรวดเร็วเช่นนี้! หวังชงเซียวแทบร้องไห้ออกมาไม่มีน้ำตาและได้แต่คร่ำครวญอยู่ในใจว่า หลายปีมานี้ตนต้องฝึกฝนมาอย่างลำบากยากเย็น เฝ้านั่งสมาธิเดินลมปราณอยู่แทบทุกวี่ทุกวัน เพื่อดูดซับเอาพลังชีวิตจากดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เข้าไปทั้งวันทั้งคืน เวลานี้ยังอยู่เพียงแค่ระดับกลางขั้นลิ่วเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-6) และหากเทียบกับเฉิงเม่ยเฟิง เขายังนับว่าก้าวหน้าได้ช้ายิ่งนัก จึงได้แต่รู้สึกขมขื่นใจไม่น้อย จะไม่ให้หวังชงเซียวรู้สึกขมขื่นใจได้อย่างไรกันในเมื่อคืนก่อนหน้านี้จุดซือไห่กลางหว่างคิ้วของเฉิงเม่ยเฟิงยังไม่เปิดเลยด้วยซ้ำ และยังเป็นเพียงยอดฝีมือระดับกลางขั้นเซียงเทียนเท่านั้น แต่ตอนนี้นอกจากจิตหยั่งรู้ของนางจะถือกำเนิดแล้ว ยังมีรัศมีรับรู้ได้ไกลมากกว่าสามพันเมตรด้วย ในหนึ่งนาทีสามารถกลั่นเสินหยวนได้ถึงสามหยด นี่คือคุณสมบัติของผู้ที่เข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นซานฉางชี่ (ขั้นพลังชี่-3) ยิ่งไปกว่านั้นหวังชงเซียวยังสัมผัสได้ถึงพลังในตำนานที่บริสุทธิ์อย่างพลังอมตะสีทองจากร่างของนางอีกด้วย! อีกทั้งตำแหน่งจุดกึ่งกลางหว่างคิ้วและจุดตันเถียนของนางก็ยังมีพลังอมตะสีม่วงผนึกอยู่ซึ่งพลังอมตะสีม่วงนั้นเป็นพลังอมตะที่เหนือกว่าพลังอมตะสีทองมากนัก! เฉิงเม่ยเฟิงเพิ่งจะเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นซานฉางชี่จึงยังไม่เข้าใจขีดความสามารถของตนเองดีนัก แต่หลังจากที่นางฝึกวิชามังกรทองคำรามไปสักช่วงเวลาหนึ่ง นางก็จะค่อยๆปรับตัวและเข้าใจทุกอย่างได้เอง “ขอแสดงความยินดีกับคุณชายหลิงที่นายหญิงพัฒนาขั้นได้สำเร็จแล้ว!” หวังชงเซียวเอ่ยแสดงความยินดีด้วยความจริงใจเขารีบเดินตรงเข้าไปหาหลิงหยุนกับเฉิงเม่ยเฟิงทันที และการที่เฉิงเม่ยเฟิงสามารถพัฒนาขั้นอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงแค่ชั่วข้ามคืนเช่นนี้ แน่นอนว่าจะเป็นฝีมือของผู้ใดไปไม่ได้นอกจากหลิงหยุน! หลิงหยุนต้องเก่งกล้าสามารถมากเพียงใดงั้นหรือจึงจะสามารถทำเรื่องที่น่าอัศจรรย์ และน่าตกใจเช่นนี้ได้ หวังชงเซียวแทบไม่กล้าคิดแต่ถึงแม้จะคิดเขาก็คงคาดเดาไม่ถูกเป็นแน่! “ข้าเองก็ต้องยินดีกับเจ้าด้วยเช่นกันเวลานี้เจ้าดูไม่ต่างจากชายหนุ่มอายุยี่สิบกว่าปีเลยทีเดียว!” หลิงหยุนจ้องมองหวังชงเซียวยิ้มๆหลังจากที่กลืนโอสถเยาว์วัยและโอสถโฉมสะคราญเข้าไป เขาก็กลับกลายเป็นชายหนุ่มอายุเพียงแค่ยี่สิบต้นๆเท่านั้น เพราะนอกจากจะเป็นเพราะฤทธิ์ของโอสถทั้งสองแล้ว หวังชงเซียวที่ฝึกถึงขั้นพลังชี่ก็จะดูอ่อนกว่าวัยอยู่แล้ว “ต้องขอบคุณคุณชายหลิงอีกครั้ง!” “ไม่เป็นไรเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น..คืนนี้ข้าจะช่วยทุกคนให้พัฒนาขั้น คงจะต้องใช้พลังปราณมากและอาจเป็นช่วงเวลาที่ข้าอ่อนแอที่สุดก็เป็นได้ คงต้องอาศัยไหว้วานให้เจ้าคอยคุ้มครองความปลอดภัยให้” หลิงหยุนรู้ดีว่าช่วงเวลาที่เขากำลังช่วยทุกคนให้สามารถพัฒนาเข้าสู่ขั้นต่อไปได้นั้นจะเป็นช่วงเวลาที่อันตรายไม่น้อย จึงต้องกำชับหวังชงเซียวให้คอยรักษาความปลอดภัยให้กันตนคืนนี้เป็นคืนสำคัญยิ่งสำหรับหลิงหยุนเพราะจะเป็นคืนแห่งสงครามครั้งใหญ่ของเขา เขาจึงต้องไหว้วานผู้ที่เขาเชื่อมั่นและไว้วางใจได้เท่านั้น“คุณชายหลิงได้โปรดวางใจ!หวังชงเซียวผู้นี้จะทำหน้าที่คุ้มครองปกป้องคุณชายหลิง และทุกคนอย่างสุดความสามารถ!”ภายนอกอาจจะดูเหมือนหลิงหยุนไว้วางใจหวังชงเซียวมากจนประมาทแต่ความจริงแล้วเขาได้เปิดจิตหยั่งรู้ควบคู่กับการใช้วิชาเคลื่อนย้ายธาตุแอบสังเกตท่าทีของหวังชงเซียวอยู่เงียบๆ แต่ถึงกระนั้นหลิงหยุนกลับไม่สามารถสังเกตเห็นความผิดปกติในแววตาและจิตใจของหวังชงเซียวเลยแม้แต่น้อย คืนนี้ไม่เพียงหลิงหยุนที่ต้องการจะพัฒนาขั้นบนยอดเขาแห่งนี้แม้แต่เย่ซิงเฉิน ฉินตงเฉี่วย ตี้เสี่ยวอู๋ จินเหยียว และเหมี่ยวเสี่ยวเหมาเองก็ต้องการเช่นกัน!อีกทั้งยังมีแวมไพร์ทั้งสี่ตนด้วย..แวมไพร์ทั้งหมดมุ่งฝึกฝนเพื่อพัฒนาขั้นของแวมไพร์ส่วนฉินตงเฉี่วย จินเหยียว และเหมี่ยวเสี่ยวเหมาก็จะพัฒนาขั้นด้วยวิชาที่ตนฝึกมา ส่วนหลิงหยุน เย่ซิงเฉิน และตี้เสี่ยวอู๋นั้นต้องการที่จะพัฒนาขั้นของวิชาดาราคุ้มกายมีเพียงหวังชงเซียวกับเฉิงเม่ยเฟิงที่เพิ่งจะเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นซานฉางชี่เท่านั้นที่ไม่ต้องฝึกฝน!แต่ในเวลานี้ผู้ที่ทำหน้าที่ปกป้องทุกคนอย่างแท้จริงกลับอยู่บนยอดเขาใกล้ๆนี้ ไป๋เซียนเอ๋อได้ทำการสร้างค่ายกลลวงตาไว้โดยรอบ เวลานี้หางที่สี่ของนางได้งอกออกมาแล้ว และจิตหยั่งรู้ของนางก็ขยายรัศมีครอบคลุมถึงห้ากิโลเมตรเลยทีเดียว แน่นอนว่าหวังชงเซียวไม่มีทางเอาชนะนางได้อย่างแน่นอน!การที่หลิงหยุนเลือกให้หวังชงเซียวคอยปกป้องคุ้มครองตนเองในช่วงเวลาวิกฤติเช่นนี้ก็เพื่อเป็นการลองใจหวังชงเซียวนั่นเอง หากเขาสามารถผ่านการทดสอบของหลิงหยุนครั้งนี้ไปได้ หลิงหยุนก็ตั้งใจว่าจะถ่ายทอดวิชาให้กับเขาในวันข้างหน้าแต่หากหวังชงเซียวกล้าแม้แต่จะสร้างปัญหาให้เขาแม้เพียงเล็กน้อยแน่นอนว่าหวังชงเซียวจะต้องถูกปลิดชีพในทันทีเช่นกัน!ส่วนเสี่ยวเม่ยเม่ยกับโม่วู๋เตานั้นเวลานี้ทั้งสองคนได้เฝ้าสังเกตการอยู่ภายในงานชุมนุมชาวยุทธแล้ว“เอาล่ะเมื่อทุกคนต่างก็พร้อมแล้ว พวกเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า!”หลังจากที่สั่งการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วหลิงหยุนจึงหันไปยิ้มให้กับทุกคนพร้อมกับถามขึ้นว่า “เอาล่ะ.. ผู้ใดก่อนดี”“หลิงหยุนให้เสี่ยวเหมาก่อนก็แล้วกัน!” เมื่อวานทั้งวันเว้นเพียงแค่คืนงานประมูลเท่านั้นที่จินเหยียวไม่ได้อยู่กับเหมี่ยวเสี่ยวเหมา จินเหยียวจึงเอ็นดูเหมี่ยวเสี่ยวเหมาราวกับญาติคนหนึ่ง“ได้!”สำหรับหลิงหยุนแล้วผู้ใดจะมาก่อนหรือมาหลังก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรสำหรับเขาจึงตอบตกลงอย่างรวดเร็วเหมี่ยวเสี่ยวเหมาปราดพุ่งเข้าไปยืนอยู่ตรงพื้นที่โล่งแล้วจึงนั่งขัดสมาธิลงตรงหน้าหลิงหยุน และก่อนที่จะเริ่มนางก็ได้เหลือบมองไปทางหลิงหยุนพร้อมกับถามขึ้นว่า