ตอนที่ 1066
บทที่ 1497 : พอใจ!
October 22, 2026
บทที่ 1497 : พอใจ! คำตอบของหลิงเสี่ยวนั้นแสนเรียบง่ายน้ำเสียงก็ราบเรียบมิบ่งบอกถึงอารมณ์ใดๆ หลี่จวิ้นหัวได้แต่เอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล “เขามิได้โทรหาเลยรึ!” “ไม่..” “หรือเขาได้บอกไว้ล่วงหน้าแล้ว!” “ไม่เคย..” หลิงเสี่ยวได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆเขาหันไปมองหลี่จวิ้นหัวอย่างนึกขันพร้อมกับเอ่ยถาม “พี่จวิ้นหัว ดูเหมือนพี่จะเป็นห่วงเรื่องหลิงหยุนว่าจะมาวันเกิดของข้าหรือไม่” “ท่านมีเรื่องอะไรงั้นรึ!” “เอ่อ….” หลี่จวิ้นหัวมีท่าทีกระอักกระอ่วนใจเขายกมือขึ้นเกาศรีษะก่อนจะชี้ไปทางไซส์งานก่อสร้างด้านล่าง พร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า “น้องชาย..หลังจากที่พวกเราได้ทำการรื้อถอนบ้านเรือนของชาวบ้านที่เคยอาศัยอยู่ออกไปจนหมดแล้ว พื้นที่ขนาดใหญ่ถึงเพียงนี้ ต้องใช้เวลาในการก่อสร้ารากฐานนานเกือบเดือน รากฐานของบ้านเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง แม้พวกเราทั้งสองจะเข้ามาดูแลการก่อสร้างอยู่เป็นประจำ แต่ถึงอย่างไรบ้านหลังนี้ก็เป็นของหลิงหยุน..” “แต่จนกระทั่งตอนนี้หลิงหยุนยังมิเคยมาที่นี่เลยสักครั้ง หากเจ้ามิได้มาดูแลการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่นี้ด้วยตนเอง ข้าเองก็คงจะมิสบายใจนัก แต่หากหลิงหยุนพบเห็นแล้วเกิดมิพอใจ พวกเราสองคนจะมิยิ่งวุ่นวายหรอกรึ” คำพูดของหลี่จวิ้นหัวนับว่ามีเหตุผลยิ่งนักพื้นที่ขนาดยี่สิบเจ็ดตารางกิโลเมตร นับเป็นโครงการก่อสร้างที่ใหญ่โตยิ่งนัก หากรากฐานการก่อสร้างสำเร็จลงแล้ว และหลิงหยุนเกิดไม่พอใจขึ้นมา แน่นอนว่าคงต้องนำไปสู่ปัญหาที่น่าปวดหัวอย่างมาก “ที่ท่านกล่าวมาก็จริงอยู่..” หลิงเสี่ยวฟังแล้วก็ได้แต่พยักหน้าพร้อมกับเอ่ยตอบยิ้มๆ“นี่เป็นเพียงแค่การวางรากฐานอาคาร และการเดินท่อต่างๆใต้ดินเท่านั้น ขอบอกตามตรง งานก่อสร้างขนาดใหญ่เช่นนี้ นอกเหนือจากตระกูลหลี่ของท่านแล้ว ข้าเองก็คงมิสามารถหาผู้อื่นที่เป็นมืออาชีพเท่าตระกูลหลี่ได้แน่..” เขาเอ่ยชมหลี่จวิ้นหัวก่อนหลังจากหยุดนิ่งไปเล็กน้อยจึงได้เอ่ยต่อว่า “ส่วนทีมวิศกรในการก่อสร้างที่ท่านนำมาครั้งนี้ มิว่าจะเป็นทีมวิศกรจากประเทศจีน เยอรมัน อังกฤษ หรือแม้แต่ญี่ปุ่น ต้องยอมรับว่าทีมวิศกรที่ทำการออกแบบรากฐานและตัวอาคารนั้น นับว่าทำได้อย่างมิมีปัญหาใดๆ” “นอกเหนือจากรากฐานแล้วในเรื่องของรูปแบบสถาปัตยกรรมนั้น ก่อนหน้านี้หลิงหยุนเคยบอกกับข้าว่า เขาต้องการให้มีลักษณะเช่นเดียวกันกับพระราชวังต้องห้าม และสวนโบราณแห่งซูโจว..” หลิงหยุนมิเพียงต้องการเพียงแค่พระราชวังที่โอ่อ่าและสง่างามแต่ยังต้องการให้มีสะพานและสายน้ำ รวมถึงความสะดวกสบายที่ทันสมัยเทียบเท่าโรงแรมระดับห้าดาวในยุคนี้ด้วย หลิงเสี่ยวเอ่ยต่อด้วยสีหน้าท่าทางกระตือรือร้นพร้อมกับยกมือขึ้นชี้ไปยังผืนดินเบื้องล่าง “ที่ตรงนั้นกว้างใหญ่จึงควรก่อสร้างเป็นอาคารหลัก ส่วนพื้นที่บริเวณก็ปรับแต่งให้เข้ากับทัศนียภาพที่เหมาะสมกับท้องถิ่น..” หลังจากกล่าวจบหลิงเสี่ยวจึงหันไปบอกกับหลี่จวิ้นหัวว่า “พี่จวิ้นหัว หากพวกเราทำการก่อสร้างตามที่ข้าบอกเมื่อครู่ รับรองได้ว่าจะไม่เกิดปัญหาขึ้นในภายหลังเป็นแน่” “อีกอย่างนี่ก็เป็นรูปแบบการก่อสร้างที่พวกเราทั้งคู่ได้ปรึกษาพูดคุยกันก่อนที่พวกเราจะลงมือก่อสร้างมิใช่รึ..” หลิงเสี่ยวยิ้มให้กับหลี่จวิ้นหัวอีกคราแต่แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาในขณะที่เอ่ยถามออกไป “ฉะนั้น..พี่จวิ้นหัว การที่พี่ถามถึงหลิงหยุนเช่นนี้ ความจริงแล้วท่านมีเรื่องอันใดกันแน่ ได้โปรดบอกข้ามาตามตรงเถิด..” “เรื่องนั้น…”หลี่จวิ้นหัวรู้ดีว่าหลิงเสี่ยวเป็นคนเฉลียวฉลาดและคงมิอาจปิดบังอีกฝ่ายได้ จึงได้แต่ยิ้มออกไปพร้อมกับเอ่ยตอบด้วยสีหน้าเก้อเขิน“ความจริงก็หาได้มีเรื่องใหญ่โตอันใดไม่ข้าเพียงแค่อยากรู้ว่าหลิงหยุนยังมีโอสถเยาว์วัยอยู่อีกหรือไม่…”“น้องชาย..นี่เป็นเรื่องเกี่ยวพันถึงตระกูลหลี่ของข้าซึ่งเจ้าเองก็น่าจะรู้ดี เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงท่านพ่อของข้า..”หลี่จวิ้นหัวจ้องมองใบหน้าอ่อนเยาว์ของหลิงเสี่ยวซึ่งเวลานี้ดูอ่อนเยาว์ยิ่งกว่าเด็กหนุ่มในวัยยี่สิบเสียอีก..แน่นอนว่าหลิงเสี่ยวย่อมเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดีเพียงแต่มิคิดว่าอีกฝ่ายจะทุกข์ทรมานใจจนต้องเอ่ยปากออกมาเช่นนี้ก่อนที่จะออกจากปักกิ่งไปนั้นหลิงหยุนได้แจกจ่ายโอสถเยาว์วัย และโอสถโฉมสะคราญให้กับคนตระกูลหลิง ตระกูลเกา และสหายของเขาแต่ละคนที่หลิงหยุนมอบโอสถทั้งสองให้นั้นล้วนแล้วแต่เป็นคนใหญ่คนโต ซึ่งยากนักที่คนธรรมดาทั่วไปจะสามารถพบเจอได้ หากมิมีเรื่องจำเป็นจริงๆ พวกเขาก็ยากที่จะออกมาข้างนอกและการที่อาวุโสเหล่านี้ในปักกิ่งได้เปลี่ยนเป็นเด็กหนุ่มในวัยยี่สิบอย่างน่าอัศจรรย์เช่นนี้ ย่อมต้องเป็นที่ตกอกตกใจของผู้คนที่พบเห็น และเกิดแรงสั่นสะเทือนราวกับแรงระเบิดเลยทีเดียวหากจะกล่าวว่าเป็นเหตุการณ์ที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งแผ่นดินก็คงจะมิเกินจริงนัก!ข่าวคราวในเรื่องนี้ก็ได้แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วและเป็นวงกว้างราวกับเกิดระเบิดนิวเคลียร์ จนถึงตอนนี้.. มิเพียงแค่คนในแวดวงสังคมชั้นสูงเท่านั้นที่รู้เรื่องราวเหล่านี้ แม้แต่คนธรรมดาทั่วไปยังได้ยินเรื่องราวเหล่านี้ด้วย ในแวดวงชั้นสูงนั้น หาใช่เพียงเศรษฐีที่มีเงินนับหลายพันล้าน แต่ยังรวมถึงเหล่าดาราระดับต้นๆในวงการบันเทิงอีกด้วย!ข่าวคราวในเรื่องนี้ได้ทำให้ปักกิ่งสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเมืองหลายคนต่างต้องการรู้ว่าจะสามารถหาซื้อโอสถล้ำเลิศเช่นนี้ได้จากที่ใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลร่ำรวยที่อยู่ในวัยหกสิบปีขึ้นไป แต่ก็ยังมีเหล่าคนบันเทิงที่อยู่ในวัยสี่สิบปีขึ้นไปที่ต้องการโอสถนี้ด้วยเช่นกัน!และเพื่อให้ได้โอสถเยาว์วัยและโอสถโฉมสะคราญมาพวกเขาต่างก็ยอมทุ่มเทเงินทอง โดยมีหวาดกลัวว่าจะต้องจ่ายเงินจนล้มละลายเลยแม้แต่น้อย!หลี่จวิ้นหัวนั้นมาที่ตระกูลหลิงแทบทุกวันแน่นอนว่าเขาย่อมต้องเป็นบุคคลที่อยู่ใกล้ชิดแหล่งน้ำที่สุด แต่น่าเสียดายที่ตระกูลหลี่เพิ่งจะทำความสนิทสนมกับตระกูลหลิงได้ไม่นานนัก แม้จะมีการร่วมมือกันในโครงการใหญ่โตมากมาย แต่ทุกอย่างเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น หลิงหยุนจึงมิได้เต็มที่กับตระกูลหลี่นัก ซึ่งเรื่องนี้ตระกูลหลี่เองก็รู้ดีแก่ใจฉะนั้นนอกเหนือจากตระกูลเกา ตระกูลหลิน ตระกูลเสี่ยว และตระกูลฉินแล้ว หลิงหยุนก็มิได้มอบโอสถชนิดนี้ให้กับตระกูลหลี่ก่อนที่เขาจะเดินทางออกจากปักกิ่ง!เช่นนี้แล้วจะมิให้ตระกูลหลี่กระวนกระวายใจได้อย่างไรกันจะมิให้หลี่จวิ้นหัวกระวนกระวายใจได้เช่นใด?ฉะนั้น..เขาได้แต่ตั้งหน้าตั้งตาเฝ้ารอว่าหลิงหยุนจะกลับมาเมื่อใด จะได้สอบถามเรื่องโอสถเยาว์วัยนี้กับหลิงหยุน!“พี่จวิ้นหัว..ข้าเข้าใจความรู้สึกของท่านดี!”หลิงเสี่ยวรู้ว่าเวลานี้หลี่จวิ้นหัวเป็นเสาหลักของตระกูลหลี่เขาเป็นผู้ดูแลกิจการของตระกูลหลี่ทั้งหมด จะว่าไปก็ไม่ต่างจากหลิงหยุนซึ่งต้องมีภารกิจรัดตัวในทุกๆวัน แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยอมทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง และเข้ามาเป็นผู้ดูแลการก่อสร้างบ้านให้กับหลิงหยุนด้วยตัวเอง เพราะเกรงว่าจะเกิดความผิดพลาดระหว่างการก่อสร้างขึ้น“แต่สำหรับโอสถเยาว์วัยที่หลิงหยุนหลอมกลั่นขึ้นมาเองนั้นเรื่องที่จะมอบให้กับผู้ใด ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องของเขา แม้ข้าจะเป็นพ่อก็มิอาจเข้าไปก้าวก่ายได้..”หลิงเสี่ยวเข้าใจความรู้สึกของบุตรชายเช่นหลี่จวิ้นหัวได้ดีเขาจึงได้แต่เอ่ยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิด