ตอนที่ 1004
บทที่ 1434 : ทุกคนมาถึงแล้ว
October 22, 2026
บทที่ 1434 : ทุกคนมาถึงแล้ว เย่ซิงเฉินมาช่วยฉินจิวยื่อที่สำนักกระบี่เทียนซานพร้อมหลิงหยุนในครั้งนี้จุดประสงค์ของนางคือต้องการต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับหลิงหยุน และช่วยเหลือหลิงหยุนเท่านั้น หากไม่มีหลิงหยุนสักคนนางกับตระกูลฉินก็หาได้มีความเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใดไม่ อีกทั้งตัวนางเองก็มิได้สนิทสนมกับฉินจิวยื่อ และมิได้มีเรื่องบาดหมางกับสำนักกระบี่เทียนซาน ความเป็นความตายของฉินจิวยื่อจึงมิได้เกี่ยวข้องกับนางเลยแม้แต่น้อย นี่คือความจริง.. ไม่เพียงแค่เย่ซิงเฉินเท่านั้นที่มาเพียงเพราะว่าหลิงหยุน..แม้แต่ตี้เสี่ยวอู๋ ไป๋เซียนเอ๋อ หวังชงเซียว และคนอื่นๆ คนเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มาที่สำนักกระบี่เทียนซานนี้ เพียงเพราะว่าตามหลิงหยุนมาเท่านั้น นั่นเพราะหลิงหยุนมาที่นี่เพื่อต่อสู้กับศัตรูเรื่องของหลิงหยุนจึงเสมือนเรื่องของเย่ซิงเฉินไปด้วย! ส่วนฉินตงเฉวี่ยนั้นเป็นน้องสาวของฉินจิวยื่อการมาของนางจึงนับเป็นเรื่องที่ควร.. แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีอีกผู้หนึ่งที่ควรจะต้องมาและต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับหลิงหยุนที่นี่ แต่กลับมิได้มา คนผู้นั้นก็คือหนิงหลิงยู่! ทั้งหนิงเทียนหยากับฉินจิวยื่อต่างก็เป็นบิดามารดาผู้ให้กำเนิดหนิงหลิงยู่จึงสมควรอย่างยิ่งที่นางจักต้องมาร่วมต่อสู้เคียงข้างหลิงหยุนในครั้งนี้ แต่ในคืนที่หนิงหลิงยู่ควรต้องอยู่กับหลิงหยุนที่สุดแต่นางกลับไม่ปรากฏตัว.. หากหนิงหลิงยู่มิได้ฝึกวรยุทธบ่มเพาะหรือขั้นพลังยังต่ำมากเกินไป ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เย่ซิงเฉินก็รู้มาว่า เวลานี้หนิงหลิงยู่ได้ผ่านการรับทัณฑ์สวรรค์เทียนจิ่วไปแล้ว ฉะนั้น ขั้นพลังของหนิงหลิงยู่ย่อมต้องเหนือกว่านางเป็นแน่.. เหตุการณ์เช่นนี้ดูไม่สมเหตุสมผลนักและดูเหมือนจะไม่ใช่ปกตินิสัยของหลิงหยุนด้วย! ที่ผ่านมานั้น..ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หลิงหยุนจะเป็นห่วงความปลอดภัยของหนิงหลิงยู่มากที่สุด แต่เพราะเหตุใดความห่วงใยจึงดูจืดจางลง ไม่เพียงเท่านั้น..เมื่อครู่หลิงหยุนแจ้งข่าวเรื่องฉินจิวยื่อให้กับทุกคนที่สำคัญรู้ แต่กลับลืมหนิงหลิงยู่ไป.. ไม่ว่าจะเป็นการตายของหนิงเทียนหยาความปลอดภัยของฉินจิวยื่อ หรือแม้แต่เรื่องของตี๋เสี่ยวเจินกับสำนักกระบี่เทียนซานที่อยู่ในกำมือของหลิงหยุนแล้วเวลานี้.. ผู้ที่ควรจะต้องรับรู้ข่าวดีนี้มากที่สุด สมควรต้องเป็นหนิงหลิงยู่มิใช่หรือแม้กระทั่งเย่ซิงเฉินเอ่ยเตือนแล้วแต่หลิงหยุนกลับบ่ายเบี่ยง รอให้ฉินจิวยื่อเป็นฝ่ายแจ้งข่าวหนิงหลิงยู่ด้วยตนเองในวันรุ่งขึ้นเย่ซิงเฉินแทบไม่อยากจะเชื่อว่าหลิงหยุนจะตอบกลับมาเช่นนี้ นางจึงได้แต่เอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย “หลิงหยุน..เจ้าบอกข้าได้หรือไม่ว่า เกิดเรื่องอะไรขึ้นระหว่างเจ้ากับหนิงหลิงยู่กันแน่”จู่ๆเย่ซิงเฉินก็นึกถึงคืนที่ฉินตงเฉวี่ยพาหลิงหยุนออกไปคุยกันนอกบ้าน ทั้งคู่คุยกันอยู่นานจึงค่อยกลับเข้าบ้านเลขที่-9 ในอ่าวจิงฉูนับตั้งแต่คืนนั้นมาเมื่อใดที่เย่ซิงเฉินเอ่ยถึงหนิงหลิงยู่ หลิงหยุนมักจะขมวดคิ้วแน่น และมีท่าทีอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก“ไม่มีอะไรนี่..ข้ารู้อยู่แล้วว่าเมื่อใดที่ตระกูลฉินรู้ข่าว พวกเขาจะต้องแจ้งให้หนิงหลิงยู่รู้เป็นคนแรกอยู่แล้ว!”หลิงหยุนมีท่าทีหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อยและดูเหมือนไม่ต้องการพูดถึงเรื่องนี้อีก“เอาล่ะ..เริ่มฝึกวิชากันดีกว่า เรื่องอื่นรอให้ตี้เสี่ยวอู๋มาถึงที่นี่เสียก่อนแล้วค่อยว่ากัน”“อืมม..เช่นนั้นก็ดีเหมือนกัน”เย่ซิงเฉินเห็นหลิงหยุนไม่ต้องการพูดถึงเรื่องของหนิงหลิงยู่ในเวลานี้นางจึงไม่ต้องการที่จะเซ้าซี้เช่นกัน จากนั้นทั้งสองคนต่างก็แยกย้ายกันหาที่ฝึกฝนวิชาของตนเอง..ในระหว่างนั้นหลี่เพียวหยางและกัวผิงก็ได้สั่งให้ศิษย์สำนักกระบี่เทียนซานทั้งหมด ช่วยกันเก็บกวาดซากศพที่เกลื่อนกลาดให้เรียบร้อยตามคำสั่งของหลิงหยุนจนกระทั่งเวลาผ่านไป..ในราวตีห้าของเช้าวันใหม่ร่างของคนเจ็ดแปดร่างก็ปรากฏขึ้นตามแนวเทือกเขาด้านใต้ของสำนักกระบี่เทียนซาน ไม่นานนักทั้งหมดก็มาถึงหน้าสำนักกระบี่เทียนซานในที่สุดตี้เสี่ยวอู๋และคนอื่นๆก็มาถึง..ตี้เสี่ยวอู๋และคนอื่นๆนั่งเครื่องบินจากเสียนหยางซึ่งทางตระกูลฉินได้เตรียมการไว้ให้เรียบร้อย หลังจากที่ตี้เสี่ยวอู๋ผ่านการรับทัณฑ์สวรรค์ไปแล้ว ทั้งหมดก็ได้ไปที่สนามบินพร้อมกับฉินตงเฉวี่ย แล้วจึงนั่งเครื่องบินมุ่งหน้ามาที่นี่พร้อมกันเครื่องบินออกจากสนามบินในราวเที่ยงคืนครึ่งและไม่ได้บินเข้าอุรัมชี แต่กลับบินตรงจากเสียนหยางมายังสนามบินอัคซูในเทียนซานทันที และใช้เวลาในการเดินทางทั้งหมดราวสี่ชั่วโมงกว่า