ตอนที่ 969
บทที่ 1399 : ของขวัญ
October 22, 2026
บทที่ 1399 : ของขวัญ ภายในหมู่บ้านตระกูลฉินนั้นบรรดาลูกสะใภ้ต่างก็ไม่ได้ออกไปต้อนรับหลิงหยุนที่ด้านหน้าพร้อมกับคนอื่นๆ ทุกคนต่างก็ง่วนอยู่กับการเตรียมอาหารสำหรับเลี้ยงต้อนรับคณะของหลิงหยุน หลิงหยุนเปิดจิตหยั่งรู้ออกสำรวจและพบว่ายังมีอีกสิบกว่าคนที่กำลังวุ่นวายอยู่กับงานภายในบ้าน บ้างก็วุ่นอยู่กับการทำอาหารในครัว บ้างก็อยู่ในสวนฆ่าเป็ดฆ่าไก่แล้วก็ปลา แต่ละคนทำงานไปและคุยกันไปอย่างมีความสุข ทันทีที่ฉินฉางชิงเดินเข้าไปยังสวนหน้าบ้านเขาก็ร้องตะโกนออกมาเสียงดัง “หลิงหยุนกับเพื่อนของเขามาถึงแล้ว พวกเจ้าวางมือจากงานก่อน แล้วรีบออกมาทักทายแขกก่อนเร็วเข้า..” “นี่น่ะเหรอหลิงหยุน!หน้าตาช่างหล่อเหลาจริงๆ!” “คนนี้ล่ะ..ไม่ผิดแน่! ข้าเคยเห็นในคลิปวีดีโองานชุมนุมชาวยุทธ..” “ในที่สุดเด็กคนนี้ก็มาที่นี่ครั้งนี้จิวยื่อคงต้องปลอดภัยแน่!” …… จุดประสงค์ที่หลิงหยุนมาตระกูลเฉินครั้งนี้เพราะต้องการไปช่วยฉินจิวยื่อนั้นทุกคนในตระกูลฉินต่างก็รู้ดี “นี่หลิงหยุน..พวกนางเป็นคนพูดจาตรงไปตรงมาเช่นนี้ล่ะ เจ้าก็อย่าถือสาพวกนางเลย!” หลังจากที่สั่งให้เหล่าผู้หญิงหยุดวิพากษ์วิจารณ์แล้ว ฉินฉางชิงก็หันไปเอ่ยกับหลิงหยุน “ท่านตาฉินเรื่องนั้นข้าเข้าใจดี!” หลิงหยุนตอบกลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ก็เพราะพวกนางพูดมากเช่นนี้น่ะสิข้าถึงไม่ให้พวกนางออกไปต้อนรับเจ้าที่ด้านหน้า เกรงว่าจะพูดจาเลอะเทอะหนวกหูเสียเปล่า ก็เลยให้พวกนางเข้าครัวเตรียมอาหารไว้ต้อนรับพวกเจ้า..” “ครั้งนี้ข้าจะให้พวกเจ้าได้ลิ้มรสอาหารพื้นบ้านของส่านซีรับรองว่าเหนือกว่าอาหารในภัตตาคารเสียอีก..” “ขอบคุณท่านตาข้าเองก็เชื่อว่าจะต้องรสชาติดีเป็นที่สุดแน่!” หลิงหยุนพยักหน้าพร้อมตอบกลับไป หญิงสาวที่อยู่ภายในบ้านล้วนแล้วแต่อายุมากกว่าหลิงหยุนทั้งสิ้นหลังจากแนะนำตัวกันแล้ว เสียงก็ดังขึ้นราวกับนกกระจอกแตกรัง.. “นี่ตงเฉวี่ย..เจ้าดูสาวขึ้นนะ!” “นั่นสิน้าหญิง..ท่านดูเหมือนเป็นพี่สาวข้ามากกว่าน้าสาวเสียอีก ใบหน้าของท่านเด็กลงราวกับหญิงสาวอายุสิบแปด!” เวลานี้นอกจากหลิงหยุนแล้วอีกคนที่เป็นที่สนอกสนใจของหญิงสาวตระกูลฉินก็คือฉินตงเฉวี่ย นางจากบ้านไปนานกว่าครึ่งปี แต่เมื่อกลับมาอีกครั้ง นางกลับดูเด็กลงกว่าเดิมนับสิบปี.. ส่วนเย่ซิงเฉินนั้นแม้นางจะมาตระกูลฉินครั้งแรก แต่ทุกคนกลับไม่เข้ามาวุ่นวายให้นางรู้สึกรำคาญใจระหว่างที่หญิงสาวกำลังพูดคุยกันเสียงดังอยู่นั้นฉินเซี่ยฮัวก็บ่นพึมพำออกมา แต่แล้วเสียงหนึ่งก็ตะโกนสวนขึ้นมาว่า“เซี่ยฮัว..เจ้าบ่นพวกข้าพูดจาเสียงดังหนวกหูเช่นนี้ ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็เข้าครัวไปหั่นผักหั่นปลาแทนก็แล้วกัน!”“นั่นสิ!”และหญิงสาวทั้งสองคนที่พูดสวนขึ้นมานั้นก็คือภรรยาของฉินชุนเฟิงกับฉินเซี่ยฮัวนั่นเองเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นเป็นประจำภายในบ้านตระกูลฉิน เมื่อทุกคนเห็นเช่นนั้นจึงได้แต่หัวเราะออกมาเสียงดัง..“เฮ้อ..พวกสาวแก่มักเป็นเช่นนี้เสมอๆ!” ฉินเซี่ยฮัวยังคงบ่นพึมพำหลิงหยุนจ้องมองภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเขาสัมผัสได้ถึงความเรียบง่าย และความรักที่มีภายในตระกูลฉิน ซึ่งยากนักที่จะหาพบตามเมืองใหญ่ๆอย่างเจียงหนาน ปักกิ่ง หรือแม้แต่จิงฉู“เอาล่ะๆเข้าไปในบ้านนั่งคุยกันดีกว่า! ส่วนพวกเจ้าก็ไปงานของตนเองต่อได้แล้ว..”ฉินฉางชิงพูดขึ้นและหญิงสาวต่างรีบพากันแยกย้ายไปทำงานในครัวต่อทันที และภายในห้องจึงเหลือเพียงแค่กลุ่มของหลิงหยุนกับฉินฉางชิง ฉินชุนเฟิง ฉินเซี่ยฮัว และฉินตงเฉวี่ยเท่านั้น..“หลิงหยุนพวกเราต่างก็รู้เรื่องที่เจ้าเข้าร่วมงานชุมนุมชาวยุทธมาบ้างแล้ว แต่ทั้งข้าและลุงทั้งสองของเจ้า ต่างก็ต้องการจะฟังจากปากของเจ้าอีกครั้ง เจ้าพอจะเล่าเหตุการณ์ภายในคืนนั้นทั้งหมดให้พวกเราจะได้หรือไม่” ทันทีที่นั่งลง ฉินฉางชิงก็เอ่ยปากถามหลิงหยุนทันทีและในเมื่อผู้เฒ่าฉินเอ่ยปากขอร้องเช่นนี้หลิงหยุนจึงไม่มีทางเลือก จากนั้นจึงเริ่มเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในคืนงานชุมนุมชาวยุทธให้ทุกคนฟังตั้งแต่ต้นจนจบ รวมถึงเหตุการณ์ที่เขาประมือกับหลงเทียนฟางอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากนั้นด้วยผู้เฒ่าตระกูลหลิงรวมทั้งคนอื่นๆต่างก็นั่งฟังด้วยความตกตะลึง สีหน้าของพวกเขานั้นทั้งตกใจ และตื่นตะลึงราวกับว่ากำลังฟังเรื่องลี้ลับอยู่..อีกทั้งการต่อสู้หลังสิ้นสุดงานชุมนุมชาวยุทธนั้นก็ไม่ได้มีอยู่ในคลิปวีดีโอที่โม่วู๋เตาอัดไว้ด้วย“เอาล่ะ..”ฉินฉางชิงเอ่ยขึ้นหลังจากที่ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากปากหลิงหยุนพร้อมกับพูดต่อด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“หลิงหยุนหลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดที่เจ้าเล่ามา ต่อให้ครั้งนี้สำนักกระบี่เทียนซานจะเชิญยอดฝีมือมาช่วย ข้าก็มั่นใจว่าการไปเทียนซานช่วยเหลือแม่ของเจ้าครั้งนี้ จะไม่มีอะไรที่ยากเกินไป!” และการที่ฉินฉางชิงขอให้หลิงหยุนเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในงานชุมนุมชาวยุทธให้เขาฟังอย่างละเอียดนั้นหาใช่ฟังเพื่อความสนุกสนานไม่ แต่เขาต้องการประเมินความแข็งแกร่งของหลิงหยุนกับสำนักกระบี่เทียนซานต่างหากเล่า..หลิงหยุนยิ้มออกมาพร้อมตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ“ท่านตาฉินได้โปรดวางใจ เวลานี้นอกจากข้าจะผ่านการรับทัณฑ์สวรรค์ซื่อจิ่วมาแล้ว ยังเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นอู่เฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-5) ด้วยเช่นกัน ข้าเดินทางไปเทียนซานครั้งนี้ มั่นใจว่าจะสามารถถล่มสำนักกระบี่เทียนซานให้ราบเป็นหน้ากอง และจะช่วยท่านแม่กลับมาได้อย่างปลอดภัยแน่!”“เยี่ยม..เยี่ยม..”ฉินฉางชิงพยักหน้าพร้อมกับร้องอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้นดีใจจากนั้นจึงพูดต่อว่า “หลิงหยุน การไปช่วยแม่ของเจ้าครั้งนี้นับเป็นเรื่องสำคัญยิ่งนัก จำไว้ว่าต้องระมัดระวังตัวให้มาก!” จากนั้นฉินฉางชิงก็ได้หันหน้าไปทางฉินตงเฉวี่ยพร้อมกับเอ่ยปากถามหลิงหยุนว่า“หากข้าคาดเดาไม่ผิด เวลานี้น้าหญิงของเจ้าน่าจะเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในตระกูลฉินใช่หรือไม่”