ตอนที่ 879
บทที่ 1309 : สองมารเคียงคู่
October 22, 2026
หลิงหยุนสังเกตเห็นว่าเมื่อจางจวิ้นเจิงเอ่ยถึงเรื่องราวของตระกูลหลิงเมื่อสิบแปดปีก่อนนั้น หลายคนที่อยู่ด้านล่างกลับมีท่าทีเคียดแค้นหยิ่งกว่าหลิงหยุน ครึ่งหนึ่งของยอดฝีมือที่รวมตัวอยู่กลางหุบเขาหลงเฟิงนั้น ต่างพากันกัดฟันกรอดพร้อมกับร้องตะโกนออกมาด้วยควาามเดือดดาล! นั่นเพราะเวลานี้ตระกูลหลิงหกลับมาแข็งแกร่งขึ้นอย่างมากไม่เพียงหลิงเสี่ยวจะสามารถฟื้นฟูจุดตันเถียนของตนเองจนสามารถฝึกฝนจนเข้าสู่ขั้นพลังเหนือธรรมชาติได้ แม้แต่หยินชิงเฉวียนยังส่งลูกศิษย์ของตนออกมาทำการแก้แค้น และได้กำจัดสำนักต่างๆและตระกูลต่างๆไปแล้วนับสิบ ทำให้เหล่าชาวยุทธนึกหวาดหวั่นถึงหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้นกับยุทธภพ! และเป็นไปไม่ได้เลยที่เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหลิงเสี่ยวและหยินชิงเฉวียน! และความหวาดหวั่นนี้เองที่ผลักดันให้เหล่าชาวยุทธมากมายมารวมตัวกันที่นี่ในคืนนี้จนเกิดงานชุมนุมชาวยุทธครั้งนี้ขึ้น! เหล่าชาวยุทธต่างก็กังวลว่าครั้งนี้ตระกูลหลิงและพรรคมารจะร่วมมือกันอีกครั้ง และเมื่อถึงเวลานั้นทุกคนล้วนต้องตกอยู่ในอันตราย! ในงานชุมนุมชาวยุทธครั้งนี้หากหลิงหยุนและเย่ซิงเฉินปรากฏตัว พวกเขาก็จะสังหารมาน้อยทั้งสองและฝังร่างไร้วิญญาณของทั้งคู่ไว้ในหุบเขาแห่งนี้ แต่หากทั้งสองคนไม่ปรากฏตัว สำนักเขาหลงหู่ วัดเส้าหลิน และสำนักอื่นๆ คงสามารถชักชวนเหล่าชาวยุทธบุกไปสังหารคนตระกูลหลิงพร้อมกันในคราวเดียวแน่! “แต่สิ่งที่น่าเจ็บใจที่สุดก็คือ..” จางจวิ้นเจิงไม่ปล่อยให้ให้เหล่าชาวยุทธได้คลายโทสะที่มีลงเลยหลังจากที่เสียงร้องตะโกนเริ่มเบาลง เขาก็ได้ยกมือขึ้นให้ทุกคนตั้งใจฟังตนเองพูดอีกครั้ง จาวจวิ้นเจิงกัดฟันกรอดพร้อมกับประกาศว่า “มารน้อยหลิงหยุนนั้นแท้จริงก็คือลูกชายของหลิงเสี่ยวกับหยินชิงเฉวียนนั่นเอง!” “เด็กนั่นมีสายเลือดมารอยู่ในตัวจึงได้โหดเหี้ยมและชั่วช้าได้ถึงเพียงนั้น เอาล่ะทุกท่าน.. ในเมื่อตอนนี้ฐานะของหลิงหยุนก็ได้ถูกเปิดเผยแล้ว ทุกท่านเชื่อข้าเถิดว่าหลิงหยุนกับนางมารน้อยเย่ซิงเฉินนั้น กำลังร่วมมือกันที่จะทำลายล้างสำนักของพวกเราให้สิ้นซากอยู่!” “ด้วยความแข็งแกร่งของมารน้องทั้งสองนี้พวกท่านคิดว่าหากเราไม่ร่วมมือกันกำจัดมันในตอนนี้ ในวันข้างหน้าจะยังสามารถต้านทานพวกมันทั้งคู่ได้อีกงั้นรึ” “และที่ข้าจงใจเลื่อนงานชุมนุมชาวยุทธออกมาจนถึงวันนี้ก็เพื่อให้ทุกท่านได้เห็นกันอย่างชัดเจนว่า ยุทธภพเรากำลังเผชิญกับอันตรายมากเพียงใด และถึงเวลาแล้วที่พวกเราทั้งหมดจะต้องร่วมมือกันกำจัดหลิงหยุนกับเย่ซิงเฉินให้จงได้ หลังจากนั้นจึงค่อยบุกไปปักกิ่งทำลายล้างตระกูลหลิงให้สิ้นซากอีกที สุดท้ายพวกเราทั้งหมดค่อยไปถล่มพรรคมาร และจัดการสังหารหยินชิงเฉวียน!” “ทั้งหมดนี้คือเป้าหมายในการจัดชุมนุมชาวยุทธขึ้นในวันนี้มีท่านใดไม่เห็นด้วยกับข้าหรือไม่” หลังจากไม่มีผู้ใดปฏิเสธจางจวิ้นเจิงจึงได้กล่าวสรุปว่า “ในเมื่อทุกท่านเห็นด้วยกับข้า ข้าขอให้ทุกท่านส่งเสียงออกมาว่า ต้องการร่วมมือกับข้ากำจัดภัยยุทธภพ และทำลายล้างตระกูลหลิงกับพรรคมารหรือไม่” “สังหารหลิงหยุน!สังหารเย่ซิงเฉิน!” “ถูกต้อง..ฆ่าหลิงเสี่ยวกับนางมารหยินชิงเฉวียนด้วย!” “พวกเราต้องช่วยกันทำลายตระกูลหลิงกับพรรคมารให้สิ้นซานเพื่อให้ยุทธภพกลับสู่ความสงบอีกครั้ง!” “ทำลายพรรคมารได้ยุทธภพเราก็จะมีแต่ความสงบสุข!”จางจวิ้นเจิงไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีกเพราะเขาพูดมามากพอแล้ว และได้จุดประกายความแค้นขึ้นในใจเหล่าชาวยุทธได้สำเร็จแล้ว เวลานี้ทุกคนต่างก็มีจุดประสงค์เดียวกัน!“ทุกท่าน..ได้โปรดอยู่ในความสงบก่อน ตอนนี้ไต้ซือหลัวฮั่นถังแห่งเส้าหลินมีบางสิ่งบางอย่างต้องการพูดกับทุกท่าน คำพูดของเขาสำคัญกับทุกท่านยิ่งนัก!”หลังจากพูดจบจางจวิ้นเจิงก็เดินลงจากหินก้อนใหญ่นั้นไป หลวงจีนวัดเส้าหลินซึ่งมีคิ้วและเคราสีขาว สวมเสื้อคลุมสีทอง ก็ได้ขึ้นไปยืนแทนพร้อมกับยกมือโบกเป็นสัญญาณให้ทุกคนอยู่ในความสงบ“ทุกท่าน..ได้โปรดฟังข้ากล่าววาจาสักหน่อยเถิด!”“อามิตตาพุทธ!” หลังจากที่หลวงจีนคิ้วขาวรูปร่างสูงใหญ่ทักทายเหล่าชาวยุทธแล้วจึงได้พูดขึ้นว่า “การกระทำของหลิงหยุนกับเย่ซิงเฉินนั้นได้สร้างปัญหาให้กับยุทธภพไม่น้อย และได้ทำให้ผู้บริสุทธิ์ตายไปมากมาย แต่ดูเหมือนท่านเจ้าสำนักจางจะยังกล่าวออกมาไม่หมด..”“วัดเส้าหลินซึ่งอยู่คู่กับยุทธภพมานานนับพันๆปีนั้นก็ไม่อาจนิ่งนอนใจ และทนเห็นผู้บริสุทธิ์ถูกฆ่าตายได้..”“แต่ที่ข้ามาในวันนี้ก็ไม่ได้มาเพื่อที่จะพูดเรื่องเหล่านี้..”“ทุกท่านคงจะเคยได้ยินคำพูดว่าเมื่อใดก็ตามที่จักรพรรดิแห่งมวลมนุษย์ และจักรพรรดิแห่งผืนพิภพถือกำเนิดขึ้นที่จิงฉู เมื่อนั้นใต้หล้าจะมีเพียงผู้เดียวที่ได้ครอบครอง”ทันทีที่หลวงจีนคิ้วขาวกล่าวคำพูดเช่นนี้ออกมาเหล่าชาวยุทธในที่นั้นต่างก็พากันนิ่งเงียบ และกลั้นหายใจด้วยความตื่นเต้น!เพราะทุกคนต่างก็รู้ว่าสิ่งที่หลวงจีนอาวุโสผู้นี้กำลังจะพูดถึงนั้นย่อมต้องเกี่ยวข้องกับพู่กันจักรพรรดิและสมุดจักรพรรดินั่นเอง!“อามิตาพุทธ!”“หลังจากที่อาตมาสืบมาอย่างละเอียดแล้วมีหลายสิ่งหลายอย่างบ่งบอกว่าทั้งพู่กันจักรพรรดิและสมุดจักรพรรดินั้น ล้วนแล้วแต่อยู่ในความครอบครองของหลิงหยุนทั้งสิ้น!”“ห๊ะ!”“จริงรึ!”หลังจากที่หลวงจีนอาวุโสพูดจบเสียงฮือฮาก็ดังขึ้นทั่วทั้งหุบเขาอีกครั้งทันที!นั่นเพราะทั่วทั้งยุทธภพไม่มีผู้ใดไม่รู้จักพู่กันจักรพรรดิและสมุดจักรพรรดิทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องการได้สมบัติล้ำค่าทั้งสองชิ้นนี้มาครอบครอง!อย่าว่าแต่ผู้อื่นจะประหลาดใจเพราะแม้แต่ตัวหลิงหยุนเองยังคิดไม่ถึงว่า หลวงจีนเฒ่าจะกล้าประกาศเรื่องสำคัญเช่นนี้ต่อหน้าเหล่าชาวยุทธมากกว่าหกร้อยคน! “เรื่องตำนานเล่าขานเกี่ยวกับพู่กันจักรพรรดิและสมุดจักรพรรดินั้นอาตมาเชื่อว่าทุกท่านคงจะรู้กันดีอยู่แล้ว ข้าจึงไม่ขอพูดอะไรมาก..”