ตอนที่ 878
บทที่ 1308 : เริ่มงานชุมนุม
October 22, 2026
เวลานี้หลิงหยุนกับทุกคนต่างก็เริ่มออกเดินทางไปยังหุบเขาหลงเฟิงผู้ที่สามารถเหาะได้ก็จะเหาะไปเอง ส่วนผู้ที่เหาะไม่ได้ก็จะให้เหล่าแวมไพร์ทั้งห้าที่กลายร่างพาบินขึ้นไป “ทุกคนหยุดอยู่ที่นี่ก่อน!” หลิงหยุนสั่งให้ทุกคนและค่อยๆร่อนลงพื้นที่เรียบแห่งหนึ่ง “เซียนเอ๋อเจ้าจัดการสร้างค่ายกลลวงตาซ่อนที่นี่ไว้ และให้ทุกคนหลบอยู่บริเวณนี้เสียก่อน ข้ากับซิงเฉินจะขึ้นไปดูด้านบนก่อน และอาจจะเข้าไปในหุบเขาก่อน หลังจากนั้นจะบอกพวกเจ้าอีกทีว่าต้องทำเช่นใด” “พอลเจสเตอร์ เพียร์ซ จอยซ์ พวกเจ้าสี่คนไม่ต้องหลบซ่อนตรงนี้ แต่ให้แยกย้ายกันบินเป็นสี่ทิศมุ่งหน้าไปยังหุบเขาหลงเฟิง และคอยเฝ้าสังหารผู้ที่หลบออกจากหุบเขาทิ้งให้หมด!” “เอ็ดเวิร์ดกับหวังชงเซียวพวกเจ้าสองคนมีหน้าที่คุ้มครองข้าเมื่ออยู่ในหุบเขา หากพวกเจ้าคนใดคนหนึ่งกล้าวิ่งหนี ข้าจะจัดการกับพวกเจ้าเอง!” หลิงหยุนจัดการสั่งการให้เรียบร้อยคนของเขามีจำนวนไม่น้อย และแข็งแกร่งอย่างมาก หากบุกเข้าไปในหุบเขาหลงเฟิงพร้อมๆกัน แน่นอนว่าย่อมสังหารยอดฝีมือขั้นพลังเหนือธรรมชาติได้ แต่นั่นจะทำให้เหล่ายอดฝีมือต่ำต้อยรู้ตัว และชิงหลบหนีกันไปเสียก่อน หากเป็นเช่นนั้นคงจุโกลาหลวุ่นวายจนเกินที่จะควบคุมได้ ในงานชุมนุมชาวยุทธครั้งนี้อาจเรียกได้ว่าพวกเขาจัดขึ้นมาโดยมีจุดประสงค์ที่จะสังหารหลิงหยุนและเย่ซิงเฉินเลยก็ว่าได้ ด้วยเหตุนี้หลิงหยุนจึงต้องเตรียมการทุกอย่างให้พร้อมที่สุด! ครั้งนี้คงเป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนจะไม่รู้จักหลิงหยุนหรืออ้างความเข้าใจผิดได้ เพราะตลอดเวลามากกว่าหนึ่งเดือนที่เขาอาศัยอยู่ปักกิ่งนั้น เขาประมือกับผู้คนมากมาย อีกทั้งยังนำพาตระกูลหลิงกลับขึ้นมาผงาดได้อีกครั้ง ข่าวคราวเหล่านี้ล้วนแพร่สะพรัดไปทั่วยุทธภพ หากไม่ใช่ศัตรูที่ต้องการสังหารเขาจริงๆแล้วล่ะก็ คงไม่มีทางมาร่วมงานชาวยุทธที่อันตรายอย่างมากในครั้งนี้เป็นแน่ “คุณชายหลิงได้โปรดเชื่อใจ!” “เจ้านายที่เคารพมั่นใจได้!” หวังชงเซียวและเหล่าแวมไพร์ทั้งห้าต่างก็ตอบรับคำสั่งของหลิงหยุนในทันทีจากนั้นทุกคนต่างก็แยกย้ายกันไปทำตามคำสั่ง แม้ที่นี่จะอยู่ห่างจากหุบเขาหลงเฟยเพียงแค่สามกิโลเมตรแต่รอบๆหุบเขาหลงเฟิงล้วนมีเขาใหญ่ล้อมรอบอยู่ อีกทั้งทางด้านทิศเหนือยังมีหน้าผาสูงชัน แม้แต่หลิงหยุนเองหากไม่เปิดจิตหยั่งรู้ออกขั้นสุด แน่นอนว่าย่อมไม่สามารถมองเห็นเหตุการณ์ที่เกิดอยู่ภายในหุบเขาได้ หรือพูดง่ายๆก็คือว่าหากจิตหยั่งรู้ของผู้ใดไม่แข็งแกร่งเท่ากับจิตหยั่งรู้ของหลิงหยุนก็คงยากที่จะสำรวจพบว่าไป๋เซียนเอ๋อซ่อนตัวอยู่บริเวณนี้ และต่อให้ยอดฝีมือที่เก่งกาจล้ำเลิศเจาะจงเปิดจิตหยั่งรู้ออกค้นหา ก็ยังมีค่ายกลลวงตาของไป๋เซียนเอ๋อบดบังไว้อีกที จึงมั่นใจได้ว่าทุกคนในที่นี้จะต้องปลอดภัยไม่ถูกศัตรูจู่โจมอย่างแน่นอน และเมื่อเป็นเช่นนี้หลิงหยุนจึงไม่จำเป็นต้องกังวลอะไรอีก! หลังจากที่หลิงหยุนร้องตะโกนให้บุกได้ทุกคนต่างก็มุ่งหน้าไปยังหุบเขาหลงเฟิงโดยที่ไม่มีผู้ใดคิดที่จะล่าถอยเลยแม้แต่คนเดียว! หลิงหยุนกับเย่ซิงเฉินเหาะไปยังหุบเขาหลงเฟิงและบินอยู่เหนือพื้นดินราวสี่กิโลเมตรเพื่อทำการสังเกตการณ์เหตุการณ์ด้านล่างด้วยจิตหยั่งรู้ที่แหลมคมและทรงอานุภาพของคนทั้งคู่แม้จะอยู่สูงเช่นนั้น แต่ก็สามารถมองเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในหุบเขาหลงเฟิงได้ราวกับเห็นด้วยตาเลยทีเดียวหลิงหยุนอยากจะรู้ว่าเหล่าชาวยุทธด้านล่างนั้นกำลังพูดถึงเขาและเย่ซิงเฉินเช่นใดบ้าง“อืมม..ผู้คนมากมายเลยทีเดียว แต่ดูเหมือนจะมากกว่างานประมูลเมื่อคืนนี้เล็กน้อย!”หลิงหยุนที่เหาะอยู่ข้างเย่ซิงเฉินเป็นฝ่ายพูดขึ้นหลังจากที่สำรวจลงไปยังหุบเขาด้านล่าง“ดูเหมือนจะมีทั้งหน้าใหม่หน้าเก่าอย่างน้อยสองร้อยคนก็เป็นคนหน้าเดิมๆ ส่วนอีกสองร้อยคนดูเหมือนจะเพิ่งมาเพื่องานชุมนุมในคืนนี้โดยเฉพาะ!”เย่ซิงเฉินเอ่ยออกมายิ้มๆหลังจากที่เปิดจิตหยั่งรู้ออกสำรวจที่พื้นดินด้านล่าง..งานประมูลชาวยุทธบนหุบเขาหลงเฟิงเมื่อคืนนี้นั้นมีชาวยุทธเข้าร่วมราวหกร้อยคน แต่ดูเหมือนบางคนก็มาเพียงเพื่อประมูลสินค้าเท่านั้น หลังงานประมูลสิ้นสุดจึงเหลือจำนวนชาวยุทธอยู่ไม่มาก ในขณะเดียวกันก็มียอดฝีมือระดับเจ้าสำนัก และศิษย์สำนักต่างๆเข้ามาสมทบใหม่อีกมากมายในคืนนี้“เท่าที่สังเกตดูมียอดฝีมือขั้นพลังเหนือธรรมชาติอยู่มากกว่าร้อยคนเลยทีเดียว ดูท่างานชุมนุมชาวยุทธคืนนี้ศัตรูของพวกเราสองคนคงพากันมาที่นี่หมดเป็นแน่!”หลิงหยุนยังคงไม่เข้าสู่ขั้นซื่อเฉิงชี่(ขั้นพลังชี่-4) แต่จิตหยั่งรู้ของเขาเวลานี้กลับมีรัศมีครอบคลุมเกือบสี่กิโลเมตรแล้ว และได้ใช้วิชาเคลื่อนย้ายธาตุปกปิดมิให้ผู้อื่นใช้จิตหยั่งรู้สำรวจพบพวกตนสองคนด้วยหลิงหยุนจำได้ว่ายอดฝีมือขั้นพลังเหนือธรรมชาติร้อยกว่าคนนี้หลายคนที่ไม่ได้อยู่ในคืนประมูล เห็นได้ชัดว่ายอดฝีมือเหล่านี้มาเพื่อจัดการกับพวกเขาสองคนโดยเฉพาะจากนั้น..หลิงหยุนจึงหันไปพูดกับเย่ซิงเฉินยิ้มๆ “ตัวละครเอกในงานชุมนุมคืนนี้ไม่ใช่คนพวกนั้น แต่เป็นข้ากับเจ้าแล้วก็เซียนเอ๋อต่างหาก”เย่ซิงเฉินหันไปยิ้มให้หลิงหยุนพร้อมกับตอบไปว่า“เช่นนั้นแล้วพวกเราสองคนรวมกันก็คงจะกลายเป็นจอมมารคู่สินะ!”หลิงหยุนนึกขึ้นมาได้ว่าเมื่อครั้งที่เขากับเย่ซิงเฉินพบกันครั้งแรกนั้นนางได้บอกกับเขาว่าเหล่าชาวยุทธต่างเรียกขานนางว่านางมารน้อย เขาจึงได้แต่พยักหน้าและตอบกลับไปว่า“ข้าเป็นถึงเทพแห่งมารส่วนเจ้าก็เป็นนางมาร มิหนำซ้ำยังมีปีศาจจิ้งจอกอีก คืนนี้คงต้องเรียกว่าจอมมารถล่มหุบเขาหลงเฟิงน่าจะถูกต้องกว่า!”เย่ซิงเฉินเห็นหลิงหยุนไม่ปฏิเสธในการเป็นมารเช่นนี้จึงรู้สึกมีความสุขยิ่งนักและรีบหันไปถามหลิงหยุนว่า“นี่เจ้ายังจะคอยอะไรอยู่อีกเหตุใดยังไม่เหาะลงไปด้านล่างอีกเล่า?”“พวกเราซุ่มดูอยู่ด้านบนนี้ก่อนหากรีบเหาะลงไปเช่นนั้นจะมีคนตกใจจนหนีเอาตัวรอด ถึงตอนนั้นก็จะโกลาหลวุ่นวายน่าดู”��