ตอนที่ 880
บทที่ 1310 : ศพแรก
October 22, 2026
หลังจากที่หลวงจีนจากวัดเส้าหลินกล่าวจบก็มียอดฝีมืออีกสองคนจากสำนักดาบสวรรค์กระโดดขึ้นไปยืนบนหินก้อนใหญ่แทน และได้เล่าถึงความโหดเหี้ยมของหลิงหยุนให้กับทุกคนฟัง ทันใดนั้นเองเสียงคล้ายคนผิวปากก็ดังขึ้น และทุกคนในหุบเขาต่างก็ได้ยินเหมือนกันหมด “เทพแห่งมารหลิงหยุนและธิดาพรรคมารเย่ซิงเฉินมาแล้ว!” ยอดฝีมือมากกว่าหกร้อยคนถึงกับสีหน้าเปลี่ยนไปทันทีแล้วรีบหันไปมองรอบๆหุเบเขาหลงเฟิงอย่างตื่นตระหนก พรึบ..พรึบ.. แล้วร่างของหลิงหยุนและเย่ซิงเฉินก็ปรากฏเคียงข้างกันมาทันทีเพียงแค่พริบตาเดียวยังไม่ทันที่ทุกคนจะทันได้คิดอะไรด้วยซ้ำ เงาดำสองเงาก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงกลางหุบเขาแล้ว! หลิงหยุนและเย่ซิงเฉินยืนเคียงข้างกันอยู่ท่ามกลางเหล่าชาวยุทธมากมายอย่างไม่หวั่นเกรง! “เอ่อ..” หลี่เจี้ยนกังและเสียตงคุนที่กำลังยืนพูดอยู่บนก้อนหินใหญ่นั้นถึงกับกระโดดเข้ากอดกันด้วยความตกใจ! เมื่อเห็นสองมารกล้ามาปรากฏตัวเช่นนี้ทั้งคู่ก็ถึงกับตกอกตกใจ และได้แต่คิดว่ามารน้อยทั้งสองกล้ามาปรากฏตัวต่อหน้าชาวยุทธมากมายได้อย่างไรกัน ที่นี่มีชาวยุทธมากกว่าหกร้อยคนจากสามสิบกว่าสำนักที่มารอสังหารพวกเขาอยู่อีกทั้งยังมียอดฝีมือขั้นพลังเหนือธรรมชาติอีกนับร้อยคน เหตุใดหลิงหยุนกับเย่ซิงเฉินยังกล้ามาที่นี่อีก ครั้งนี้หลิงหยุนไม่ได้ทำการเปลี่ยนโฉมและเย่ซิงเฉินก็มิได้สวมผ้าคลุมปิดบังใบหน้า เวลานี้ทั้งคู่กลับมาปรากฏตัวต่อหน้ายอดฝีมือหกร้อยกว่าคนด้วยสีหน้าท่าทางที่ไม่หวั่นเกรงใดๆ “พวกเจ้าสองคนพูดต่อสิ!ข้ากับซิงเฉินกำลังรอฟังอยู่” หลิงหยุนร้องบอกหลี่เจี้ยนกังและเสียตงคุนยิ้มๆไม่เพียงเขาไม่ขับไล่คนทั้งคู่ลงจากหินก้อนใหญ่แล้ว ยังคะยั้นคะยอให้ทั้งสองคนพูดต่อด้วย ทั้งหลิงหยุนและเย่ซิงเฉินยังคงมีท่าทีสงบนิ่งอย่างมากแต่หลี่เจี้ยนกังแลเสียตงคุนกลับไม่สามารถสงบนิ่งอีกต่อไปได้ เพราะสิ่งที่ทั้งสองคนกำลังจะพูดต่อไปก็คือ พวกเขาได้เตรียมการที่จะจัดการกับมารน้อยทั้งสองไว้แล้ว แต่เขาเชื่อว่าทั้งสองมารจะไม่กล้ามาอย่างแน่นอน! ปรากฏว่าเวลานี้ทั้งคู่กลับกำลังยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาทั้งสองแล้ว! ทั้งหลี่เจี้ยนกังและเสียตงคุนต่างก็หน้าแดงด้วยความอับอายพวกเขาอยู่ในอาการกลืนไม่เข้าคลายไม่ออก และไม่รู้ว่าควรทำเช่นไรดี จึงได้แต่ยืนนิ่ง.. ไม่เพียงทั้งสองคนไม่คิดว่าหลิงหยุนจะกล้าปรากฏตัวแต่ทุกคนในที่นั้นต่างก็คิดเช่นเดียวกัน และยิ่งไม่มีใครคาดคิดว่าหลิงหยุนจะมาปรากฏตัวพร้อมๆกับเย่ซิงเฉินเช่นนี้ด้วย! นี่เป็นงานชุมนุมเพื่อปราบมารร้ายในยุทธภพไม่ใช่รึทั้งหลิงหยุนและเย่ซิงเฉินต่างก็เป็นมารชั่วร้ายบาปหนา แต่เมื่อทั้งคู่ปรากฏตัวขึ้นจริง ทุกคนต่างก็พากันนิ่งเงียบ ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยวาจาออกมาแม้แต่คำเดียว! จะมีผู้ใดกล้ากล่าวอันใดเล่า..ในเมื่อผู้หนึ่งคือเทพแห่งมาร ส่วนอีกคนคือธิดาพรรคมาร! โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลวงจียนเจี๋วยหยวนแห่งวัดเส้าหลินและนักพรตชงซวีแห่งสำนักบู๊ตึ๊ง ในเวลานั้นทั้งคู่ได้ยืนนิ่งไม่พูดไม่จาเช่นกัน ทั้งสองคนหันไปมองหน้ากัน และสื่อสารกันผ่านทางกระแสจิต –ช่างบ้าบิ่นนัก!-–บ้าบิ่นเกินไป!-–เด็กนั่นกล้ามาที่นี่จริงๆงั้นรึมากันเพียงแค่สองคนด้วย? เจ้าผยองเกินไปนัก!-“เฮ้อ!”หลวงจีนเจี๋ยวหยวนและนักพรตชงซวีต่างก็แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันก่อนจะปิดท้ายด้วยเสียงถอนหายใจดังของคนทั้งคู่!ทั้งคู่ต่างก็เคยเผชิญหน้ากับหลิงหยุนมาก่อนจึงรู้จักอุปนิสัยใจคอของหลิงหยุนดี พวกเขารู้ว่าหากอีกฝ่ายปรากฏตัวเช่นนี้ ย่อมต้องเกิดเรื่องที่น่าตกใจและยากที่จะหลีกเลี่ยงได้เป็นแน่!“ข้าคือหลิงหยุนและทุกคนในยุทธภพต่างเรียกข้าว่าเทพแห่งมาร!”ระหว่างที่พูดนั้นกระบี่โลหิตแดนใต้ก็ปรากฏขึ้นมาในมือของเขา “นี่คือกระบี่โลหิตแดนใต้!”ทันทีที่กระบี่สีดำแดงปรากฏขึ้นในมือของหลิงหยุนรังสีเย็นชาและกลิ่นอายชั่วร้ายก็กระจายออกมา ทุกคนในที่นั้นต่างก็ถึงกับผงะและรีบก้าวถอยหลังทันทีและเพียงแค่คิด..หม้อเสินหนงก็ปรากฏขึ้น เขาจับมันโยนไปตั้งไว้ที่หินก้อนใหญ่นั้นพร้อมกับประกาศเสียงดัง“และนี่ก็คือหม้อเสินหนง!”ในเวลาเดียวกันนั้นหลิงหยุนก็ไม่ลืมที่จะหันไปยิ้มให้กับนักพรตชงซวี และหลวงจีนเจี๋ยวหวยน เพราะหลังจากสิ้นสุดการต่อสู้บนเขาหลงเหมิน ทั้งคู่เคยขอให้เขานำหม้อเสินหนงออกมาให้ชม และหลิงหยุนก็ตกปากรับคำแต่หลังจากคืนนั้นบุคคลอันดับหนึ่งแห่งประเทศจีน ก็ได้ประกาศห้ามเหล่าชาวยุทธเข้าไปในเมืองจิงฉูอีก หลวงจีนเจี๋ยวหยวนและนักพรตชงซวีต่างก็ไม่กล้าขัดคำสั่งเช่นกัน ทั้งสามคนจึงไม่ได้พบกันอีกเลย..จนกระทั่งได้มาพบกันที่นี่หลิงหยุนจึงนำหม้อเสินหนงออกมาพร้อมกับหันไปยิ้มให้ทั้งสองคน ราวกับจะบอกว่าเขาได้ทำตามสัญญาแล้ว..ครั้งนี้..แม้คนของสำนักบู๊ตึ๊งจะเข้าร่วมชุมนุมด้วย แต่ท่าทีของเขากลับแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการร่วมสังฆกรรมในการสังหารหลิงหยุน และนั่นทำให้หลิงหยุนนึกพอใจกับท่าทีของสำนักบู๊ตึ๊งไม่น้อยหลิงหยุนไม่เพียงนำกระบี่โลหิตแดนใต้และหม้อเสินหนงออกมาเขายังเรียกสร้อยประคำออกมาวางไว้บนฝ่ามือด้วย มันคือสร้อยประคำที่หลิงหยุนใช้สะกดปีศาจภัยแล้งในครั้งนั้น และนี่คือหนึ่งในสมบัติพุทธองค์ที่เขาได้มาหลิงหยุนทำหน้าพยักเพยิดไปทางหลวงจีนคิ้วขาวแห่งวัดเส้าหลินพร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน“แร้งเฒ่า..นี่ไงล่ะสมบัติพุทธองค์ที่เจ้าพูดถึง!”สุดท้าย..หลิงหยุนจึงยกนิ้วที่สวมแหวนจักรวาลไว้พร้อมกับประกาศเสียงกร้าวอีกครั้ง“ในแหวนพื้นที่นี้มียังมีสมบัติล้ำค่าอีกมากมาย หากพวกเจ้ามีปัญญาสังหารข้าล่ะก็ ก็นำสมบัติในนี้ไปได้เลย!”กระบี่โลหิตแดนใต้..หม้อเสินหนง.. สร้อยประคำ.. และแหวนพื้นที่!!!“ส่วนแม่นางผู้นี้!”