ตอนที่ 1067
บทที่ 1498 : ของขวัญวันเกิด
October 22, 2026
บทที่ 1498 : ของขวัญวันเกิด “อืมม..” หลิงเสี่ยวพยักหน้าและมิได้ประหลาดใจที่หลิงหยุนสามารถล่วงรู้ขั้นพลังบ่มเพาะของตนเอง เขาตอบกลับด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม “เป็นเพราะเจ้าได้กำชับไว้ก่อนออกเดินทางในคืนวันไหว้พระจันทร์นั้น ตระกูลหลิงของเรามิได้มีงานเลี้ยงใดๆ เพียงแค่ทานข้าวร่วมกันพร้อมหน้าพร้อมตากันอย่างเรียบง่ายเท่านั้น” “แม้แต่ท่านปู่ของเจ้ายังดื่มไวน์ไปเพียงแค่สองสามแก้วจากนั้นจึงสั่งให้ทุกคนแยกย้ายกันไปฝึกวิชาดาราคุ้มกาย..” “แม้ว่าพวกเราทายาทตระกูลหลิงจะฝึกวิชาตามคัมภีร์เสวียนหวงซึ่งเป็นมรดกตกทอดของบรรพชนแต่วิชาบ่มเพาะกายาที่เจ้าถ่ายทอดให้นั้น นับเป็นวิชาที่ล้ำเลิศยิ่งนัก!” “ในคืนนั้น..ข้าเองก็มิได้ฝึกวิชาดาราคุ้มกายอยู่ที่บ้าน แต่ได้ขึ้นไปบนยอดเขาใกล้ๆ และนั่งฝึกอยู่ที่นั่นตลอดทั้งคืน และในที่สุดข้าก็สามารถทะลวงเข้าสู่ระดับย่อยที่หกในด่านที่สองได้..” “แต่เพียงเท่านั้น..” หลิงเสี่ยวเอ่ยมาถึงตรงนี้ก็ได้แต่ส่ายหน้าพร้อมกับเอ่ยต่อ“เป็นดังที่เจ้าบอก.. คืนนั้นนับเป็นโอกาสทองที่มีเพียงปีละครั้งเท่านั้น แต่มิว่าข้าจะพยายามเช่นใด ก็มิสามารถทะลวงขั้นได้มากกว่านั้น..” หลังจากที่หลิงหยุนได้ฟังหลิงเสี่ยวบอกเล่าเช่นนั้นเขาเองถึงกับตกตะลึงไม่น้อย เพราะความก้าวหน้าในวิชาดาราคุ้มกายของหลิงเสี่ยวนั้น นับว่ามิได้รวดเร็วน้อยไปกว่าเขามากนัก หลิงหยุนจึงได้แต่เอ่ยตอบยิ้มๆ“ท่านพ่อ.. แม้ว่านั่นจะเป็นโอกาสทอง และมีเพียงแค่ปีละครั้งเท่านั้น แต่อย่าลืมว่าภายในหนึ่งปีย่อมมีพระจันทร์เต็มดวงถึงสิบสองครั้ง และพลังจันทราของมันก็มิได้ด้อยไปกว่าคืนวันไหว้พระจันทร์มากนัก อีกทั้งยังดีกว่าวันปกติทั่วไป..” “ข้าเชื่อว่าในคืนวันพระจันทร์เต็มดวงคราวถัดไปด้วยพลังจันทราที่แข็งแกร่งในคืนนั้น จะช่วยให้ท่านพ่อสามารถเข้าสู่ระดับสูงสุดของดาราคุ้มกายขั้นที่สองได้แน่!” หลิงเสี่ยวเพียงแค่พยักหน้าก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองท้องนภาแล้วจึงหันมองไปยังขุนเขารอบกาย เวลานี้ท้องนภาเริ่มมืดครึ้ม พระจันทร์เสี้ยวเริ่มปรากฏขึ้น แล้วจึงเอ่ยกับหลิงหยุนว่า “จริงดังที่เจ้าพูดข้าจะรอให้ถึงคืนวันพระจันทร์เต็มดวงอีกครา จึงค่อยเร่งฝึกฝนวิชาบ่มเพาะกายานี้ให้แข็งแกร่งโดยเร็ว!” “กายาประหนึ่งเตาบ่มหลังจากบ่มเพาะกายาไปแล้ว ข้าจึงได้ฝึกวรยุทธบ่มเพาะตามคัมภีร์เสวียนหวง แล้วปรากฏการณ์ดั่งไผ่แตกยอดก็ปรากฏขึ้น หลังจากนั้นเพียงแค่สามวัน ข้าก็สามารถเข้าสู่ขั้นเอ้อเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-2) ได้ จากนั้นอีกเพียงแค่หนึ่งอาทิตย์ ข้าก็สามารถเข้าสู่ขั้นซานเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-3) ได้!” “หลังจากผ่านไปสิบวันข้าก็เข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นซานเฉิงชี่ได้ อีกทั้งขั้นพลังบ่มเพาะของข้าเวลานี้ก็เสถียรมั่นคงยิ่งนัก!” หลิงเสี่ยวหันมองไปทางทิศใต้ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านบรรพชนตระกูลหลิงเขาถอนหายใจออกมาพร้อมกับเอ่ยต่อ“เฮ้อ..แต่จะว่าไปที่ข้ามีวันนี้ได้ก็เพราะเจ้า หากมิใช่เพราะค่ายกลหลุมพลังภายในคฤหาสน์ตรกูลหลิง และหลิวเทวะวิญญาณซึ่งปลูกอยู่ภายในสวนแล้วล่ะก็ ก็คงจะมิมีพลังชีวิตที่แผ่กระจายออกมาตลอดทั้งวันทั้งคืนอย่างต่อเนื่องเช่นนั้น หาไม่แล้วคนตระกูลหลิงคงมิสามารถก้าวหน้าได้รวดเร็วเช่นนี้เป็นแน่..”หลิงหยุนรับฟังแต่มิได้เอ่ยตอบกลับไปเขาเพียงแค่ถามขึ้นว่า “ท่านพ่อ.. ท่านฝึกวิชาที่ยอดเขาใดกัน ช่วยพาข้าไปดูหน่อยจะได้หรือไม่?” ส่วนเรื่องการก่อสร้างด้านล่างนั้นเขาได้เห็นผ่านจิตหยั่งรู้ของตนอย่างละเอียดแล้ว จึงมิจำเป็นต้องเอ่ยถามอีกหลิงเสี่ยวยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะตอบหลิงหยุนกลับไปว่า“หลิงหยุน ที่นั่นเป็นเพียงแค่เขาสูงชั้นลูกหนึ่งเท่านั้น หาได้มีอะไรโดดเด่นไม่ เจ้ามิต้องเสียเวลาไปก็ได้..”หลิงเสี่ยวเห็นว่าหลิงหยุนเพิ่งจะกลับมาถึงอีกทั้งมีเวลาอยู่ปักกิ่งเพียงแค่หนึ่งวันเท่านั้น เขาจึงมิต้องการให้หลิงหยุนเสียเวลาไปกับเรื่องเหล่านี้ และต้องการพาหลิงหยุนกลับไปตระกูลหลิง เพื่อที่ทุกคนจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้งโดยเร็วแต่คิดไม่ถึงว่าหลิงหยุนจะดื้อรั้นยิ่งนักเขาคว้าข้อมือของหลิงเสี่ยวไว้พร้อมกับเอ่ยตอบไปว่า “ท่านพ่อ.. ใช้เวลาไม่นานหรอกน่า ท่านบอกเส้นทางข้าที..”ในเมื่อท้องนภายามนี้มืดมิดเขาจึงพาร่างของหลิงเสี่ยวเหาะออกไปทันที และกำลังมุ่งหน้าไปทางขุนเขาด้านเหนือ “ที่หน้าผาบนยอดเขานั่นล่ะ!”ยอดเขาแห่งนี้นับว่าสูงชันยิ่งนักแม้จะสูงกว่าระดับน้ำทะเลไม่ถึงห้าร้อยเมตร แต่กลับมีความลาดชันยิ่ง อีกทั้งยังมีทั้งต้นไม้และวัชพืนขึ้นหนาแน่น..“อืมม..สถานที่แห่งนี้นับว่าเหมาะแก่การฝึกวิชายิ่งนัก แทบมิต้องกังวลว่าจะมีผู้คนทั่วไปมาพบเห็นเข้า!”หลังจากที่หลิงหยุนเหาะลงบนยอดเขาแล้วเขาก็เหลือบมองไปทางเนินเขาพร้อมกับพยักหน้า..“ท่านพ่อ..พรุ่งนี้หลังจากงานเลี้ยงวันเกิดของท่านจบลง พวกเราจะมาที่นี่ เพื่อที่ท่านพ่อจะได้สามารถรับทัณฑ์สวรรค์ได้!”ในที่สุดหลิงหยุนก็เอ่ยถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของตนเองให้หลิงเสี่ยวรู้..เวลานี้หลิงเสี่ยวเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นซานเฉิงชี่และขั้นพลังบ่มเพาะก็เสถียรมั่นคงมากแล้ว เขาจึงมิปฏิเสธที่จะเข้าสู่ขั้นต่อไป อีกทั้งก่อนหน้านี้หลิงหยุนก็เคยย้ำกับเขาว่า หากจะทะลวงเข้าสู่ด่านกลางขั้นพลังชี่ หลิงหยุนจะต้องอยู่ด้วย..แต่หลิงเสี่ยวก็อดที่จะเอ่ยถามออกไปมิได้“รับทัณฑ์สวรรค์.. จะมิรีบร้อนไปหน่อยรึ!”เห็นได้ชัดว่าหลิงเสี่ยวเองก็มีความหวาดกลัวในเรื่องเดียวกับเย่ซิงเฉิน..“ท่านพ่อ..ได้โปรดเชื่อใจข้า ย่อมมิรีบร้อนเป็นแน่..”ระหว่างที่เอ่ยออกไปนั้นหลิงหยุนก็ได้เรียกหลิวเทวะวิญญาณที่อยู่กลางจุดตันเถียนของตนออกมา ก่อนจะนำไปปักไว้ที่ก้อนหินตรงหน้าบูม!!