ตอนที่ 1002
บทที่ 1432 : เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น
October 22, 2026
บทที่ 1432 : เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น เกราะป้องกันที่แข็งแกร่งช่วยปกป้องชีวิตไว้ได้เพียงชั่วคราวเท่านั้นแต่ในการต่อสู้ของเหล่าผู้ฝึกบ่มเพาะพลังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการต่อสู้อย่างหนักหน่วงต่างหาก ดูอย่างการต่อสู้ของหลิงหยุนในคืนนี้หากเขาไม่ใช้กระบี่โลหิตเทวะจู่โจมคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งอย่างจ้าวหมิงถัง และตี๋เฮ่ออี้ในระยะกระชั้นชิดเช่นนั้น ก็คงต้องพ่ายแพ้ให้กับอีกฝ่ายเป็นแน่แท้ แม้ดาบคู่มารสะบั้นเทวะของเย่ซิงเฉินจะเป็นอาวุธที่ทำจากโลหะชนิดพิเศษและพลังการจู่โจมของอาวุธชนิดนี้นับว่าน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก แต่เมื่อต้องประมือกับยอดฝีมือที่มีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งอย่างยอดฝีมือในขั้นก่อสร้างรากฐานแล้วล่ะก็ อาวุธของนางก็ไม่สามารถทำอันตรายอะไรพวกเขาได้เลย หลิงหยุนคิดที่จะหลอมอาวุธวิเศษให้กับเย่ซิงเฉินมานานแล้วแต่เขายังหาโลหะที่ล้ำเลิศกว่าดาบคู่มารสะบั้นเทวะไม่ได้ อีกทั้งยังไม่มีกระบี่ปราณเพียงพอที่จะใช้อย่างสิ้นเปลืองได้ แต่เวลานี้เขามีกระบี่ปราณมากมายที่ได้จากการสลายตัวของกระบี่ฟ้าเล่มยักษ์ ฉะนั้นการหลอมอาวุธวิเศษจึงมิใช่ปัญหาอีกต่อไป ไม่เพียงแค่ดาบคู่มารสะบั้นเทวะของเย่ซิงเฉินเท่านั้นที่ต้องหลอมใหม่แม้แต่กระบี่เหินและกระบี่กังฉีของหลิงหยูนเอง ก็ต้องหลอมใหม่ด้วยเช่นกัน เวลานี้ศัตรูของหลิงหยุนนับว่าแข็งแกร่งและทรงพลังยิ่งนักเห็นได้จากศิษย์ทั้งสี่ในขั้นก่อสร้างรากฐานที่คุนหลุนส่งมาสังหารเขาในคืนนี้ นั่นเป็นเพียงแค่ปลายยอดของภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่เท่านั้นหากเทียบกับความแข็งแกร่งที่แท้จริงของคุนหลุน นับว่าเป็นความโชคดีของหลิงหยุนที่ยังมีกฏเกณฑ์ยุทธภพบีบรัดควบคุมคุนหลุนไว้อีกที คุนหลุนจึงมิกล้าลงมือหรือเคลื่อนไหวอย่างเอิกเกริกนัก การจะสังหารหลิงหยุนจึงทำได้เพียงแค่ส่งคนมาลงมืออย่างลับๆ แต่ก็ไม่มีสิ่งใดยืนยันได้ว่า หากคุนหลุนเกิดโมโหขึ้นมาอย่างมาก อาจจะส่งยอดฝีมือมาสังหารหลิงหยุนอย่างโจ่งแจ้ง โดยมิได้สนใจกับกฏเกณฑ์อันใดก็เป็นได้.. กฏเกณฑ์สูญสลายแต่ผู้คนยังอยู่.. หลิงหยุนไม่มีทางปล่อยให้ผู้อื่นมาชี้ชะตากรรมของตนเองเป็นแน่! กฏยุทธภพย่อมไม่ต่างจากกฏหมายของคนทั่วไปหากคนที่มีอำนาจอิทธิพลต้องการที่จะทำสิ่งที่ขัดต่อกฏหมาย และคนหมู่มาก็มิกล้าคัดค้าน เช่นนี้แล้วจะยังมีใครทำอะไรได้อีก ยิ่งไปกว่านั้นยุทธภพก็หาได้มีกฏเกณฑ์มากมายอีกทั้งกฏเกณฑ์ทั้งหลายก็ล้วนแล้วแต่ถูกกำหนดขึ้นโดยคุนหลุนทั้งสิ้น ท้ายที่สุดจะยกเลิกหรือแก้ไขล้วนแล้วแต่อยู่ภายใต้การตัดสินใจของคุนหลุน สำหรับหลิงหยุน..เขาไม่มีทางอื่นนอกจากต้องหมั่นเพียรฝึกฝนให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้นโดยเร็ว และให้พลังบ่มเพาะของตนนั้นแข็งแกร่งมากพอที่จะรับมือกับศัตรูได้ ในเมื่อเขาตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจักต้องไปเหยียบคุนหลุนให้ได้.. เย่ซิงเฉินเรียกพายุหมุนดวงดาวของตนกลับคืนไปพร้อมกับเอ่ยถามหลิงหยุนด้วยความสงสัย “หลิงหยุน ในเมื่อวิชาสุญตาดูดดาวนี้แข็งแกร่งและทรงพลังยิ่งนัก เหตุใดเจ้าจึงไม่ฝึกวิชานี้เล่า”“เจ้าผิดแล้ว..ข้าย่อมต้องฝึกแน่!”หลิงหยุนหันไปยิ้มให้กับเย่ซิงเฉินพร้อมกับอธิบายให้นางฟัง“เพียงแต่เวลานี้ข้าฝึกวิชาดาราคุ้มกาย วิชาพลังลับหยิน–หยาง วิชาหยางพิสุทธิ์ และวิชาห้าธาตุสังหาร เพียงแค่นี้ก็นับว่ามากพอแล้ว หากข้ารีบร้อนฝึกฝนหลากหลายวิชาพร้อมกันมากกว่านี้ เกรงว่าจะกลายเป็นโลภมากจนเกินไป จนไม่ส่งผลที่ดีต่อการพัฒนาขั้นพลังบ่มเพาะของตนเอง”“การบ่มเพาะพลังมิได้สำคัญที่หลากหลายแต่สำคัญที่แข็งแกร่ง..” หลิงหยุนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง“เจ้าดูอย่างตี๋เฮ่ออี้แห่งสำนักกระบี่เทียนซาน เขาฝึกฝนเพียงแค่วิชากระบี่เหินเปิ่นมิ่ง หากมิใช้กระบี่โลหิตเทวะ ข้าเองก็มิอาจทำลายเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งของเขาได้เช่นกัน..”“เวลานี้..วิชาที่ข้าฝึกปรืออยู่ก็นับว่ามากพอแล้ว เว้นแต่ระยะเวลาที่จะทะลวงสู่ขั้นต่อไปนั้นยาวนาน ข้าอาจคิดที่จะฝึกฝนวิชาอื่นไปด้วยก็ได้”“ซิงเฉินพวกเรายังต้องอยู่ที่สำนักกระบี่เทียนซานอีกเจ็ดวัน ในช่วงเวลาเจ็ดวันนี้คงเพียงพอที่จะให้ข้าย่อยสลายกระบี่ปราณและหลอมอาวุธได้ ไม่แน่ว่าภายในเจ็ดวันนี้ข้าอาจจะสามารถเข้าสู่ขั้นลิ่วเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-6) ก็เป็นได้..”เย่ซิวเฉินพยักหน้ารับรู้แต่ก็อดถามขึ้นด้วยความสงสัยไม่ได้ “เหตุใดพวกเรายังต้องอยู่ที่นี่ต่ออีกเจ็ดวันด้วยเล่า มันไม่นานไปหน่อยรึ?” หลิงหยุนยกมือขึ้นชี้ไปทางหน้าผาบนยอดเขาเทียนเฟิงด้านล่างพร้อมกับตอบไปว่า “ท่านแม่ของข้าต้องการอยู่ที่นี่เพื่อส่งดวงวิญญาณของท่านลุงหนิงเป็นครั้งสุดท้าย นางต้องการใช้เวลาเจ็ดวันนี้เซ่นไหว้ดวงวิญญาณของเขา”“อ่อ..ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง”เย่ซิงเฉินส่ายหน้าไปมาพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆ“ท่านลุงหนิงเสียชีวิตเช่นนี้ เจ้าคิดที่จะทำเช่นใดต่อไป”“ไม่จำเป็นต้องทำสิ่งใดทุกคนล้วนแล้วแต่มีเส้นทางชีวิตของตนเอง!”หลิงหยุนรู้สึกเสียใจเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นเมื่อคิดว่าตนเองมาช่วยหนิงเทียนหยาช้าไป เขาจึงต้องจบชีวิตลงเช่นนี้..แต่ชะตาชีวิตของคนบางคนก็รันทดและสั้นนักเรื่องเหล่านี้มิมีผู้ใดเข้าใจได้ดีไปกว่าหลิงหยุน..นี่คือกฏสวรรค์และเป็นวัฎจักรวงจรของชีวิตที่ต้องมีเกิดและมีตาย หามีผู้ใดหลีกเลี่ยงได้ไม่.. แม้ว่าจะฝึกตนบ่มเพาะอยู่บนเส้นทางนี้ เมื่อวันนั้นมาถึงก็ยากนักที่ผู้ใดจะหลีกเลี่ยงได้..ยิ่งไปกว่านั้นหลังจากที่ได้ประมือกับตี๋เฮ่ออี้ในคืนนี้ ยิ่งทำให้หลิงหยุนมั่นใจว่า ต่อให้เขาตัดสินใจมาช่วยเร็วกว่านี้ ด้วยขั้นพลังของเขาในเวลานั้น ก็คงไม่อาจช่วยอะไรหนิงเทียนหยาได้ และเขาก็ต้องเสียชีวิตอยู่ดี