ตอนที่ 877
บทที่ 1307 : ปรากฏการณ์น่าทึ่งของเย่ซิงเฉิน
October 22, 2026
หลิงหยุนหยุดการดูดซับพลังจันทราไว้เพียงแค่นั้นและหันกลับมาสังเกตความเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายของตนเอง ในขณะที่เย่ซิงเฉินยังไม่หยุด นางหยุดฝึกวิชาดาราคุ้มกายและหันมาฝึกวิชาสุญตาดูดดาวแทน! ร่างของเย่ซิงเฉินลอยขึ้นกลางอากาศอย่างช้าๆและเวลานี้ได้ลอยอยู่เหนือพื้นดินราวห้าสิบเมตรได้ พลังภายในร่างกายเริ่มหมุนวนรอบตัวเป็นรูปพายุหมุน และภายในกระแสพลังนั้นมีดวงดาวทอประกายระยิบระยับอยู่มากมาย แต่เพราะความเร็วของพลังที่หมุนอยู่ทำให้เห็นแสงดาวที่ทอประกายระยิบระยับนั้นทอดเป็นทางยาวแทน! ในขณะเดียวกันนั้นที่จุดซือไห่กลางหน้าผากของเย่ซิงเฉินก็ราวกับมีกระแสพลังหมุนวนอยู่ และเริ่มเปล่งประกายสว่างไสวราวกับมีดวงดารานับล้านๆดวงรวมตัวกันอยู่ด้านใน หลิงหยุนจ้องมองท่าทีแปลกประหลาดของเย่ซิงเฉินและได้แต่คิดว่าดูท่านางคงจะสามารถพัฒนาเข้าสู่ด่านกลางขั้นพลังชี่ได้ตลอดเวลา หลิงหยุนจ้องมองด้วยความตื่นเต้น และได้แต่เฝ้าดูอยู่เงียบๆ คนอื่นๆที่เฝ้าดูอยู่ต่างก็ยืนอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงเพราะภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าทำให้พวกเขาอัศจรรย์ใจยิ่งนัก! เวลานี้เย่ซิงเฉินไม่ได้สวมผ้าคลุมปิดบังใบหน้าไว้เหมือนเช่นเคยจึงเผยให้เห็นใบหน้าที่งดงามราวกับเทพธิดา ภาพที่นางนั่งขัดสมาธิอ้าแขนนั้นก็ดูราวกับกำลังโอบกอดจักรวาลไว้ทั้งใบ แม้กระทั่งชุดผ้าแพรไหมทองคำที่นางสวมใส่อยู่นั้น ก็ยังทอประกายระยิบระยับที่เกิดจากการรวมตัวของเหล่าดวงดาราบนท้องฟ้า! ในสายตาของทุกคนเวลานี้เย่ซิงเฉินจึงงดงามราวกับเทพธิดาบนสรวงสวรรค์ ความงดงามของนางนั้นทำให้ทุกคนต่างก็ครั่นคร้ามจนมิกล้ามองเต็มสองตา แม้แต่หลิงหยุนเองยังจ้องมองด้วยความตกตะลึงและได้แต่คิดในใจว่า จะหาผู้ใดมีภรรยางดงามดั่งนางฟ้านางสวรรค์เช่นเขาไม่มีอีกแล้ว! จากนั้นพลังที่หมุนรอบตัวเย่ซิงเฉินนั้นก็เริ่มหมุนเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย จนกระทั่งครอบคลุมไปทั่วพื้นที่ทั้งหมดของบริเวณยอดเขาเห็ด! ตูม! ในทันใดนั้นเองเย่ซิงเฉินก็เข้าสู่ขั้นซื่อเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-4) และจิตหยั่งรู้ก็ขยายรัศมีออกไปไกลถึงห้ากิโลเมตร! “เยี่ยมมาก!” หลิงหยุนพึมพำออกมาด้วยความตื่นเต้นดีใจเขากำมือแน่นด้วยความตื่นเต้น! และในเวลานั้นเองหลิงหยุนก็เริ่มขมวดคิ้วเข้าหากัน.. ฟิ้ว! พู่กันจักรพรรดิพุ่งออกมาจากจุดซือไห่กึ่งกลางหว่างคิ้วของหลิงหยุนทันทีแต่กลับมิได้ขยายใหญ่และยังคงมีขนาดเท่าเดิม จากนั้นพู่กันจักรพรรดิจึงได้ลอยขึ้นไปกลางอากาศ ก่อนจะพุ่งหายเข้าไปกลางหว่างคิ้วของเย่ซิงเฉิน หลิงหยุนซึ่งยืนอยู่ด้านล่างนั้นไม่อาจรู้ได้ว่าพู่กันจักรพรรดิเข้าไปทำอะไรในนั้นแต่เย่ซิงเฉินนั้นสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจน! เวลานี้พู่กันจักรพรรดิแห่งมวลมนุษย์อยู่ท่ามกลางจุดซือไห่กลางหว่างคิ้วของเย่ซิงเฉินซึ่งมีกระแสพลังของดวงดาวหมุนวนอยู่ด้านใน และมีดวงดาวนับล้านกำลังทอประกายแสงเจิดจ้า.. เวลานี้พู่กันจักรพรรดิกำลังหมุนวนอยู่รอบกระแสพลังพายุหมุนดวงดาวก่อนจะพุ่งเข้าจุดประกายดวงดาวทั้ง 108 ดวงภายในนั้น แล้วจึงพุ่งออกมากลับเข้าสู่จุดซือไห่กลางหว่างคิ้วของหลิงหยุนเช่นเดิม“ในวันข้างหน้าโลกจะต้องเผชิญกับหายนะหลิงหยุนจะต้องพึ่งพาเจ้าเพื่อต่อสู้กับคนผู้นั้น!”ทันทีที่พู่กันจักรพรรดิกลับเข้าไปในจุดซือไห่ของหลิงหยุนแล้วเขาก็พึมพำออกมาคล้ายรำพึงรำพันกับตัวเอง จากนั้นก็เงียบหายไปแม้หลิงหยุนจะได้ยินคำพูดของพู่กันจักรพรรดิได้ไม่ชัดเจนนักแต่เขาก็สามารถสัมผัสได้ว่าครั้งนี้พู่กันจักรพรรดิดูอ่อนล้ายิ่งนัก‘นี่มันอะไรกันดูเหมือนจะมีบางสิ่งบางอย่างพุ่งเข้าสู่จุดซือไห่ของข้า?’ท่ามกลางจุดซือไห่ของเย่ซิงเฉินเวลานี้มีดวงดาวทั้ง 108 ดวงได้ส่องสว่างเหนือดวงดาวอื่นๆนับล้านดวง มันทอประกายสว่างไสวอย่างที่ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ เย่ซิงเฉินสามารถย้อนมองกลับเข้าไปดูภายในร่างกายของตนเองได้ และเมื่อพบเห็นสิ่งเกิดขึ้นกลางจุดซือไห่ของตน นางก็ถึงกับตกใจอย่างบอกไม่ถูก! ไม่เพียงดวงดาวทั้ง108 ดวงถูกจุดประกายสว่างไสว เย่ซิงเฉินยังสัมผัสได้ว่าจิตหยั่งรู้ของตนเองนั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมมาก และเวลานี้รัศมีของมันก็ได้ขยายครอบคลุมถึงหกกิโลเมตรเลยทีเดียว!แต่ถึงกระนั้นกลับไม่มีเสินหยวนแม้แต่หยดเดียว มีเพียงดวงดาวมากมายนับไม่ถ้วน และเวลานี้ดวงดาวเหล่านั้นก็กำลังหมุนวนเป็นพายุหมุนอยู่ด้านในแม้ไม่พบหยดเสินหยวนเย่ซิงเฉินก็ไม่นึกกังวลใจแม้แต่น้อย เพราะเหล่าดวงดารามากมายนับไม่ถ้วนนี้ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเสินหยวนเลย นางสามารถนำมันมาใช้ควบคู่กับวิชาสุญตาดูดดาวเพื่อจู่โจมศัตรูได้ไม่ต่างกัน“ซิงเฉินเจ้าอย่าด่วนดีใจไปนัก ในเมื่อเจ้าเข้าสู่ขั้นซื่อเฉิงชี่แล้ว ก็ต้องเตรียมตัวรับทัณฑ์สวรรค์ซื่อจิ่วต่อไป!”แม้จะตื่นเต้นดีใจมากเพียงใดหลิงหยุนก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยเตือนเย่ซิงเฉิน..นั่นเพราะการที่เย่ซิงเฉินเข้าสู่ขั้นซื่อเฉิงชี่(ขั้นพลังชี่-4) ย่อมหมายถึงว่านางได้เข้าสู่ด่านกลางของขั้นพลังชี่แล้ว ทัณฑ์สวรรค์ซื่อจิ่วย่อมต้องมาเยือนไม่ช้าก็เร็ว!“ทัณฑ์สวรรค์ซื่อจิ่วงั้นรึข้ายังไม่รู้สึกสัมผัสได้..”เวลานี้เย่ซิงเฉินกำลังตื่นเต้นกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นมากกว่านางสัมผัสได้ว่าตอนนี้นางสามารถลอยอยู่กลางอากาศได้โดยไม่ต้องอาศัยเหล่าดวงดาวมากมายพยุงร่างไว้เช่นเคย“อะไรนะนี่เจ้าไม่รู้สึกถึงแรงกดดันใดๆเลยงั้นรึ?”ครั้งนี้เป็นหลิงหยุนที่นึกแปลกใจและได้แต่แอบคิดว่าหรือเป็นเพราะเมื่อครู่ที่พู่กันจักรพรรดิเข้าไปกลางจุดซือไห่ของนาง ก็เพื่อเข้าไปช่วยปกปิดอำพรางขั้นไว้ให้การปกปิดสวรรค์ย่อมสามารถทำได้หากสามารถพบเจอผู้ที่มีฝีมือสูงส่ง หรือไม่ก็ต้องหาหนทางที่จะปิดบังขั้นของตนเองไว้ให้ได้ตลอด และเมื่อพร้อมที่จะเผชิญกับทัณฑ์สวรรค์เมื่อใดจึงค่อยเปิดเผยต่อโลกในเมื่อพู่กันจักรพรรดิแห่งมวลมนุษย์ได้ฉกฉวยของกำนัลที่สวรรค์ประทานให้หนิงหลิงยู่ไปมากก็เป็นไปได้ที่ต้องการจะช่วยเย่ซิงเฉินปิดบังสวรรค์ความจริงแล้วสิ่งที่หลิงหยุนคาดเดานั้นก็ไม่ผิดนัก เพราะในขั้นของเขาเวลานี้คงยากที่จะคาดเดาจุดประสงค์ที่แท้จริงของพู่กันจักรพรรดิได้หลิงหยุนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่มืดมิดแต่ท้องนภาเวลานี้กลับไร้ซึ่งเมฆหมอก และไม่มีแม้แม้แต่ร่องรอยว่าทัณฑ์เมฆาจะปรากฏ