ตอนที่ 996
บทที่ 1426 : ตายสิ้น!
October 22, 2026
บทที่ 1426 : ตายสิ้น! “โฮ่วเอ๋อ..เจ้าหลบไป!” ตี๋เฮ่ออี้เห็นกระบี่ใหญ่โตพุ่งเข้าใส่ร่างของตี๋ชิงโหวเช่นนั้นจึงได้ร้องตะโกนสั่งให้เขาหลบหนีไปให้ห่าง แต่ก็มิได้มีท่าทีตระหนกตกใจแต่อย่างใด จากนั้นจึงใช้พลังจิตควบคุมกระบี่เหินของตนให้พุ่งเข้าไปสะกัดไว้ กระบี่เหินเล่มนี้เป็นสีแดงทั้งเล่มตัวกระบี่มิได้ใหญ่โตอะไรมากนัก มีความยาวเพียงแค่สามฟุตดังเช่นกระบี่ธรรมดาทั่วไป แต่พลังปราณรอบตัวกระบี่นั้นช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก! กระบี่เหินของตี๋เฮ่ออี้พุ่งทะยานเข้าปะทะกับกระบี่เล่มใหญ่ของหลิงหยุนที่พุ่งเข้าใส่ร่างของตี๋ชิงโหวทันที ตูม! กระบี่เหินสีแดงของตี๋เฮ่ออี้พุ่งทะลุกระบี่ใหญ่ของหลิงหยุนจนกลายเป็นรูโหว่นับว่าพลังจู่โจมในขั้นก่อสร้างรากฐานของตี๋เฮ่ออี้นั้นรุนแรง และแข็งแกร่งยิ่งนัก สามารถทะลวงกระบี่ที่เกิดจากการหลอมรวมของกระบี่ลมปราณหลายเล่มเช่นนี้ได้ อีกทั้งยังสามารถสะกัดกั้นความเร็วของกระบี่เล่มใหญ่ไว้ได้อีกด้วย.. หลังจากที่ตี๋เฮ่ออี้สะกัดกระบี่เล่มใหญ่ของหลิงหยุนไว้ได้แล้วเขาก็มิได้หยุดอยู่เพียงแค่นั้น กระบี่เหินสีแดงยังคงบินว่อนกลับไปกลับมา ตัดกระบี่เล่มใหญ่ของหลิงหยุนอย่างไม่ปราณี ในที่สุดกระบี่เล่มใหญ่นั้นก็ถูกกระบี่เหินสีแดงกระหน่ำฟันจนขาดสะบั้นแตกออกเป็นเสี่ยง ทำให้หลิงหยุนไม่สามารถควบคุมสั่งการได้อีก “หึ..คิดจะใช้ค่ายกลกระบี่สวรรค์ของสำนักกระบี่เทียนซานมาเล่นงานข้างั้นรึ หลิงหยุน เจ้ายังอ่อนหัดเกินไป อย่าลืมว่าข้าก็เป็นคนของสำนักกระบี่เทียนซาน! หลังจากที่ทำลายกระบี่เล่มใหญ่ของหลิงหยุนที่จู่โจมเข้ามาได้แล้วตี๋เฮ่ออี้ก็ร้องตะโกนเย้ยหยันด้วยน้ำเสียงเย็นชา แม้ตี๋เฮ่ออี้จะกล่าววาจาเย้ยหยันหลิงหยุนไปเช่นนั้นแต่ภายในใจกลับแอบตกตะลึงที่หลิงหยุนสามาถควบคุมค่ายกลกระบี่สวรรค์ได้ อีกทั้งหลิงหยุนยังอยู่เพียงแค่ขั้นพลังชี่ แต่กลับสามารถควบคุมค่ายกลกระบี่สวรรค์ ให้มีพลังในการทำลายล้างได้สูงจนน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ ตี๋เฮ่ออี้เก็บตัวฝึกฝนวิชาอยู่นานกว่าสามปีและสามารถเข้าสู่ขั้นก่อสร้างรากฐานระดับสูงสุดได้ แม้เขาจะมิอาจมองเห็นขั้นพลังบ่มเพาะที่แท้จริงของหลิงหยุนได้ แต่ก็สามารถประเมินได้จากการประมือกับหลิงหยุนในครั้งนี้ เขาเชื่อว่าหลิงหยุนยังไม่น่าเข้าสู่ด่านสุดท้ายขั้นพลังชี่ด้วยซ้ำไป เหตุใดตี๋เฮ่ออี้จึงต้องตกใจอย่างนั้นหรือ นั่นเพราะเวลานี้หากประเมินจากพลังความแข็งแกร่งของค่ายกลกระบี่สวรรค์ที่ควบคุมโดยหลิงหยุนนั้น ความแข็งแกร่งของเขากลับเทียบเท่าผู้บ่มเพาะในขั้นก่อสร้างรากฐานเลยทีเดียว! ตี๋เฮ่ออี้สามารถสัมผัสได้ว่ากระบี่สวรรค์เล่มใหญ่ของหลิงหยุนนั้น สามารถหั่นร่างของยอดฝีมือขั้นก่อสร้างรากฐานได้ง่ายราวกับผักปลาเลยทีเดียว ด้วยเหตุนี้เขาจึงเลือกที่จะทำลายกระบี่สวรรค์ของหลิงหยุนทิ้งเสียอีกทั้งกระบี่เหินสีแดงเล่มนี้ก็เป็นกระบี่วิญญาณซึ่งมีจิตใจเชื่อมต่อกับดวงจิตของตี๋เฮ่ออี้ เขาจึงรู้ว่ามันไม่ยอมที่จะถอนกลับแน่หากมิได้ทำลายกระบี่สวรรค์ทิ้งเสีย เวลานี้พลังจิตเกือบทั้งหมดของตี๋เฮ่ออี้นั้น ใช้ไปกับการควบคุมกระบี่ฟ้าเล่มยักษ์ และนี่คือกระบี่ที่เขามุ่งใช้เพื่อสังหารหลิงหยุนโดยเฉพาะ “นับว่าพลังในขั้นก่อสร้างรากฐานของเจ้านั้นยากที่จะรับมือจริงๆ!” ที่หลิงหยุนร้องตะโกนออกไปก่อนหน้าว่าจะสังหารตี๋ชิงโหวนั้นก็เพื่อที่จะดึงให้ตี๋เฮ่ออี้ชิงลงมือก่อน เขาจะได้ทดสอบพลังที่แท้จริงของตี๋เฮ่ออี้นั่นเอง และผลก็คือกระบี่สวรรค์ของเขากลับถูกตี๋เฮ่ออี้ทำลายได้อย่างง่ายดาย.. ‘ตี๋เฮ่ออี้ผู้นี้มีขั้นพลังที่สูงส่งมากเกินไปอีกทั้งยังคุ้นเคยกับค่ายกลกระบี่สวรรค์ดียิ่ง ดูท่าข้าคงมิอาจใช้ค่ายกลนี้จัดการกับเขาได้เป็นแน่!’ หลิงหยุนฉุกคิดขึ้นได้ในทันทีแล้วความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขา เขาตัดสินใจดึงกระบี่สีเขียวเข้มนั้นออกจากบริเวณดวงตาค่ายกลทันที!ครืน..ทันทีที่หลิงหยุนดึงกระบี่สีเขียวออกจากดวงตาค่ายกลยอดเขาทั้งสามก็สั่นสะเทือนขึ้นมาทันที แล้วกระบี่ใหญ่อีกสองเล่มตรงหน้าหลิงหยุนก็สั่นอย่างรุนแรง ก่อนจะหายวับไปกับตา ราวกับว่ามันไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน“ไม่ได้การแล้ว..”ตี๋เฮ่ออีถึงกับหน้าเปลี่ยนสีดวงตาเบิกโพลงพร้อมกับร้องตะโกนออกไปเสียงดัง “หลิงหยุน นี่เจ้ากล้าทำลายค่ายกลกระบี่สวรรค์ที่ปกป้องสำนักกระบี่เทียนซานของข้ามาช้านานเชียวรึ”และนี่คือค่ายกลที่ปกป้องและอยู่คู่สำนักกระบี่เทียนซานมาช้านาน แต่กลับถูกหลิงหยุนทำลายทิ้งในชั่วพริบตาเช่นนี้ มีหรือที่ตี๋เฮ่ออี้จักไม่เดือดดาลใจ และโกรธแค้นยิ่งการทำลายค่ายกลกระบี่สวรรค์ย่อมเท่ากับทำรายรากฐานที่สำนักกระบี่เทียนซานก่อสร้างมาร่วมสามร้อยปีเลยทีเดียว!“หากข้าไม่ทำลายมันทิ้งจะรอให้เจ้าใช้มันสังหารข้างั้นรึ”หลิงหยุนเหาะขึ้นไปบนท้องฟ้าในขณะที่ปากก็ร้องตะโกนบอกตี๋เฮ่ออี้ในเวลาเดียวกันก็เรียกกระบี่เล่มใหญ่สีเขียวเข้มนั้นเข้าไปไว้ในแหวนจักรวาลของตนนี่คือดวงตาค่ายกลกระบี่สวรรค์เลยทีเดียวแม้ค่ายกลจะใช้งานมิได้แล้ว แต่หลิงหยุนก็ไม่ต้องการที่จะทิ้งมันไป อย่างน้อยก็ยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์อื่นได้ในเมื่อไม่อาจพึ่งพาค่ายกลได้แล้วเวลานี้หลิงหยุนจึงต้องพึ่งพาตัวเอง เขาเรียกอาวุธวิเศษทั้งสี่ชิ้นกลับเข้าไปแล้ว ในมือจึงเหลือเพียงแค่กระบี่โลหิตเทวะ และหม้อเสินหนงที่ลอยอยู่เหนือศรีษะเท่านั้นจากนั้นร่างของหลิงหยุนก็เหาะตรงเข้าไปตี๋เฮ่ออี้อย่างไม่นึกเกรงกลัวและเพียงแค่พริบตาเดียวหลิงหยุนก็ไปยืนประจันหน้าอยู่กับตี๋เฮ่ออี้แล้วเวลานี้กระบี่ฟ้าของตี๋เฮ่ออี้ได้ลดขนาดลงเหลือเพียงแค่สองร้อยเมตรเท่านั้นซึ่งเป็นขนาดหนึ่งในห้าส่วนของขนาดกระบี่ฟ้าที่แท้จริง แต่รัศมีที่พวยพุ่งออกจากกระบี่ฟ้านั้นกลับมีพลังที่รุนแรงยิ่ง แม้แต่หลิงหยุนที่มีหม้อเสินหนงคอยคุ้มกันอยู่ ยังสัมผัสได้ถึงพลังปราณที่แข็งแกร่งน่าสะพรึงยิ่งของกระบี่ฟ้าเล่มนี้“เจ้าเตรียมตัวตาย!”ด้วยเวลาที่จำกัดของวิชาพลังมังกรหลิงหยุนจึงไม่อาจรอคอยได้อีก เขาจึงต้องเป็นฝ่ายจู่โจมตี๋เฮ่ออี้ในทันที“หลิงหยุนเจ้ารนหาที่แล้ว!”ตี๋เฮ่ออี้ร้องตะโกนตอบกลับไปอย่างเดือดดาลยิ่งกระบี่ในมือของเขาตวัดไปมา แล้วกระบี่เหินสีแดงก็พุ่งเข้าใส่ร่างของหลิงหยุนทันทีฟิ้ว..ตูม..หม้อเสินหนงช่างอัศจรรย์ยิ่งนักทันทีที่กระบี่เหินสีแดงพุ่งเข้าใส่ร่างของหลิงหยุน แสงสีม่วงสว่างไสวก็พวยพุ่งออกจากหม้อเสินหนงเข้าปกคลุมร่างของหลิงหยุนไว้ทันที และช่วยปกป้องเขาจากกระบี่เหินสีแดงที่กำลังพุ่งตรงเข้ามากระบี่เหินสีแดงพุ่งเข้าใส่ร่างของหลิงหยุนซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่กลับถูกแสงสีม่วงสว่างนั้นสะกัดกั้นไว้ จนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวจากการปะทะดังไปทั่วท้องฟ้า“นั่น..นั่นมัน.. หม้อเสินหนง!” ตี๋เฮ่ออี้ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่งพร้อมกับร้องอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง จากนั้นจึงเปลี่ยนมาใช้กระบี่ฟ้าเล่มยักษ์จู่โจมหลิงหยุนแทนทันทีครืน..ครืน..กระบี่ฟ้าเริ่มขยับเขยื้อนแม้ตัวกระบี่จะใหญ่โตมโหฬาร แต่กลับเคลื่อนที่ได้รวดเร็วยิ่งกว่ากระบี่เหินสีแดงเสียอีก อีกทั้งพลังปราณที่พวยพุ่งออกมานั้นยังแข็งแกร่งอย่างน่าสะพรึงกลัว มันปราดพุ่งออกมาเพียงแค่พริบตาเดียว ก็มาปรากฏอยู่ต่อหน้าของหลิงหยุนแล้ว!