ตอนที่ 1034
บทที่ 1465 : รักยิ่งใหญ่ของมารดา
October 22, 2026
บทที่ 1465 : รักยิ่งใหญ่ของมารดา “หลิงยู่นางไปตระกูลหนิงที่เขาคุนหลุนมิใช่รึท่านแม่?” หลิงหยุนแสร้งทำเป็นโง่เพราะเวลานี้ฉินจิวยื่อยังอยู่ในระหว่างพักฟื้นร่างกาย เขาจึงมิต้องการที่จะให้มีเรื่องรบกวนจิตใจของนาง ความจริงที่หลิงหยุนไปที่สำนักกระบี่เทียนซานเพื่อช่วยฉินจิวยื่อนั้นยังมีจุดประสงค์อื่นด้วย.. เขาตั้งใจไว้ว่าหลังจากที่ช่วยฉินจิวยื่อกลับมาได้แล้วจะต้องสอบถามนางเกี่ยวกับเรื่องของหนิงหลิงยู่ว่า ก่อนและหลังการเกิดของนางนั้น ได้มีปรากฏการณ์ใดเกิดขึ้นบ้างหรือไม่ และคนที่จะตอบคำถามนี้ของหลิงหยุนได้ดีที่สุดก็เห็นจะมีแต่ฉินจิวยื่อเพียงผู้เดียวเท่านั้น! หลิงหยุนจำเป็นต้องรู้รายละเอียดต่างๆในเรื่องเหล่านี้เพื่อที่จะสามารถประเมินได้ว่าเกิดปัญหาขึ้นกับหนิงหลิงยู่จริงหรือไม่ แต่เมื่อเขาได้พบหนิงหลิงยู่ที่สำนักกระบี่เทียนซานนั้นหลังจากได้เห็นท่าทีต่างๆของนางที่เป็นปกติ เขาจึงได้คลายความสงสัยในใจลงไปมาก แต่ก่อนที่เย่ซิงเฉินจะจากไปนั้นนางคือผู้ที่ย้ำให้เขามั่นใจว่าหนิงหลิงยู่นั้นมีปัญหาอย่างแน่นอน เพียงแต่เขาเองต่างหากที่มิกล้ายอมรับความจริงในเรื่องนี้! แต่ในเมื่อเขามั่นใจแล้วว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เขาจะต้องสอบถามเรื่องนี้กับฉินจิวยื่ออย่างละเอียด เพื่อที่จะหาหนทางแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง สำหรับหลิงหยุนแล้วเรื่องนี้นับเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง และมิต้องการให้ล่วงรู้ออกไปถึงหูของผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉินจิวยื่อ.. นั่นเพราะด้วยฐานะของฉินจิวยื่อเวลานี้..นางอยู่ตรงกลางระหว่างหลิงหยุนกับหนิงหลิงยู่ มิว่าฝั่งใดก็ล้วนแล้วแต่เสมือนเนื้อหนังของนาง! “หลิงหยุน..” ฉินจิวยื่อฟังคำพูดของหลิงหยุนแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาก่อนจะเดินตรงเข้าไปหาพร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า “อย่าลืมว่าทั้งเจ้าและหลิงยู่ข้าต่างก็เลี้ยงดูมาด้วยมือของตนเองทั้งคู่..” ฉินจิวยื่อต้องการบอกหลิงหยุนเป็นนัยว่า..ทั้งคู่ต่างก็เป็นลูกของนางทั้งสิ้น.. หลิงหยุนได้แต่นิ่งอึ้งไปเมื่อได้ยินคำพูดประโยคนี้“…” ฉินจิวยื่อเงยหน้าขึ้นมองหลิงหยุนเนิ่นนานก่อนจะเอ่ยต่อว่า.. “หลิงหยุน..สิ่งที่เกิดขึ้นกับเจ้าตลอดหกเดือนที่ผ่านมานั้น นับว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายสวรรค์ยิ่ง และมีหลายสิ่งที่นับว่าเป็นปาฏิหารย์ก็ได้” “แต่เหตุการณ์ต่างๆในวัยเด็กนั้นเจ้ายังจดจำได้บ้างหรือไม่” ความจริงแล้ว..ฉินจิวยื่อต้องการจะใช้คำว่า ‘เรื่องราวในช่วยวัยก่อนสิบแปดปี’ แต่นางกลับนิ่งไปเล็กน้อย และเปลี่ยนมาใช้คำว่า.. ในวัยเด็กแทน’แววตาของฉินจิวยื่อมีทั้งความคาดหวังและความกังวลใจผสมปนเปกันอย่างมิอาจปิดบังไว้ได้ เหงื่อไหลท่วมฝ่ามือทั้งสองข้างของนางที่กำแน่นอยู่ดูเหมือนนางเองจะหวาดกลัวคำตอบและกลัวว่าจะยอมรับไม่ได้..แต่หลิงหยุนกลับยิ้มและตอบกลับไปว่า“ท่านแม่.. ข้าย่อมจำได้ดี เว้นเพียงเรื่องเล็กๆน้อยๆเท่านั้นที่อาจจะจำมิได้!”และทันทีที่ได้ยินคำตอบของหลิงหยุนร่างที่เกร็งแน่นของฉินจิวยื่อก็ถึงกับเอนพิงราวบันได..“เจ้าจำได้..”ฉินจิวยื่อยิ้มออกมาพร้อมกับเอ่ยว่า“หลิงหยุน.. เมื่อครั้งที่เจ้ายังเล็กนั้น เจ้าเป็นเด็กที่เฉลียวฉลาดยิ่งนัก และมีความพิเศษในหลายๆด้านเหนือกว่าหลิงยู่น้องสาวของจ้า!”“เพียงแต่หลังจากที่เจ้าถือกำเนิดออกมาได้ไม่นานนักเส้นลมปราณหยางเจี๋วยกลับถูกซือกงถูทำลาย สิ่งที่เกิดขึ้นกับเจ้านั้นต่อให้เป็นหมอเทวดาก็ยากนักที่จะช่วยได้ ชีวิตของเจ้ายากนักที่จะยืนยาวกว่ายี่สิบปี..”“แต่เวลานี้ซือกงถูศัตรูของเจ้าก็ได้ถูกเจ้าสังหารตายไปแล้ว”“หลังจากที่เจ้าเติบโตขึ้นและเริ่มเข้าใจสิ่งต่างๆได้มากขึ้น เจ้าจึงเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกตินี้ในร่างกายของตนเอง และรู้ว่าตนเองนั้นแตกต่างจากเด็กคนอื่นๆ”“ปัญหาเรื่องร่างกายของเจ้านั้นข้าเองก็มิเคยบอกกล่าวให้เจ้ารู้เลย ในเมื่อข้าผู้เป็นแม่ แต่กลับมิสามารถรักษาเจ้าให้หายได้ จึงทำได้เพียงแค่หวังว่าให้เจ้าได้มีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข และไร้กังวลให้มากที่สุด จนกว่าอายุจะครบยี่สิบปีเท่านั้น..”ฉินจิวยื่อเล่ามาถึงตรงนี้ดวงตากลมโตทั้งสองข้างของนางก็เริ่มแดงก่ำ “แต่ความเฉลียวฉลาดของเจ้านั้น ก็เหนือกว่าที่ข้าจะคาดคิดมาก..”“เมื่อเจ้าอายุได้หกขวบไม่ว่าข้าใส่สิ่งใดกับเจ้า เจ้าก็มักจะเก็บมันไว้ และแอบนำไปใส่ไว้ในกระเป๋าของหลิงยู่แทน”“ในวัยเจ็ดขวบ..ไม่ว่าจะเป็นเด็กข้างถนน หรือเด็กนักเรียนในโรงเรียน หากกล้ามารังแกหลิงยู่ เจ้าก็จะไม่เคยคิดถึงตัวเอง และไปชกต่อยกับเด็กพวกนั้นเพื่อปกป้องหลิงยู่ทุกครั้ง!”“แต่เมื่อเริ่มเข้าสู่ช่วงประถมและเจ้าเริ่มอ่านหนังสือออก เจ้าก็มักจะมาแอบอ่านตำราแพทย์ในคลินิกของข้าอยู่เสมอๆ เพื่อที่จะหาหนทางรักษาปัญหาภายในร่างกายของตนเอง..”“และเมื่อเข้าสู่มัธยมปลาย..ไม่ว่าจะเป็นตำราแพทย์ตะวันตก หรือแม้กระทั่งแพทย์แผนจีน ทุกเล่มที่อยู่ในคลินิกของข้า รวมถึงตำราเกี่ยวกับโรคทั่วไป เภสัชกรรม ตำราเกี่ยวกับสมุนไพรต่างๆ ตำราแพทย์โบราณอย่างคัมภีร์หวงตี้เน่ย์จิง หรือตำราฝังเข็มต่างๆ เจ้าก็ล้วนขุดออกมาอ่านจนหมดสิ้น..”หลิงหยุนฟังมาถึงตรงนี้ก็ถึงกับดวงตาแดงก่ำและกระซิบถามเสียงเบา “ท่านแม่.. ท่านรู้เรื่องนี้มาโดยตลอดงั้นรึ..”ฉินจิวยื่อยกมือขึ้นลูบไล้เส้นผมของหลิงหยุนก่อนจะเอ่ยต่อว่า “หลิงยู่นั้นแข็งแรงมาตั้งแต่เด็ก แต่เมื่อเข้าสู่วัยสิบสองปี นางก็เริ่มดูถูกพี่ชายของตนเอง แต่ข้ารู้ดีว่าในวัยเดียวกันนั้น ความรู้ทางการแพทย์ของเจ้าก็ได้ล้ำหน้านางไปไกลมากแล้ว แต่ถึงอย่างนั้น เจ้าก็ยังไม่สามารถค้นพบวิธีรักษาตนเองได้จากตำราแพทย์ที่ได้อ่านมาทั้งหมด”“ท่านแม่..แล้วเงินที่ซ่อนอยู่ใต้หมอนข้าทุกครั้งนั้น เป็นท่านที่แอบเอาไปวางไว้หรือไม่”ฉินจิวยื่อเพียงแค่หัวเราะและมิได้เอ่ยตอบอันใด แต่ภายในใจกลับรู้สึกโล่งอก..“เสินหนงทดลงกินสมุนไพร– 神农尝百草””