ตอนที่ 956
บทที่ 1386 : สหายเก่าเก่า
October 22, 2026
บทที่ 1386 : สหายเก่าเก่า จู่ๆฉินตงเฉวี่ยก็เปลี่ยนเป็นดุดันเช่นนี้ แม้แต่หลิงหยุนยังอดที่จะตกใจไม่ได้ แต่ก็แสร้งทำเป็นโง่ และถามกลับไปว่า “เช่นนั้นข้าควรต้องเรียกท่านว่าอะไรดีเล่า” ฉินตงเฉวี่ยไม่เพียงไม่สนใจสายตาของหลิงหยุนที่จ้องมองมามิหนำซ้ำยังยกมือขึ้นท้าวเอว และตอบกลับด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม “แล้วแต่เจ้า..แต่เอาเป็นว่าเจ้าเรียกชื่อข้าแทนก็แล้วกัน!” หลังจากนั้นฉินตงเฉวี่ยก็ขยิบตาให้กับหลิงหยุนพร้อมกับถามขึ้นด้วยน้ำเสียงท้าทาย “หลิงหยุน เจ้ากลัวหรือไม่” ฉินตงเฉวี่ยรู้ดีว่าหากเรื่องระหว่างนางกับหลิงหยุนแพร่งพรายออกไป ย่อมต้องมีผู้คนวิพากษ์วิจารณ์ “กลัวงั้นรึ!” สำหรับหลิงหยุนแล้วไม่เคยมีศัพท์คำนี้อยู่ในหัวของเขาเลยแม้แต่น้อย เขาลุกขึ้นยืนเอามือเท้าเอวพร้อมกับประกาศเสียงดัง “ต่อให้ฟ้าถล่มข้าก็ยังคงยืนยันว่าไม่กลัว..” “ข้าเองก็เช่นกัน!” ฉินตงเฉวี่ยพยักหน้าด้วยความพึงพอใจจากนั้นจึงยิ้มให้กับหลิงหยุนด้วยความเขินอาย พร้อมกับร้องบอกว่า “ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็ออกไปจากห้องของข้าได้แล้ว ข้ายังต้องฝึกวิชาต่ออีกสักครู่!” แต่ฉินตงเฉวี่ยก็ยังคงเป็นฉินตงเฉวี่ยเพียงแค่ประเดี๋ยวเดียวอารมณ์ของนางก็เปลี่ยน และหันไปสั่งหลิงหยุนเหมือนเช่นเคย เวลานี้หลิงหยุนไม่ต้องการที่จะออกจากห้องไปจึงแสร้งทำเป็นหาเรื่องพูดเพื่อถ่วงเวลา “ตงเฉวี่ย เวลานี้เจ้าเองก็ฝึกทั้งวิชามังกรทองคะนอง และวิชาหงส์เล่นไฟไปแล้ว ความจริง.. น่าจะให้ข้าใช้เปลวไฟห้าธาตุช่วยเจ้าฝึกต่ออีกสักครู่..” แม้หลิงหยุนจะแกล้งถ่วงเวลาแต่สิ่งที่เขาพูดนั้นก็ไม่ได้โกหกเลยแม้แต่น้อย.. “ตกลง!” เมื่อครู่ฉินตงเฉวี่ยฝึกวิชาอยู่ภายใต้เปลวไฟห้าธาตุนั้นนางรู้สึกสบายอย่างมาก และสัมผัสได้ถึงพลังอันน่าอัศจรรย์ของเปลวไฟทั้งเจ็ด จึงสามารถตอบตกลงข้อเสนอของหลิงหยุนโดยไม่ลังเล เวลานี้ฉินตงเฉวี่ยนั่งอยู่ท่ามกลางเปลวไฟห้าธาตุและยังคงฝึกฝนวิชามังกรทองคะนอง และวิชาหงส์เล่นไฟอย่างขะมักเขม้น เพื่อให้ตนเองสามารถคุ้นเคยกับขั้นพลังใหม่ได้โดยเร็ว.. ผ่านไปกว่าสองชั่วโมงฉินตงเฉวี่ยได้ใช้วิชาบ่มเพาะทั้งสอง โคจรลมปราณภายในร่างได้ถึงเจ็ดสิบสองรอบใหญ่ จากนั้นจึงลืมตาขึ้น.. และทันทีที่ลืมตาขึ้นมาฉินตงเฉวี่ยยังคงเห็นหลิงหยุนจ้องมองตนเองแน่นิ่ง จึงได้แต่ร้องตะโกนถามกลับไปด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ“นี่เจ้ายังดูไม่พออีกงั้นรึ!ห๊ะ?!”“ข้าเกรงว่าจะเกิดข้อผิดพลาดขึ้นกับเจ้าต่างหากเล่าจึงต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด หากเกิดผิดพลาดขึ้น ข้าจะได้สามารถช่วยเหลือได้ทัน!” หลิงหยุนตอบโต้กลับไปทันที“เอาล่ะข้าฝึกฝนเสร็จสิ้นแล้ว เจ้าเก็บเปลวไฟห้าธาตุของเจ้าไปได้แล้ว!”พูดจบ..ฉินตงเฉวี่ยก็ลุกขึ้นยืนโดยไม่หลบสายตาของหลิงหยุนเลยแม้แต่น้อย หลิงหยุนถึงกับตกตะลึงอ้ำอึ้ง..“เอ่อ…”“นี่..รักษาความเป็นสุภาพบุรุษของเจ้าบ้าง!”หลิงหยุนทำเสียงเย้ยหยันอยู่ในลำคอและได้แต่คิดในใจว่า เวลาเช่นนี้คงไม่มีผู้ใดโง่ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษเป็นแน่!ฉินตงเฉวี่ยเดินลงจากเตียงนอนไปเปิดตู้เสื้อผ้าและหยิบเอาชุดกระโปรงสีขาวสะอาดขึ้นมาสวมใส่พร้อมกับเอ่ยถามหลิงหยุน“ตอนนี้กี่โมงแล้ว!”“สองทุ่ม..”เมื่อเห็นฉินตงเฉวี่ยหยิบชุดกระโปรงมาสวมใส่เช่นนี้หลิงหยุนก็ได้แต่นึกเสียดายไม่น้อย..“นี่ข้าฝึกฝนวิชามาร่วมหกชั่วโมงเชียวรึ”ฉินตงเฉวี่ยร้องอุทานออกมาด้วยความรู้สึกประหลาดใจหลิงหยุนยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วจึงตอบกลับไปว่า “สำหรับผู้ฝึกบ่มเพาะตนแล้ว เวลาแทบไม่มีความหมาย ในวันข้างหน้า หากยิ่งฝึกฝนจนก้าวหน้ากว่านี้ ก็จะยิ่งใช้เวลาในการฝึกแต่ละครั้งนานกว่านี้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงของการเก็บตัว อาจต้องใช้เวลานานเป็นเดือนเลยทีเดียว..”หลังจากนั้นหลิงหยุนก็อ้าปาก และจัดการดูดเอาเปลวไฟห้าธาตุหยิน–หยางเข้าไปในท้องของตน จากนั้นจึงได้ใช้เปลวไฟห้าธาตุนี้บ่มเพาะจุดตันเถียน เส้นลมปราณ และจุดฝังเข็มทั่วร่าง รวมทั้งจุดซือไห่กลางหว่างคิ้วของตนต่อไปร่างกายของหลิงหยุนเวลานี้ไม่ต่างจากเตาหลอมเคลื่อนที่ในขณะที่เปลวไฟห้าธาตุกำลังบ่มเพาะร่างกายของเขานั้น ด้วยวิชาพลังลับหยิน–หยาง จุดตันเถียนอันน่าอัศจรรย์ของหลิงหยุนก็ได้หมุนอยู่ตลอดเวลาไม่หยุด ทำให้เขาสามารถฝึกฝนได้ตลอดทั้งวัน ซึ่งหากเทียบแล้ว หลิงหยุนฝึกหนึ่งวันจะเท่ากับผู้บ่มเพาะคนอื่นฝึกนับสิบวันเลยทีเดียว!ด้วยเหตุนี้ในวันข้างหน้าหลิงหยุนแทบไม่จำเป็นต้องเก็บตัวฝึกฝน เพื่อที่จะพัฒนาเข้าสู่ขั้นก่อสร้างรากฐานเลยแม้แต่น้อย เพราะเวลานี้ไม่ว่าจะเดิน นั่ง หรือว่านอน ก็ล้วนแล้วแต่เป็นการฝึกฝนทั้งสิ้นระหว่างที่เก็บหินพลังชีวิตที่นำออกมาสร้างค่ายกลกลับเข้าไปในแหวนจักรวาลของตนหลิงหยุนก็เอ่ยถามฉินตงเฉวี่ยว่า“นี่พี่เทพธิดา..เวลานี้จิตหยั่งรู้ของเจ้ามีรัศมีกี่เมตรแล้วงั้นรึ”ฉินตงเฉวี่ยเปิดจิตหยั่งรู้ออกทดสอบดูแล้วจึงตอบกลับไปว่า “น้อยกว่าห้ากิโลเมตร น่าจะราวสี่พันห้าร้อยเมตรได้..”“แล้วเสินหยวนเล่าสามารถกลั่นได้กี่หยดต่อนาทีงั้นรึ”