ตอนที่ 953
บทที่ 1383 : กลับถึงจิงฉู
October 22, 2026
บทที่ 1383 : กลับถึงจิงฉู บนท้องนภาเหนือพื้นดินไปหนึ่งหมื่นเมตรหลิงหยุนกับเย่ซิงเฉินกำลังเหาะตรงไปทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือมุ่งหน้าสู่เมืองจิงฉู หลังจากที่เย่ซิงเฉินเข้าสู่ระดับกลางขั้นอู่เฉิงชี่(ขั้นพลังชี่-5) ความเร็วในการเหาะของนางจึงเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าของความเร็วเสียง ซึ่งเทียบเท่าหนึ่งกิโลเมตรต่อหนึ่งวินาทีโดยประมาณ หากทั้งคู่เหาะไปด้วยความเร็วสูงเช่นนี้เพียงแค่เจ็ดหรือแปดนาที ก็สามารถเหาะไปถึงจิงฉูได้แล้ว “ข้างบนนี้เครื่องบินเยอะเกินไปพวกเราลงไปใต้ทะเลกันดีกว่า..” แต่หลังจากเหาะไปได้เพียงแค่สองสามนาทีหลิงหยุนก็ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนเส้นทางไปใต้ทะเลแทน นั่นเพราะในเวลาเพียงแค่สองสามนาที ทั้งคู่ก็พบกับเครื่องบินที่บินผ่านไปผ่านมาถึงห้าลำแล้ว หากต้องบินไปล่องหนหายตัวไปตลอดทางเช่นนี้ เป็นการสร้างปัญหาที่ไม่จำเป็นให้กับตัวเอง จากนั้นทั้งหลิงหยุนและเย่ซิงเฉินก็พุ่งลงไปยังท้องทะเลด้านล่างและใช้แก้วจ้าวสมุทรเปิดทางใต้น้ำเช่นเคย ‘คิดไม่ถึงจริงว่ามนุษย์ในยุคนี้จะสามารถเหาะเหินเดินอากาศไปได้ด้วยวิธีเช่นนี้..’ หลิงหยุนขมวดคิ้วพร้อมกับครุ่นคิดเขากำลังนึกถึงโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นสถานที่ผู้บ่มเพาะพลังมีทั้งสายพันธุ์มนุษย์ และสายพันธุ์อสูร เหล่าสัตว์อสูรต่างก็เหาะเหินไปกลางอากาศด้วยปีกของพวกมันเอง บ้างก็สู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่บ้านท้องฟ้าก็มี.. ในขณะที่บนโลกมนุษย์แห่งนี้ผู้บ่มเพาะตนดูเหมือนจะถูกบีบให้ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากมากขึ้น ไม่สามารถเหาะไปได้อย่างอิสระ เพราะบนท้องฟ้ามีเครื่องบินบินไปบินมาอยู่เต็มไปหมด ส่วนในท้องทะเลก็มีเรืออยู่มากมาย ในขณะที่บนผืนดินก็มีกล้องวงจรปิดติดอยู่แทบจะทั่วทุกหนทุกแห่ง ทั้งหมดนี้ทำให้หลิงหยุนรู้สึกว่าแม้เขาจะเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นอู่เฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-5) แต่ก็ไม่สามารถใช้พลังวิเศษของตนได้อย่างอิสระ เหมือนเมื่อครั้งที่อยู่ในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่ เพราะหากจะเหาะไปอย่างสบายๆ ก็ต้องคอยระมัดระวังไม่ให้คนธรรมดาทั่วไปเห็น เนื่องจากมันเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ และน่าเหลือเชื่อจนเกินไป! เย่ซิงเฉินเห็นสีหน้าที่บูดบึ้งของหลิงหยุนก็พอจะเข้าใจได้นางจึงอธิบายด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่ม “ระยะความสูงจากพื้นดินหกพันเมตรไปจนถึงหนึ่งหมื่นเมตรเป็นระยะที่เครื่องบินบินกันเป็นปกติ หากพวกเราเหาะไปในระยะที่ต่ำกว่าหกพันเมตร หรือเหนือหนึ่งหมื่นห้าพันกิโลเมตรขึ้นไป ก็น่าจะพ้นจากสายตาของผู้คนบนเครื่องบินได้..” แต่หลิงหยุนตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจนัก“ซิงเฉิน.. ข้าไม่เข้าใจจริงๆ!พวกเราสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ แต่กลับต้องมาคอยหลบสายตาของผู้คนบนเครื่องบินเช่นนี้ ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี!” เย่ซิงเฉินได้ฟังเช่นนั้นถึงกับถอนหายใจและตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงประชดประชัน “ถ้าเช่นนั้น เจ้าก็เหาะเคียงข้างเครื่องบินไปเลยสิ แล้วก็อย่าลืมแวะทักทายสาวสวยบนเครื่องบินด้วยล่ะ..” “…” “ซิงเฉิน..ข้าก็แค่บ่นไปอย่างนั้นเอง เจ้าอย่าเพิ่งโมโหไปเลย!” “เจ้าถือลูกแก้วนี้ไว้ก่อน..” จู่ๆหลิงหยุนก็ส่งแก้วจ้าวสมุทรในมือให้เย่ซิงเฉินถือไว้ ส่วนตัวเขาก็วิ่งตรงยังกลุ่มของสัตว์ทะเลแทน “นี่เจ้าจะไปไหนกัน!”แต่เมื่อเห็นหลิงหยุนไล่จับปลาและสัตว์น้ำทะเลนางจึงได้เข้าใจ..หลิงหยุนใช้มังกรพรางร่างไล่จับปลาทะเลไปได้มากมายและนำไปเก็บไว้ในแหวนจักรวาลของตนเอง ส่วนเย่ซิงเฉินก็ได้แต่ถือแก้วจ้าวสมุทรวิ่งตามหลิงหยุนไปให้ทันหลังจากจับสัตว์ทะเลได้จนพอใจแล้วจึงหันไปบอกกับเย่ซิงเฉินว่า “ข้ามาทะเลจีนตะวันออกทั้งที จะไม่มีอาหารทะเลติดไม้ติดมือกลับไปได้อย่างไรกันเล่า”“…”เย่ซิงเฉินถึงกับพูดไม่ออกและได้แต่คิดในใจว่า ในโลกนี้คงไม่มีผู้ใดเหมือนหลิงหยุนอีกแล้ว เขาเพิ่งจะบ่นพึมพำไม่พอใจกับชีวิตที่ถูกโลกบีบคั้นของผู้บ่มเพาะตน แต่พริบตาเดียวก็วิ่งไล่จับสัตว์น้ำทะเลเสียแล้ว..“ซิงเฉินลงไปลึกกว่านี้กันดีกว่า ดูว่าจะมีกุ้งมังกรให้จับกลับไปได้หรือไม่..”เย่ซิงเฉินถือแก้วจ้าวสมุทรไล่ตามหลิงหยุนไปติดๆแล้วทั้งคู่ก็ช่วยกันจับกุ้งมังกรกันอย่างสนุกสนาน หลังจากเล่นสนุกกันจนพอใจแล้ว เย่ซิงเฉินจึงเอ่ยถามขึ้นว่า “หลิงหยุน..เจ้าดูมีความสุข ไม่เดือดเนื้อร้อนใจกับเรื่องใดๆเลยแม้แต่น้อย..”หลิงหยุนเงยหน้าขึ้นมองเย่ซิงเฉินพร้อมตอบกลับไปว่า“ซิงเฉิน พวกเราฝึกฝนบ่มเพาะตนอย่างหนักเพื่อสิ่งใดงั้นรึ เพื่อความเป็นเซียนที่มีชีวิตอมตะไม่ใช่รึ?”“พวกเราคงไม่ปรารถนาชีวิตอมตะที่น่าเบื่อไม่ใช่รึฉะนั้นแล้ว.. ความสุขและความสนุกต้องมาก่อนสิ่งอื่นใด ส่วนเรื่องอื่นๆล้วนเป็นรอง!”ทั้งคู่เดินคุยกันไปเล่นกันไป จนกระทั่งผ่านไปเกือบสิบนาที ทั้งสองคนก็ได้เข้าสู่อ่าวจิงฉูแล้ว..เมื่อทั้งคู่ขึ้นฝั่งแล้วเย่ซิงเฉินจึงบอกกับหลิงหยุนว่า “หลิงหยุน ข้าคงไม่ตามเจ้ากลับไปจิงฉู พวกเราแยกทางกันชั่วคราว..”หลิงหยุนถึงกับอึ้งไปและถามขึ้นทันที “แยกทางกันชั่วคราว.. หมายความเช่นใดรึ”เย่ซิงเฉินยิ้มกว้างพร้อมกับยกมือขึ้นชี้ไปทางชายฝั่งอ่าวจิงฉูทางตอนเหนือและอธิบายว่า “ข้ากลับไปจิงฉูกับเจ้าก็ไม่มีอะไร ข้าตั้งใจว่าจะกลับไปจัดการสะสางงานภายในองค์กรนักฆ่าสาขาหูตงเสียหน่อย..”จากนั้นเย่ซิงเฉินก็จ้องลึกลงไปในดวงตาของหลิงหยุนพร้อมกับพูดต่อว่า “หลังจากเจ้าสะสางภารกิจในจิงฉูเสร็จสิ้นเมื่อใด จึงค่อยติดต่อหาข้า จากนั้นพวกเราค่อยเดินทางไปยังสำนักกระบี่เทียนซานด้วยกัน!”หลิงหยุนรู้ดีว่าการสะสางงานภายในองค์กรนักฆ่าสาขาหูตงนั้นเป็นเพียงข้ออ้างเขารู้ดีว่าเย่ซิงเฉินไม่ต้องการให้เขารู้สึกกระอักกระอ่วนใจเมื่อต้องกลับจิงฉูไปพบกับสาวๆของตน นางจึงเลือกที่จะแยกตัวออกไปเช่นนี้หลิงหยุนจึงรีบระล่ำระลักตอบกลับไปทันที“เอ่อ.. ความจริงที่ข้ากลับมาจิงฉูครั้งนี้ ก็แค่จะมาจัดการเรื่องมังกรทั้งสองตัว เรื่องรักษาอาการบาดเจ็บของน้าหญิง แล้วก็เรื่องเหล่าศิษย์ของอารามจิ้งซิน…” เย่ซิงเฉินรีบยกมือของตนขึ้นแตะริมฝีปากของหลิงหยุนพร้อมกลับไปว่า “หยุด! เจ้าไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไร เจ้าจะกลับไปจิงฉูเพื่ออะไรนั้น ข้าหาได้สนใจไม่ เพียงแต่รีบสะสางทุกอย่างให้เรียบร้อยโดยเร็ว อย่าให้ข้าต้องรอนานนัก…”“ส่วนแก้วจ้าวสมุทรนี้ข้าจะยึดไว้ก่อน หากเจ้ากล้าทำเรื่องไม่ดีต่อข้าเมื่อใด ข้าจะไม่คืนให้กับเจ้าแน่!”“ข้าไปก่อนละ่!”จากนั้นร่างของเย่ซิงเฉินก็หายเข้าไปในอ่าวจิงฉูอีกครั้ง และกำลังมุ่งหน้าไปทางหูตง..ทันทีที่เย่ซิงเฉินจากไปแล้วหลิงหยุนก็ได้แต่ยกมือขึ้นลูบไล้ริมฝีปากของตนเอง พร้อมกับรำพึงรำพันเบาๆ