ตอนที่ 1035
บทที่ 1466 : ชะตากรรมที่แปลกประหลาด
October 22, 2026
บทที่ 1466 : ชะตากรรมที่แปลกประหลาด หลังจากที่สนทนากันอยู่ครู่ใหญ่ทั้งหลิงหยุนและฉินจิวยื่อต่างก็ลงความเห็นว่า เรื่องของหนิงหลิงยู่นั้นมิใช่ปัญหาใหญ่โตอันใดนัก ทั้งสองคนต่างก็เป็นคนใกล้ชิดของหนิงหลิงยู่ทั้งคู่คนหนึ่งคือมารดาผู้ให้กำเนิด ส่วนอีกคนคือพี่ชายที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เล็ก.. แต่ถึงกระนั้นทั้งคู่ต่างก็มีจิตใจที่แตกต่างจากคนธรรมดาทั่วไป ทั้งหลิงหยุนและฉินจิวยื่อต่างก็มีจิตใจที่หนักแน่น และมิได้ตื่นตระหนกมากมายเพียงใดนัก ในความเห็นของพวกเขาทั้งคู่หนิงหลิงยู่เพียงแค่ ‘เจ็บป่วย’ เท่านั้น และต้องการความช่วยเหลือจากพวกเขา.. การเจ็บป่วยเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไปทุกคนต่างก็สามารถเจ็บป่วยได้ และการเจ็บป่วยก็หาได้มีแต่เรื่องทางกายไม่ แต่ยังมีเรื่องของจิตใจ และสมองอีกด้วย ในโลกใบนี้ก็มีโรงพยาบาลจิตเวชอยู่มากมาย และมีผู้ป่วยจิตเวชหลายรายที่ต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล อย่างน้อยในเวลานี้หลิงหยุนกับฉินจิวยื่อก็สามารถยืนยันได้ว่า ปัญหาของหนิงหลิงยู่เวลานี้ สะท้อนให้เห็นถึงความแปลกแยกในความรักของครอบครัว ทัศนคติที่มีต่อผู้คนและสิ่งรอบตัว รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์บางอย่าง แต่ยังไม่ถึงขั้นอันตรายและก้าวร้าว แต่เรื่องนี้มิได้รวมถึงเรื่องของเย่ซิงเฉิน.. แต่นับว่ายังโชคดีที่เรื่องนี้เพิ่งจะเกิดขึ้นเท่านั้นหลิงหยุนจึงสามารถพูดได้ว่ายังพอมีเวลา.. เวลานี้หลิงหยุนมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าปัญหาของหนิงหลิงยู่นั้น จะต้องเกิดจากทัณฑ์สวรรค์ซื่อจิ่วที่นางรับในครั้งนั้นเป็นแน่! ท้องนภาที่รุ่งโรจน์ดอกบัวสีทอง ของขวัญจากสรวงสวรรค์ซึ่งมิได้มีเพียงแค่พลังอมตะสีทอง แต่ยังมีพลังอมตะสีม่วงด้วย.. หลิงหยุนเดินไปหยุดอยู่หน้าราวกั้นของศาลากลางน้ำฝ่ามือเท้าอยู่ที่ราวกั้น สายตาเหม่อมองออกไปทางด้านทิศตะวันตก ซึ่งเป็นที่ตั้งของเทือกเขาคุนหลุน “ท่านแม่..ท่านให้หลิงยู่ไปตระกูลหนิงเพียงลำพัง และจงใจห้ามมิให้ข้าติดตามนางไปด้วย ก็เพื่อที่จะได้คุยเรื่องนี้กับข้าในคืนนี้ใช่หรือไม่” หลังจากที่หลิงหยุนกล่าวจบสีหน้าของฉินจิวยื่อกลับยังคงนิ่งเรียบ มิบอกว่ายอมรับหรือปฏิเสธ หลิงหยุนจึงได้แต่เอ่ยต่อว่า “เป็นความคิดที่ไม่เลวเลยทีเดียว..” ฉินจิวยื่อเดินตามเข้าไปยืนข้างหลิงหยุนนางพยักหน้าพร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า “ความจริงในช่วงเวลาที่อยู่บนหน้าผาบนยอดเขาเทียนเฟิงนั้น ข้ากับหลิงยู่ก็อยู่ด้วยกันตลอดทั้งวันทั้งคืน ข้าจึงได้สอบถามเรื่องราวต่างๆตลอดที่เกิดขึ้นในระยะเวลาหกเดือน นางเองก็บอกเล่าอย่างละเอียด หลังจากได้ฟังจากปากของเจ้ากับตงเฉวี่ยอีกครั้ง ข้าจึงมั่นใจว่านางเองก็มิได้โกหก..” ระหว่างที่พูดนั้นฉินจิวยื่อก็อดที่จะยิ้มขื่นออกมาเล็กน้อยไม่ได้ บุตรชายผู้ที่นางรับเลี้ยงมา และบุตรสาวที่นางให้กำเนิด แต่ทั้งคู่นางก็ล้วนแล้วแต่เลี้ยงดูขึ้นมาจนเติบใหญ่ด้วยมือของนางเอง ฉินจิวยื่อเฝ้าดูเด็กทั้งสองเติบใหญ่ขึ้นทุกๆวันในตลอดระยะเวลาสิบแปดปีที่ผ่านมาก แม้จะใช้ชีวิตที่เรียบง่ายธรรมดา แต่ก็สบายใจยิ่งนัก.. ตลอดระยะเวลาสิบแปดปีที่นางระเห็ดมาอยู่ที่เมืองจิงฉูนั้นภายในจิตใจสิ่งที่เป็นห่วง และกังวลที่สุดก็เห็นจะเป็นเด็กทั้งสองคนนี้ คนหนึ่งมีชะตะกรรมที่จะสามารถมีอายุได้ถึงเพียงแค่ยี่สิบปีเท่านั้นส่วนอีกคนก็มีสัญญาเมื่อสิบแปดปีเป็นชะนักติดหลังอยู่.. หากจะพูดให้ตรงความหมายที่สุดก็คือ..ชะตากรรมของเด็กคนหนึ่งคือความตาย ส่วนชะตากรรมของเด็กอีกคนก็คือการพลัดพรากฉะนั้น..ฉินจิวยื่อจึงมิได้ถ่ายทอดวรยุทธให้กับพวกเขาทั้งสอง และมิได้เอ่ยถึงภูมิหลังของพวกเขา เพียงแค่หวังให้เด็กทั้งสองเติบใหญ่อย่างเช่นเด็กธรรมดาทั่วไปเท่านั้น และใช้ชีวิตในแต่ละวันให้มีความสุขที่สุด ก่อนที่จะต้องพบเจอกับชะตากรรมที่รออยู่..แต่กลับคิดไม่ถึงว่าหลังเทศกาลตรุษจีนผ่านไปไม่นานนัก ก็เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันขึ้นในครอบครัวเริ่มจากหลิงหยุนผู้ที่เคยถูกทำลายเส้นลมปราณหยางเจี๋วยกลับเปลี่ยนไปอย่างน่าอัศจรรย์ และแข็งแกร่งขึ้นอย่างยิ่งยวด!หลิงหยุนผงาดขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนทำให้ผู้คนรอบข้าง หรือผู้ที่เคยรู้จักเขานั้นต่างก็พากันประหลาดใจ และตกใจไปตามๆกันฉินจิวยื่อหาใช่เป็นเพียงมารดาของหลิงหยุนเท่านั้นแต่นางยังเป็นถึงยอดฝีมือขั้นเซียงเทียนอีกด้วย..ระหว่างหลิงหยุนกับหนิงหลิงยู่แล้วในฐานะมารดา.. นางจะแอบใส่ใจ และคอยปกป้องหลิงหยุนมากกว่าหนิงหลิงยู่ในช่วงเวลาสั้นๆนางทั้งมีความสุขและเศร้าโศกอย่างมากในคราวเดียว เมื่อรู้สึกว่าตนได้สูญเสียลูกชายที่เฝ้าถนอมเลี้ยงดูมากับมือไปหากจะพูดกันตามตรงหลิงหยุนในครั้งนั้น กับหนิงหลิงยู่ในครานี้ กลับมิได้แตกต่างกันเลยในสายตาของนางแม้ในความจริงแล้วจะแตกต่างกันอย่างชัดเจนนั่นก็คือในเวลานั้นหลิงหยุนได้สูญเสียความทรงจำก่อนหน้าไป แต่เขาพยายามปกปิดมันไว้ ในขณะที่หนิงหลิงยู่เปลี่ยนไปทั้งที่ยังเป็นคนเดิมแต่สำหรับคนเป็นแม่แล้ว..ภายในเวลาห่างกันเพียงแค่หกเดือน แต่กลับต้องมาพบเจอกับลูกสาวที่เปลี่ยนไปอีกคน แต่ก็เป็นเหตุผลว่าเพราะเหตุใดนางจึงได้สามารถสงบนิ่งเช่นนี้ได้..เมื่อครึ่งปีก่อนหน้านี้ฉินจิวยื่อมิรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับหลิงหยุนกันแน่ ฉะนั้นแล้วสิ่งที่นางทำได้จึงมีเพียงแค่การยอมรับ.. ยอมรับกับชะตากรรมที่เกิดขึ้นแต่การได้เห็นหลิงหยุนสามารถรักษาเส้นลมปราณหยางเจี๋ยวได้และสามารถเปลี่ยนมาเป็นมังกรที่สง่างามได้เช่นนี้ มิต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดกลัวว่าเมื่อใดจะอายุครบยี่สิบปีอีก เพียงแค่นี้ฉินจิวยื่อก็สบายใจอย่างยิ่งแล้วเพราะอย่างน้อย..‘หลิงหยุน’ ก็สามารถมีชีวิตรอดได้ตลอดระยะเวลาหกเดือนที่ผ่านมาทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องนี้ ฉินจิวยื่อก็จะใช้ประโยคเช่นนี้ปลอบประโลมใจตนเองจนกระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านไปถึงครึ่งปีซึ่งก็คือวันนี้.. และเวลานี้!หลิงหยุนกลับยิ่งแข็งแกร่งและทรงพลังมากขึ้นกว่าเดิมเขาได้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ท้าทายและน่าหลงใหลยิ่ง หลิงหยุนมิมีสิ่งใดต้องปกปิดอีก นั่นเพราะความทรงจำทั้งสิบแปดปีก่อนหน้าได้กลับคืนมาแล้ว! และนั่นทำให้ฉินจิวยื่อตกใจอย่างที่สุดจนมิอาจอธิบายได้เพราะนั่นย่อมหมายความว่า เด็กหนุ่มผู้นี้คือลูกชายของเขาจริงๆ ลูกชายที่เขาเลี้ยงดูมากับมือ..แต่เมื่อนางได้ลูกชายกลับคืนมาลูกสาวที่นางให้กำเนิดกลับเริ่มเปลี่ยนไปแทน..นี่มันคือชะตากรรมเช่นใดกัน!