ตอนที่ 881
บทที่ 1311 : สิบแปดอรหันต์เส้าหลิน
October 22, 2026
หลิงหยุนไม่ลงมือแต่เมื่อลงมือย่อมหมายถึงชีวิต! “ห๊ะ!” เสียงร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจดังขึ้นทั่วทั้งหุบเขาหลงเฟิงและส่วนใหญ่เป็นเสียงร้องของชาวยุทธหญิง เพราะชาวยุทธหญิงส่วนใหญ่นั้นแม้จะเคยผ่านการประลองมาบ้าง แต่ก็แทบไม่เคยลงมือสังหารผู้ใดจริงๆเสียที หลายคนยังไม่เคยแม้แต่เห็นการเข่นฆ่าสังหารกับตาตัวเองด้วยซ้ำไป อย่างเช่นศิษย์ของอารามจิ้งซินเป็นต้น มันเป็นภาพที่โหดร้ายและรุนแรงเกินไปที่ได้เห็นจางจวิ้นเจิงถูกสังหารตายภายในชั่วพริบตาเช่นนั้นอีกทั้งกะโหลกศรีษะยังถูกทุบแตกราวกับลูกแตงโม หลังจากที่สังหารจางจวิ้นเจิงแล้ว ร่างที่ถูกทุบกะโหลกศรีษะเละจนกลายเป็นร่างไร้หัวนั้น ก็ดิ้นขลุกขลักอยู่ในมือของหลิงหยุนอยู่ใครู่หนึ่งก่อนจะแน่นิ่งไปในที่สุด ตุ้บ! หลิงหยุนจับร่างของจางจวิ้นเจิงโยนลงไปกับพื้นพร้อมกับพูดเหยียดหยัน “หึ! น่าขันสิ้นดี ข้ายังไม่ทันได้เห็นฤทธิ์เดชของสำนักเขาหลงหู่เลยแม้แต่น้อย!” หลิงหยุนไม่มีทีท่าลังเลใจเลยแม้แต่น้อยในการที่จะสังหารจางจวิ้นเจิงเพราะเย่ซิงเฉินได้เล่าให้เขาฟังก่อนแล้วว่า หนึ่งในศิษย์สำนักเขาหลงหู่นั้นเป็นผู้ยุยงให้เกิดการบุกตระกูลหลิงอย่างไม่เป็นธรรมในครั้งนั้น และเห็นได้ชัดว่าเมื่อครู่จางจวิ้นเจิงก็ดูมีความสุขอย่างมากเมื่อได้เห็นว่าเหล่าชาวยุทธมีท่าทีฮึกเหิมต้องการที่จะบุกถล่มตระกูลหลิงอีกครั้งหลังจากที่ฟังเขายุยง! เมื่อสิบแปดปีก่อนที่เหล่าชาวยุทธบุกไปถล่มตระกูลหลิงนั้นหนึ่งในผู้ที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในครั้งนั้นก็คือสำนักเขาหลงหู่ และในงานชุมนุมชาวยุทธครั้งนี้ก็ยังนำโดยสำนักเขาหลงหู่อีกครั้ง ในสายตาของหลิงหยุน คนของสำนักเขาหลงหู่จึงต้องตายเพียงสถานเดียวเท่านั้น! และด้วยเหตุนี้หลิงหยุนจึงเลือกที่จะจัดการกับสำนักเขาหลงหู่เป็นรายแรก! “พวกเจ้าบอกว่าข้าโหดเหี้ยมแล้วก็เป็นมารายไม่ใช่รึ ข้าพิสูจน์ให้พวกเจ้าเห็นกับตาแล้วยังไงเล่า พวกเจ้าจะได้ไม่ต้องเสียเวลาพิสูจน์!” ระหว่างที่พูดนั้นหลิงหยุนก็ได้หันมองไปทางหลี่เจี้ยนกังและเสียตงคุนที่ยังคงยืนนิ่งไม่พูดไม่จาพร้อมกล่าวกับพวกเขาทั้งสองว่า “พวกเจ้าสองคนยังยืนนิ่งอยู่ทำไมกันเล่าข้าอยู่ที่นี่แล้ว ยังไม่ลงมืออีกรึ?” หลังจากที่ได้ยินคำท้าทายของหลิงหยุนทั้งสองคนต่างก็กระโดดกลับเข้าไปรวมกลุ่มกับศิษย์สำนักของตนเองทันที เวลานี้ทั้งคู่ต่างก็รู้สึกหวาดผวาไม่น้อย! หลังจากหายตกตะลึงทั้งคู่ต่างก็พากันกระโดดถอยหนีให้ห่างไกลจากหลิงหยุน และไม่กล้าเข้าใกล้ผู้ที่แก้ปัญหาด้วยหมัดเพียงหมัดเดียวเช่นหลิงหยุนอีก! แม้กระทั่งหลี่เจี้ยนกังแห่งสำนักคุนหลุนที่อยู่ในระดับหกขั้นพลังเหนือธรรมชาติและเสียตงคุนแห่งสำนักดาบสวรรค์ซึ่งอยู่ในระดับสี่ขั้นพลังเหนือธรรมชาติ ก็ยังรู้สึกว่าต่อให้พวกเขาทั้งสองคนร่วมมือกัน ก็ยังมิอาจสู้หลิงหยุนได้ และคงต้องตายภายใต้น้ำมือของอีกฝ่ายเป็นแน่!เพราะแม้แต่ยอดฝีมือระดับห้าขั้นพลังเหนือธรรมชาติอย่างจางจวิ้นเจิงแห่งสำนักเขาหลงหู่ยังถูกหลิงหยุนสังหารตายได้อย่างง่ายดาย เช่นนี้แล้วหลิงหยุนต้องแข็งแกร่งมากเพียงใดกันหลังจากที่ได้เห็นจางจวิ้นเจิงถูกหลิงหยุนสังหารตายไปต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ทุกคนในที่นั้นต่างก็พากันตกอกตกใจไม่น้อย หลายคนไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้น และหลายคนก็ถึงกับก้าวถอยหลังออกไปทันที เพราะเกรงว่าหลิงหยุนจะมองตนเป็นเป้าหมายต่อไป!หนึ่งหมัดของหลิงหยุนสามารถทำให้เหล่าชาวยุทธตื่นตระหนกตกใจได้มากถึงเพียงนี้!นับว่ากลยุทธ์ในการทำสงครามของหลิงหยุนนั้นชาญฉลาดยิ่งนัก!หลิงหยุนเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ได้เป็นอย่างดีว่าหากมนุษย์เราได้พบเห็นการตายต่อหน้าต่อตา และตนเองต้องตกอยู่ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายนั้น คนเราจะมีสติมากขึ้นและจะรักตัวกลัวตายมากขึ้นด้วยเช่นกัน!ด้วยเหตุนี้หลายคนจึงได้ล่าถอยออกไปทันทีและเวลานี้พื้นที่รอบตัวหลิงหยุนก็กลายเป็นที่ว่างซึ่งกว้างขึ้นเรื่อยๆ เขาจึงได้แต่นึกหยัน..“อะไรกัน!เมื่อครู่พวกเจ้ายังฮึกเหิมต้องการจะสังหารข้าให้ได้ไม่ใช่รึ? เห็นข้าฆ่าคนเพียงแค่คนเดียว พวกเจ้าก็เปลี่ยนใจไม่อยากสังหารข้าแล้วรึ? หรือว่าพวกเจ้าหวาดกลัว?”หลิงหยุนกวาดตามองไปรอบๆแล้วจึงประกาศกร้าว “ข้าจะบอกความจริงให้พวกเจ้ารู้ หุบเขาหลงเฟิงนี้ได้ถูกคนของข้าล้อมไว้หมดแล้ว หากผู้ใดกล้าหนีออกไปจากที่นี่ มันผู้นั้นจะถูกสังหารตายเป็นคนแรก!”จากนั้นหลิงหยุนก็ยกมือขึ้นชี้ไปทางคนของสำนักเขาหลงหู่ที่เหลือหลวงจีนจากวัดเส้าหลิน สำนักกระบี่คุนหลุน แล้วก็อีกมากมาย..“ข้า..หลิงหยุนมาที่นี่ในคืนนี้ ก็เพื่อจะมาแก้แค้นให้กับพ่อแม่! พวกเจ้าใครก็ตามที่เคยบุกไปถล่มตระกูลหลิงเมื่อสิบแปดปีก่อน อย่าได้หวังที่จะมีชีวิตรอดออกไปจากหุบเขาแห่งนี้ได้เลย!”“เอาล่ะ..ใครที่ต้องการจะสังหารข้ากับเย่ซิงเฉิน ก็ก้าวเท้าออกมาได้เลย!”หลังจากที่หลิงหยุนประกาศออกไปเช่นนั้นทุกคนในหุบเขาหลงเฟิงต่างก็รู้สึกเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที และได้แต่หันมองไปทางเหล่ายอดฝีมือของวัดเส้าหลินและสำนักเขาหลงหู่ว่าจะมีปฏิกิริยาเช่นใดทุกคนในที่นี้ต่างก็รู้ว่าทั้งหลวงจีนจากวัดเส้าหลินและนักบวชจากสำนักเขาหลงหู่นั้น ล้วนแล้วแต่เป็นยอดฝีมือระดับหกขั้นพลังเหนือธรรมชาติแล้วทั้งสิ้น และนับว่าเป็นผู้ที่ฝีมือสูงส่งที่สุดแล้ว!“อามิตตาพุทธ..”หลวงจีนวัดเส้าหลินเล็งเห็นว่าชาวยุทธหลายคนเริ่มมีอาการหวาดกลัวครั้งนี้จึงต้องยืนหยัดออกหน้า ไม่เช่นนั้นงานชุมนุมชาวยุทธเพื่อสังหารหลิงหยุนกับเย่ซิงเฉินในคืนนี้ กลับต้องกลายเป็นโศกนาฏกรรมของชาวยุทธฝ่ายธรรมะแทนเป็นแน่!“ศิษย์วัดเส้าหลินออกมาได้!”พรึบ..พรึบ.. พรึบ..สิ้นคำสั่งของหลวงจีนอาวุโสของวัดเส้าหลินหลวงจีนอีกสิบกว่ารูปก็กระโดดออกมาจากด้านหลังของเขาทันที และเวลานี้ก็มีหลวงจีนจากวัดเส้าหลินยืนอยู่ด้านหน้าทั้งสิบแปดรูป แต่ละรูปล้วนสวมจีวรสีส้มเปิดไหล่หนึ่งข้าง ด้านล่างเป็นกางเกงยาวเลยเข่า