ตอนที่ 968
บทที่ 1398 : หมู่บ้านตระกูลฉิน
October 22, 2026
บทที่ 1398 : หมู่บ้านตระกูลฉิน รถคันยาวค่อยๆเคลื่อนผ่านหน้าประตูซึ่งเป็นจุดชมวิวและยังคงมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก ก่อนจะเลี้ยวซ้ายตรงเข้าสู่หุบเขาเล็กๆแห่งหนึ่ง ภายในหุบเขาเล็กๆแห่งนี้คือหมู่บ้านและด้านหน้าทางเข้าก็มีป้ายหินที่เขียนไว้ว่า ‘หมู่บ้านตระกูลฉิน’ เมื่อมาถึงบริเวณนี้จิตหยั่งรู้ของหลิงหยุนก็สามารถใช้ได้แล้ว แต่ในรัศมีเพียงแค่สามร้อยเมตรเท่านั้น แต่หลิงหยุนเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถใช้ได้ส่วนตี้เสี่ยวอู๋ โม่วู๋เตา และแม้แต่เย่ซิงเฉินนั้น จิตหยั่งรู้ของทั้งสามคนยังคงถูกสะกัดกั้นไว้ไม่สามารถใช้ได้เลยแม้แต่น้อย.. ไม่เพียงแค่จิตหยั่งรู้ที่ถูกสะกัดกั้นเพราะแม้แต่ลมปราณที่หมุนเวียนอยู่ภายในร่างของหลิงหยุนนั้น ก็หมุนเวียนได้ช้าลงอีกด้วย ทำให้ความแข็งแกร่งของเขานั้นลดลงจากเดิมกว่าเจ็ดสิบส่วนเลยทีเดียว! “ท่านพี่ฉินขั้นพลังของท่านถูกสะกัดไว้หรือไม่” เย่ซิงเฉินหันไปถามฉินตงเฉวี่ยและเป็นคำถามที่ทุกคนในรถก็อยากรู้คำตอบเช่นกัน “ย่อมต้องถูกสะกัดกั้นเป็นแน่!” ฉินตงเฉวี่ยตอบกลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแล้วจึงอธิบายต่อว่า “แต่ภายในกายข้ามีสายเลือดตระกูลฉิน การสะกัดกั้นจึงไม่มากมายเหมือนอย่างพวกเจ้า พลังของข้าถูกสะกัดกั้นไว้เพียงยี่สิบหรือสามสิบส่วนเท่านั้น!” เพียงแค่นั้นเองหรอกรึ! หลิงหยุนสามารถเข้าใจได้ทันทีว่าเพราะเหตุใดที่ผ่านมาตระกูลฉินจึงสามารถต้านทานทายาทของราชวงศ์จากแคว้นทั้งหกได้ แม้หลายปีที่ผ่านมาตระกูลฉินจะเผชิญกับมรสุมหนักหน่วงมากเพียงใด แต่กลับยังสามารถปกปักรักษาสุสานจักรพรรดิจิ๋นซีแห่งนี้ไว้ได้ แท้จริงแล้วเป็นเพราะเหตุผลนี้นี่เอง! ภายในรัศมีของค่ายกลที่ปกปักรักษาสุสานแห่งนี้ยอดฝีมือทั่วไปจะถูกสะกัดกั้นพลังไว้ถึงเจ็ดสิบส่วน ในขณะที่คนตระกูลฉินถูกสะกัดกั้นไว้เพียงแค่ยี่สิบหรือสามสิบส่วน.. หลิงหยุนเชื่อว่าหากเกิดการต่อสู้ภายในสุสานจักรพรรดิจิ๋นซีนี้ ไม่เพียงคนตระกูลฉินจะสามารถใช้พลังเหนือธรรมชาติได้ แต่ยังอาจได้รับพลังส่งเสริมจากค่ายกลแห่งนี้ด้วย.. ด้วยเหตุนี้ตราบใดที่ยังต่อสู้อยู่ภายในค่ายกล ตระกูลฉินย่อมเหนือกว่าอย่างมาก! และเมื่อคิดมาถึงตรงนี้หลิงหยุนก็เริ่มรู้สึกหวาดหวั่นต่อสำนักกระบี่เทียนซานขึ้นมาไม่น้อย! นั่นเพราะแม้ตระกูลฉินจะเป็นฝ่ายได้เปรียบถึงเพียงนี้แต่เมื่อสิบแปดปีก่อนสำนักกระบี่เทียนซานกลับสามารถบดขยี้ตระกูลฉินได้อย่างง่ายดาย จนแทบจะทำลายตระกูลฉินให้สิ้นชื่อไปแล้ว นั่นบ่งบอกถึงความแข็งแกร่งที่น่าสะพรึงกลัวไม่น้อยของสำนักกระบี่เทียนซาน! “จอดรถ!” ไกลออกไปนั้นหลิงหยุนมองเห็นฉินฉางชิงพาคนกลุ่มใหญ่ออกมายืนเรียงแถว เพื่อรอต้นรับคณะของตน เขาจึงรีบสั่งให้จอดรถ และร้องบอกทุกคนให้ลงจากรถทันที “ลงจากรถกันได้แล้ว!” หลิงหยุนเดินนำตี้เสี่ยวอู๋เย่ซิงเฉิน และโม่วู๋เตาเข้าไปทักทายฉินฉางชิง “ท่านตาฉิน!” “หลิงหยุนตั้งแต่ที่พวกเราจากกันเมื่อครั้งก่อนข้าก็ตั้งหน้าตั้งตารอคอยที่จะได้พบกับเจ้าอีกครั้ง ในที่สุดวันนั้นก็มาถึง!” ฉินฉางชิงเดินเข้ามาจับไม้จับมือหลิงหยุนพร้อมกับร้องตะโกนเสียงดังด้วยความดีอกดีใจ..“ท่านตาฉินข้าเองก็คิดถึงท่านมากเช่นกัน อยากจะมาเยี่ยมเยียนท่าน แต่ก็มีภารกิจรัดตัวจนไม่อาจหาเวลามาได้จริงๆ!”ฉินฉางชิงรีบร้องบอกหลิงหยุนที่แสดงความรู้สึกผิดออกมาทางสีหน้าอย่างชัดเจน“หลิงหยุน ในเมื่อเจ้าก็กลับมาถึงบ้านแล้ว เหตุใดยังต้องพูดอะไรเช่นนี้อีกเล่า”มือข้างหนึ่งของฉินฉางชิงจับมือหลิงหยุนไว้แน่นส่วนอีกข้างก็ยกขึ้นตบบ่าของเขาเบาๆอย่างอ่อนโยนหลิงหยุนพบว่าหลังจากที่ฉินฉางชิงกลับมาตระกูลฉินครั้งนี้ ผ่านไปเพียงแค่หนึ่งเดือนครึ่ง แต่เขากลับสามารถเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-8ได้แล้ว อีกทั้งยังมั่นคงมากอีกด้วยและอีกเพียงแค่ครึ่งระดับเท่านั้นก็จะสามารถเข้าสู่ขั้นเซียงเทียน-9 และสามารถใช้พลังเหนือธรรมชาติได้!หลังจากหลิงหยุนเอ่ยทักทายฉินฉางชิงแล้วคนอื่นๆก็พากันเอ่ยทักทายเขาเช่นกัน“ท่านตาฉินสบายดีหรือไม่!”ตี้เสี่ยวอู๋กับโม่วู๋เตานั้นเคยพบฉินฉางชิงที่จิงฉูก่อนหน้านี้แล้วจึงสามารถเรียกเขาว่าท่านตาฉินได้อย่างสนิทสนม“สบายดีข้าสบายดี!”ฉินฉางชิงหันไปตอบพร้อมกับยิ้มให้เด็กหนุ่มทั้งคู่เขารู้ดีว่าสองคนนี้คือพี่น้องร่วมเป็นร่วมตายกับหลิงหยุน แต่เมื่อเห็นขั้นพลังของตี้เสี่ยวอู๋กับโม่วู๋เตา ก็ถึงกับเอ่ยออกมาด้วยความตกตะลึง“โอ้..นี่พวกเจ้าสองคนก้าวหน้าไปได้รวดเร็วถึงเพียงนี้เชียวรึ!”“ท่านตาฉินต่อให้พวกเราสองคนก้าวหน้ารวดเร็วเช่นใด ก็ยังไม่สามารถตามหลิงหยุนได้ทัน..” โม่วู๋เตาเอ่ยออกมาอย่างถ่อมตัว“เย่ซิงเฉินคาราวะอาวุโส!”แต่เย่ซิงเฉินนั้นแตกต่างจากโม่วู๋เตากับตี้เสี่ยวอู๋นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้พบกับฉินฉางชิง จึงได้แต่เอ่ยเรียกเขาว่าอาวุโสแทน“หลิงหยุนแม่นางเย่ผู้นี้คงจะเป็นศิษย์ของแม่เจ้าสินะ นางเสมือนหงส์ท่ามกลางหมู่มวลมนุษย์!”ฉินฉางชิงจ้องมองเย่ซิงเฉินอย่างพินิจพิจารณาแต่กลับไม่สามารถเห็นขั้นกำลังภายในของนาง ในใจจึงได้แต่นึกตกใจไม่น้อย..เขารู้ว่าเย่ซิงเฉินนั้นคือธิดาพรรคมารแต่เขาเลือกที่จะไม่เอ่ยถึงเรื่องนี้“แม่นางเย่ความสัมพันธ์ของเจ้ากับหลิงหยุน ข้าและคนตระกูลฉินต่างก็รับรู้แล้ว..”ฉินฉางชิงจ้องมองเย่ซิงเฉินพร้อมกับพูดต่อด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม“เจ้าเองก็ไม่ใช่คนนอก แต่เจ้ากลับเรียกข้าว่าอาวุโส.. ในเมื่อหลิงหยุนเรียกข้าว่าท่านตาฉิน หากเจ้าไม่รังเกียจก็เรียกข้าตามหลิงหยุนเถิดนะ..”“ท่านตาฉิน!”เย่ซิงเฉินรีบเปลี่ยนมากเรียกฉินฉางชิงตามหลิงหยุนทันที..