ตอนที่ 951
บทที่ 1381 : เทพเจ้าหรือจอมมาร
October 22, 2026
หลิงหยุนโอหังเกินไปมากจริงๆ! ในวันข้างหน้าห้ามคนของตระกูลหลงเหยียบจิงฉูและห้ามเข้าไปยุ่มย่ามในเขตป่าเสินหนงเจี๋ย อีกทั้งยังห้ามเข้าไปวุ่นวายภายในบริเวณสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ด้วย! ไม่เพียงเท่านั้นหลิงหยุนยังสั่งให้ตระกูลหลงปล่อยตัวหลงคุนกับหลงหวู่ให้เป็นอิสระด้วย.. ต่อหน้านักบวชอาวุโสฝ่ายชางจิงกงและเทียนชี่ฝูทั้งสองคนหลิงหยุนกล้าออกคำสั่งกับอดีตผู้นำตระกูลหลงอย่างหลงลั่วอวี๋ เห็นได้ชัดว่าไม่แยแส และไม่เห็นตระกูลหลงอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย.. แต่หลิงหยุนในเวลานี้ก็มีคุณสมบัติที่จะทำกับตระกูลหลงเช่นนั้นและในสถานการณ์เช่นนี้ การที่เขาไม่สังหารคนตระกูลหลง ก็นับว่าเขาปราณีมากแล้ว! ทางด้านเย่ซิงเฉินที่อยู่ห่างออกไปนั้นเมื่อได้เห็นภาพที่หลิงหยุนบดขยี้ศัตรูของตนเองอย่างเหนือชั้น และข่มขู่คนตระกูลหลงเช่นนั้น ดวงตากลมโตของนางก็ถึงกับเบิกโพลงด้วยความตกตะลึง และสะใจยิ่งนัก! เย่ซิงเฉินได้แต่นึกถึงหยินชิงเฉวียนและคิดอยู่ในใจว่า ด้วยความแข็งแกร่งของหลิงหยุนเวลานี้ คงอีกไม่นานนักที่เขาจะสามารถบุกเข้าไปในดินแดนของพรรคมารเพื่อช่วยแม่แท้ๆ ซึ่งเป็นอาจารย์ของนางออกจากที่คุมขังได้! หลังจากที่นักบวชเล่ยถิงและนักบวชจางหลู่เอวี๋ยนจากเขาหลงหู่ ได้ฟังข้อเรียกร้องทั้งสามของหลิงหยุนแล้ว ทั้งคู่ก็ได้แต่ยิ้มขื่น แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว.. ยิ่งไปกว่านั้นชาวยุทธมากกว่าร้อยคนที่รอดชีวิตจากงานชุมนุมชาวยุทธไปได้นั้น ต่างก็พากันเล่าเรื่องราวความเก่งกาจของหลิงหยุน จนแพร่สะพรัดออกไปทั่ว และผู้เฒ่าทั้งห้าในที่นี้ก็ล้วนแล้วแต่ได้ยินมาแล้วทั้งสิ้น เวลานี้จึงไม่มีผู้ใดคิดที่จะเอ่ยปากต่อรองกับหลิงหยุนเลยแม้แต่คนเดียว เวลานี้หลงลั่วอวี๋กำลังสัมผัสกับความขมขื่นใจแบบที่เหล่ายอดฝีมือในงานชุมนุมชาวยุทธได้รับมันเป็นความรู้สึกที่อึดอัดและเสียหน้าอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็ไม่มีหนทางอื่นนอกจากต้องทนนิ่งรับ เพราะหลิงหยุนแข็งแกร่งเกินกว่าที่พวกเขาจะสามารถต่อรองได้.. ความแข็งแกร่งของหลิงหยุนนั้นมีมากจนกระทั่งเห็นตระกูลหลงไม่ต่างจากชาวยุทธคนอื่นๆ “หลิงหยุนข้อเรียกร้องทั้งสามของเจ้านั้นข้าจะรับไว้ หลังจากกลับไปตระกูลหลงแล้ว พวกเราจะไปปรึกษาหารือกันอีกที แล้วค่อยตัดสินใจ!” หลงลั่วอวี๋เป็นถึงผู้นำตระกูลหลงรุ่นก่อนถึงแม้ว่าจะพ่ายแพ้ให้แก่หลิงหยุน แต่ก็ไม่กล้าทำให้ตระกูลหลงต้องเสียหน้ามากไปกว่านี้ จึงได้แต่ต้องตอบกลับไปเช่นนั้น หลังจากหลงลั่วอวี๋ตอบหลิงหยุนไปแล้ว เขาจึงเหลือบมองไปทางนักบวชอาวุโสทั้งสอง แล้วจึงหันกลับไปพูดกับหลิงหยุนอีกครั้ง “นักบวชทั้งสองท่านนี้ล้วนเป็นข้าเชิญพวกเขามาช่วยทั้งสิ้น ข้าหวังว่าเรื่องบาดหมางระหว่างตระกูลหลงกับเจ้า จะไม่กระทบกับอาวุโสทั้งสองท่านนี้ด้วย..” ก่อนจะจากไปหลงลั่วอวี๋ยังคงนึกถึงนักบวชทั้งสองจากเขาหลงหู่ และได้แต่ขอให้หลิงหยุนปล่อยพวกเขาไป “ผู้นำตระกูลหลง..เจ้าอย่าได้กังวลใจไปนัก นี่เป็นเรื่องระหว่างข้ากับนักบวชทั้งสอง ไม่เกี่ยวกับตระกูลหลงของเจ้า พวกเจ้ารีบกลับไปได้แล้วก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจ..” หลิงหยุนตอบกลับยิ้มๆเพราะเขาและนักบวชจากเขาหลงหู่ทั้งสองนิกาย ก็ล้วนแล้วแต่มีความแค้นต่อกันทั้งคู่ และด้วยความแข็งแกร่งของหลิงหยุนเวลานี้ หากนักบวชทั้งสองไม่คิดแก้แค้น เขาเองก็คร้านที่จะสนใจนักบวชทั้งสองอีก หลังจากที่ได้ฟังคำพูดของหลงลั่วอวี๋นักบวชเล่ยถิงจึงได้เอ่ยออกไปว่า “ท่านหลง.. ขอบคุณสำหรับความหวังดีของท่าน แต่เรื่องระหว่างเขาหลงหู่กับหลิงหยุน ข้ากับท่านจางหลู่เอวี๋ยนจะเป็นผู้จัดการเอง ท่านไม่จำเป็นต้องกังวลให้มากนัก..” นักบวชจางหลู่เอวี๋ยนเองก็ได้แต่เหลือบมองหลงลั่วอวี๋อย่างไม่สนใจนักหลงลั่วอวี๋ถึงกับยิ้มขื่น ในที่สุดก็หันไปมองหลิงหยุนพร้อมกับพูดขึ้นว่า“ตระกูลหลงของข้าจะจดจำบทเรียนในครั้งนี้ไว้พวกเราไปได้!”หลังจากพูดจบหลงลั่วอวี๋ก็โบกมือให้กับหลงจ้าวเจียงและหลงจ้าวไห่แล้วทั้งสามคนก็เหาะออกไปทันที!หลงลั่วอวี๋ไม่กล้าที่จะพูดอะไรมากไปกว่านั้นเพราะเขาเคยได้ยินได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับอุปนิสัย และอารมณ์ของหลิงหยุนมามาก จึงเกรงว่าหากตนยังขืนพูดอะไรมากไปกว่านี้ คงไม่มีโอกาสที่จะกลับไปเป็นแน่ “ซิงเฉินเจ้ามานี่!”หลังจากที่ผู้เฒ่าตระกูลหลงทั้งสามจากไปแล้วหลิงหยุนจึงเรียกเย่ซิงเฉินให้มาหา จากนั้นจึงหันไปพูดกับนักบวชทั้งสองจากเขาหลงหู่ว่า“ข้าขอแนะนำพวกเจ้ารู้จัก..นี่คือธิดาพรรคมารเย่ซิงเฉิน และนางก็เป็นภรรยาของข้า!”“เอาล่ะ..ข้าขอถามพวกเจ้าทั้งสองอย่างตรงไปตรงมา เวลานี้ข้ากับธิดาพรรคมารอยู่ด้วยกันเช่นนี้ พวกเจ้าทั้งสองยังคิดที่จะสังหารมารผดุงธรรมะอยู่อีกหรือไม่”หลิงหยุนถามนักบวชอาวุโสไปตามตรงเขาคร้านที่จะเสียเวลาไปมากกว่านี้..“หลิงหยุน..เจ้าถามเช่นนี้ช่างน่าขันนัก พวกข้าทั้งสองเปรียบเสมือนลูกไก่ในกำมือของเจ้า ที่จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด ยังจะมีประโยชน์อันใดที่จะพูดถึงเรื่องกำจัดมารผดุงธรรมะกันอีกเล่า” นักบวชเล่ยถิงหาใช่คนโง่ไม่ที่พูดจาตอบโต้หลิงหยุนกลับไปเช่นนั้น..“เอาล่ะ..ในเมื่อพวกท่านเข้าใจสถานการณ์ดี ข้าเองก็จะได้ไม่ต้องเสียเวลามากนัก!”หลิงหยุนจ้องมองนักบวชอาวุโสทั้งสองแล้วจึงพูดขึ้นว่า “งานชุมนุมชาวยุทธในครั้งนี้ สำนักเขาหลงหู่ เส้าหลิน และสำนักกระบี่คุนหลุนเป็นผู้ริเริ่มจัดขึ้น และจุดประสงค์ในการจัดงานชุมนุมชาวยุทธครั้งนี้ ก็เพื่อกำจัดตระกูลหลิงของข้า สังหารข้า สังหารพ่อแม่ของข้า และสังหารธิดาพรรคมารเย่ซิงเฉิน..”“ข้าไปร่วมงานชุมนุมชาวยุทธครั้งนี้ก็ต้องเผชิญหน้ากับการต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายเช่นกัน และในเมื่อผู้ใดคิดสังหารข้า ข้าย่อมต้องสังหารพวกมันเช่นกัน เหตุผลข้อนี้ข้าคิดว่าไม่จำเป็นต้องอธิบายให้มากความ พวกเจ้าทั้งสองก็น่าจะพอเข้าใจได้..”นักบวชอาวุโสทั้งสองต่างก็พากันพยักหน้าและเอ่ยออกไปว่า “เหตุผลข้อนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจได้..”“ถ้าเช่นนั้นข้าก็จะบอกกับพวกเจ้าสองคนตามตรงในคืนงานชุมนุมชาวยุทธนั้น ข้าได้สังหารนักบวชเลี่ยยื่อและนักบวชฝ่ายชางจิงกงไปทั้งหมดยี่สิบเอ็ดคน อีกทั้งยังได้สังหารนับบวชฝ่ายเทียนชี่ฝูไปอีกราวห้าคน..”หลิงหยุนทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงพูดต่อว่า“หลังจากที่ข้าสังหารนักบวชของสำนักเขาหลงหู่ไป ข้าย่อมเข้าใจดีว่าคนของสำนักเขาหลงหู่จะต้องกลับมาแก้แค้นข้าคืนแน่ ซึ่งข้าเองก็ยอมรับได้ แต่ข้าขอเตือนพวกเจ้าไว้ก่อนว่า หากคิดจะแก้แค้นให้มาหาข้าผู้เดียว อย่าได้ใช้เล่ห์เหลี่ยมกลอุบายไปทำร้ายคนรอบตัวข้าแทน เพราะหากพวกเจ้าทำเช่นนั้น ข้าจะบุกไปถล่มเขาหลงหู่ให้ราบเป็นหน้ากอง และจะทำให้สำนักเขาหลงหู่ต้องสิ้นชื่อไปจากยุทธภพแน่!”หลิงหยุนจำเป็นต้องข่มขู่นักบวชอาวุโสทั้งสองไว้ก่อนเพราะเขารู้ดีว่านักบวชในสำนักเขาหลงหู่นั้นเจ้าเล่ห์มากเพียงใด และเขาเชื่อว่าหากนักบวชจากเขาหลงหู่ไม่สามารถเล่นงานเขาได้ ย่อมต้องหันไปเล่นงานคนรอบตัวเขาแทนแน่ หลิงหยุนจึงจำเป็นต้องตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลม..“เอ่อ..เชิญเจ้าพูดต่อเถิด..”นักบวชเล่ยถิงถึงกับมีสีหน้ากระอักกระอ่วนเมื่อถูกหลิงหยุนจับได้จึงได้แต่ระล่ำระลักตอบไปว่า