ตอนที่ 883
บทที่ 1313 : อัดร่างหลวงจีน
October 22, 2026
ครั้งนี้..เย่ซิงเฉินไม่จำเป็นต้องใช้ผ้าแพรปีศาจของตนควบคุมกระบี่คู่มารสะบั้นเทวะของตนเอีกแล้ว เพราะตอนนี้นางได้เข้าสู่ขั้นพลังชี่แล้ว และสามารถใช้พลังจิตบังคับควบคุมกระบี่คู่ของนางได้เช่นเดียวกับที่หลิงหยุนใช้พลังจิตบังคับกระบี่เหินนั่นเอง และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือกระบี่คู่มารสะบั้นเทวะของเย่ซิงเฉินนั้นเป็นกระบี่ไร้ด้าม จึงไม่มีพื้นที่ให้ใช้มือจับได้ ด้วยเหตุนนี้ที่ผ่านมานางจึงต้องใช้ผ้าแพรปีศาจควบคุม และง่ายต่อการจู่โจมคู่ต่อสู้ด้วย เวลานี้กระบี่คู่มารสะบั้นเทวะของเย่ซิงเฉินกำลังลอยอยู่กลางอากาศและหมุนด้วยความเร็วเย่ซิงเฉินไม่รีรอ นางจัดการผลักกระบี่คู่เข้าใส่ร่างของหลวงจีนวัดเส้าหลินสองรูปที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดทันที! กระบี่คู่พุ่งออกไปด้วยความเร็วอย่างมากอีกทั้งหลวงจีนทั้งสองรูปต่างก็กำลังมึนงงและเวียนศรีษะจากการถูกดวงดาวและพายุดาราหมุนรอบ จนไม่สามารถจับทิศทางเหนือใต้ได้ด้วยซ้ำ ชัวะ! กระบี่คู่มารสะบั้นเทวะพุ่งเข้าใส่แผ่นหลังของเป้าหมายอย่างแม่นยำแล้วโลหิตสีแดงก็พุ่งกระฉูดออกมาเป็นทางยาว! ความจริงแล้วด้วยความแข็งแกร่งของเย่ซิงเฉินในเวลานี้นางไม่จำเป็นต้องใช้วิชาสุญตาดูดดาวก็สามารถเอาชนะยอดฝีมือระดับห้าขั้นพลังเหนือธรรมชาติได้ไม่ยาก ดังนั้นสิบแปดอรหันต์วัดเส้าหลินจึงยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาง ยิ่งไปกว่านั้นหลวงจีนทั้งสิบแปดรูปยังอยู่ในอาการมึนงงและวิงเวียนศรีษะ จึงสูญเสียการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว และการทรงตัวที่มั่นคงไป ทำให้ความสามารถในการรับมืออ่อนด้อยลงไปมาก! เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นหลวงจีนวัดเส้าหลินทั้งสองรูปต่างก็ถูกฟันเข้าที่แผ่นหลังได้รับบาดเจ็บสาหัส! เย่ซิงเฉินหัวเราะคิกคักนางเลือกใช้กระบี่คู่มารสะบั้นเทวะเพราะเคลื่อนที่ได้รวดเร็ว และอีกเพียงแค่พริบตาเดียวนางก็สามารถทำให้หลวงจีนวัดเส้าหลินอีกห้ารูปได้รับบาดเจ็บในทันที หนึ่งในนั้นถูกฟันเข้าที่ลำคอเลือดพุ่ง และหวิดศรีษะขาด! “สลายค่ายกล!” ทางด้านหลวงจีนจื่อเหนิงที่กำลังประมือกับหลิงหยุนอยู่เห็นเช่นนั้นจึงรีบร้องเตือนให้หลวงจีนทั้งสิบแปดรูปสลายค่ายกลและแยกย้ายทันที! หลวงจีนจื่อเหนิงกระวนกระวายและร้อนใจยิ่งนักเขานึกไม่ถึงว่ามารน้อยแห่งพรรคมารผู้นี้จะใช้วิชาที่แม้แต่เขาเองก็ไม่รู้จัก มิหนำซ้ำยังมีพลังที่รุนแรงและแข็งแกร่งยิ่งนัก! วิชาสุญตาดูดดาวทำให้จุดตันเถียนของเย่ซิงเฉินกลายเป็นแหล่งรวมพลังพายุหมุนดวงดาวและจุดซือไห่กึ่งกลางหว่างคิ้วกลายเป็นพลังดวงดาวนับไม่ถ้วน นางจึงสามารถใช้พลังแห่งจักรวาลนี้ต่อสู้กับศัตรูได้ หลังจากที่พยายามกลับมารวมตัวเพื่อตั้งค่ายกลสิบแปดอรหันต์วัดเส้าหลินอีกครั้งจนถูกเย่ซิงเฉินทำร้ายด้วยกระบี่คู่มารสะบั้นเทวะบาดเจ็บไปหลายราย ทั้งหมดจึงต้องสลายค่ายกลตามคำสั่งของหลวงจีนจื่อเหนิง และเวลานี้หลวงจีนทั้งหมดต่างก็ตกอยู่ในวงล้อมของพายุหมุนดวงดาว จากนั้นหลวงจีนทั้งสิบแปดรูปจึงแยกย้ายยืนหันหลังให้กันเป็นวงกลมพร้อมคฑาในมือ! ด้วยวิธีนี้..ทำให้เหล่าหลวงจีนไม่ต้องถูกเย่ซิงเฉินจู่โจมด้วยกระบี่คู่จากด้านหลังได้อีก เมื่อไม่ต้องระมัดระวังหลังเช่นนี้ ทั้งหมดจึงสามารถตั้งรับกระบี่คู่มารสะบั้นเทวะของเย่ซิงเฉินได้ง่ายขึ้น เคร้ง!เคร้ง! นับว่าได้ผลเพราะเวลานี้สิบแปดอรหันต์วัดเส้าหลินสามารถตั้งรับกระบี่คู่ของเย่ซิงเฉินได้อย่างง่ายดาย!“เจ้าหลวงจีนเฒ่าช่างน่ารำคาญยิ่งนัก!” เย่ซิงเฉินกระโดดเข้าไปอยู่ในกระแสพายุหมุนดวงดาวและร่างของนางก็เริ่มเคลื่อนที่ไปตามกระแสพายุหมุนนั้นอย่างรวดเร็ว และนั่นทำให้นางค้นพบความน่าสะพรึงกลัวอีกหนึ่งอย่างของพายุหมุนดวงดาวนี้ แววตาของเย่ซิงเฉินเป็นประกายวูบวาบขึ้นมาทันที!เย่ซิงเฉินค้นพบว่าเมื่อนางปล่อยให้ร่างของตนเองเคลื่อนไปตามกระแสของพายุหมุนดวงดาวนี้นางจะสามารถเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าเดิมถึงสองเท่าเลยทีเดียว!เวลานี้ร่างของเย่ซิงเฉินหมุนไปตามกระแสพายุวนดวงดาวด้วยความรวดเร็วมันรวดเร็วอย่างมากจนกระทั่งสามารถเห็นร่างของเย่ซิงเฉินหยุดนิ่งอยู่กับที่ แต่ความจริงแล้วนางเคลื่อนที่ไปตามกระแสพายุแล้วไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ!“โอ้!สนุกมากจริงๆ ฮ่าๆๆ”เย่ซิงเฉินร้องออกมาอย่างสนุกสนานราวกับเด็กน้อยที่เพิ่งได้ของเล่นชิ้นใหม่จนกระทั่งหลงลืมการต่อสู้ และปล่อยตัวให้หมุนไปตามกระแสพายุดวงดาวอย่างสนุกสนาน!“อย่ามัวแต่เล่นสนุกล่ะเดี๋ยวผมบนหัวของเจ้าจะหายไปซะก่อน!”หลิงหยุนเห็นเย่ซิงเฉินที่เพิ่งค้นพบความอัศจรรย์ของวิชาสุญตาดูดดาวและกำลังเล่นสนุกด้วยความตื่นตาตื่นใจเช่นนั้น จึงอดที่จะล้อเลียนนางไม่ได้!“เรื่องของข้า!”เย่ซิงเฉินเหลือบมอบหลิงหยุนเล็กน้อยและคร้านที่จะใส่ใจเขาอีก!ทั้งสองคนต่างก็กำลังเผชิญหน้าอยู่กับศัตรูที่แข็งแกร่งแต่กลับหยอกล้อกันต่อหน้าคู่ต่อสู้ราวกับไม่มีอะไร นี่ยังสามารถเรียกว่าการต่อสู้ที่น่าหวาดกลัวได้อีกอย่างนั้นหรือ“เจ้าไม่ต้องกังวลใจไปข้ามีวิธีที่จะจัดการกับพวกมันพร้อมกับในคราวเดียว พวกมันจะต้องร้องเจ็บปวดโหยหวนเชียวล่ะ!”ดวงดาวที่ขยายใหญ่จนกลายเป็นดาวเคราะห์ขนาดเล็กที่หมุนไปด้วยความเร็วนั้นเวลานี้เริ่มพุ่งเข้าชนกันเอง และเมื่อดวงหนึ่งกระแทกเข้ากับอีกดวงหนึ่ง มันก็เข้าไปรวมตัวกันและกลายเป็นดาวเคระห์ที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมอีกเท่าตัว และเมื่อไปกระบทบกับดวงอื่นอีก มันก็จะรวมตัวกันขยายขนาดใหญ่ขึ้นอีก เป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ!แปด..เก้า.. สิบ..ท้ายที่สุดดาวเคราะห์ทั้งสิบแปดดวงก็รวมตัวกันเป็นดาวดวงใหญ่สามดวงที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางสามเมตรและทั้งสามดวงก็ยังคงหมุนวนไปรอบๆด้วยความเร็วเช่นเดิม แต่ดูเหมือนเย่ซิงเฉินจะไม่สามารถควบคุมมันได้อีกแล้ว!“หลิงหยุน..มันใหญ่โตเกินไป ข้าไม่สามารถควบคุมมันได้!”เย่ซิงเฉินถึงกับตกตะลึงเพราะดาวทั้งสามดวงนั้นใหญ่โตเกินกว่าที่ตนจะควบคุมได้!หลิงหยุนถึงกับพูดไม่ออกและได้แต่พูดออกไปว่า“เจ้านี่ช่างโง่นัก! ในเมื่อควบคุมทั้งหมดสามดวงพร้อมกันไม่ได้ ก็ควบคุมทีละดวงสิ!”“เข้าใจแล้ว!แต่เจ้าบังอาจว่าข้าโง่ ไว้ข้าจะจัดการกับเจ้าทีหลัง!”