ตอนที่ 1068
บทที่ 1499 : พัฒนาขั้น
October 22, 2026
บทที่ 1499 : พัฒนาขั้น ฟิ้ว..ฟิ้ว.. ฟิ้ว.. หลิงเสี่ยวฝึกฝนควบคุมกระบี่เหินได้อย่างรวดเร็วเขาเริ่มฝึกควบคุมกระบี่เหินให้เหาะไปรอบๆเขาในระยะทางสั้นๆก่อน หลังจากที่ปรับตัวได้ดีมากขึ้นแล้ว จึงได้เร่งความเร็ว และเวลานี้สามารถเหาะไปมาบนท้องนภาได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว หลิงเสี่ยวบังคับกระบี่เหินให้เหาะกลับไปหาหลิงหยุนพร้อมกับเอ่ยบอกเขาด้วยสีหน้าพออกพอใจ “หลิงหยุน..นี่นับเป็นยุทธภัณฑ์ระดับวิญญาณที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก ใช้เสินหยวนเปลี่ยนเป็นพลังวิเศษเพียงไม่กี่หยด ก็สามารถควบคุมกระบี่เหินเล่มนี้ได้อย่างง่ายดาย” หลิงหยุนเองก็เริ่มใช้กระบี่เหินเมื่อเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นซานเฉิงชี่(ขั้นพลังชี่-3) เช่นกัน แต่สิ่งที่แตกต่างกันก็คือ ครั้งนั้นกระบี่เหินเงาธนูของหลิงหยุนเป็นเพียงแค่ยุทธภัณฑ์ระดับวิญญาณขั้นต่ำเท่านั้น จึงต้องใช้พลังวิเศษในการควบคุมมาก แต่กระบี่เหินที่หลิงหยุนมอบให้กับหลิงเสี่ยวนั้นเป็นยุทธภัณฑ์ระดับวิญญาณขั้นสูงที่หลอมด้วยโลหะชั้นเลิศ และสามารถเชื่อมต่อสื่อสารกับเจ้าของกระบี่ได้ ลักษณะไม่ต่างจากกระบี่เหินของเหมี่ยวเสี่ยวเหมา แต่ถึงอย่างไรยุทธภัณฑ์ระดับวิญญาณขั้นสูงนั้น แม้จะได้รับการหยดเลือดแสดงความเป็นเจ้านายไปแล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถควบคุมสั่งการได้ในทันที อย่างน้อยๆ พลังปราณของคนผู้นั้นก็ต้องอยู่ในขั้นซานเฉิงชี่ หรืออาจจะต่ำกว่าเล็กน้อย แต่มันก็อาจจะดื้อดึงได้บ้าง.. หลิงหยุนสังเกตเห็นฝ่าเท้าของหลิงเสี่ยวที่เหยียบอยู่บนกระบี่เหินและร่างสมส่วนที่ยืนตรงประหนึ่งหอกแหลม คิ้วทั้งสองบ่งบอกถึงความมั่นอกมั่นใจ และภาคภูมิใจ จึงได้แต่ยิ้มออกมาพร้อมกับพยักหน้า ภาพของหลิงเสี่ยวที่อยู่ตรงหน้าหลิงหยุนเวลานี้ภาพชายหนุ่มที่แข็งแกร่งและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ นี่คือภาพของบิดาเขาเมื่อครั้งที่เป็นยอดฝีมือ ซึ่งได้ขึ้นชื่อว่าเป็นอัจฉริยะในครั้งนั้น! “ท่านพ่อ..กระบี่เหินเล่มนี้ท่านใช้ไปพลางๆก่อน เมื่อท่านสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นที่สูงขึ้นได้ และขั้นพลังเสถียรมั่นคงแล้ว ข้าจะมอบกระบี่เหินขั้นสูงกว่านี้ให้กับท่าน” “ดีมากทีเดียว!”หลิงเสี่ยวเอ่ยตอบหลิงหยุนในทันที “หลิงหยุน..เจ้าจะกลับตระกูลหลิงก่อน หรือจะไปพบศิษย์ของเจ้าก่อน” “นี่ยังไม่ถึงหนึ่งทุ่มเลย..พวกเราไปพบหนุ่มๆกันก่อนดีกว่าท่านพ่อ..” เมื่อนึกถึงศิษย์ทั้ง72 คนของสำนักหมอสวรรค์ หลิงหยุนก็ได้แต่ยิ้มและเอ่ยตอบหลิงเสี่ยวไป “พรุ่งนี้เป็นวันเกิดท่านพ่อ..พวกเขาน่าจะต้องมาร่วมอวยพรให้กับท่านพ่อด้วย” ระหว่างที่เหาะออกไปนั้นสองพ่อลูกก็ได้สนทนากันไปด้วย ทั้งคู่เหาะออกจากยอดเขามุ่งหน้าไปยังโรงเรียนฝึกสอนศิลปะการต่อสู้ …… โรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้ตระกูลหลิงนั้นอยู่ห่างจากไซส์งานก่อสร้างนี้ไปเพียงแค่สิบกิโลเมตรเท่านั้น ไม่นานนักทั้งหลิงหยุนและหลิงเสี่ยวก็ได้เหาะไปถึงบริเวณโรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้ “หกคนเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นโฮ่วเทียน-8แล้วรึ.. ก้าวหน้าดีกันทุกคน!” หลิงหยุนยังมิได้ตรงเข้าไปด้านในเขาเปิดจิตหยั่งรู้แอบสำรวจดูศิษย์ทั้ง 72 คนของตน และพบว่าหลังจากที่เขาจากไปกว่าหนึ่งเดือนนั้น นอกเหนือจากหกคนที่เข้าสู่ขั้นโฮ่วเทียน-8 นอกนั้นได้เข้าสู่ขั้นโฮ่วเทียน-7 กันหมดแล้ว“ทรัพยากรในการฝึกฝนมิขาดแคลนอีกทั้งยังหมั่นเพียรฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ หากมิก้าวหน้าข้าจะสามารถตอบเจ้าได้อย่างไรกันเล่า”ตระกูลหลิงรู้ดีว่าทั้งเจ็ดสิบสองคนนี้ล้วนเป็นศิษย์ของหลิงหยุน และจะต้องเป็นหน่วยกล้าตายของหลิงหยุนในวันข้างหน้า ฉะนั้น.. แม้หลิงหยุนจะมิอยู่ ตระกูลหลิงก็มิลังเลที่จะจัดหาทรัพยากรในการฝึกฝนมาให้อย่างเต็มที่ภายใต้การสนับสนุนของตระกูลหลิงมีหรือที่ศิษย์สำนักหมอสวรรค์จะขาดแคลนเงินทอง และทรัพยากรในการฝึกฝนหลิงเสี่ยวทำถึงกระทั่งพิจารณาแจกจ่ายโอสถตามที่เหมาะสมกับร่างกายของแต่ละคน อีกทั้งก่อนที่หลิงหยุนจะเดินทางออกจากปักกิ่งนั้น เขาได้สร้างค่ายกลหลุมพลังไว้ที่นี่ พลังชีวิตโดยรอบจึงถูกดูดเข้ามากักเก็บไว้ในบริเวณนี้ ซึ่งส่งผลดีอย่างยิ่งต่อการฝึกฝนวิชาของพวกเขาฉะนั้น..สภาพแวดล้อมของที่นี่จึงเอื้ออำนวยต่อการฝึกวรยุทธยิ่งนัก!หากจะบอกว่าพวกเขาทั้งหมดมิต่างจากถูกโยนร่างลงไปในบ่อของเหลวพลังชีวิต ก็คงจะมิเกินจริงนัก!หลิงเสี่ยวเคยฝึกนักรบตระกูลหลิง108 คนก่อนหน้านี้ แต่ทรัพยากรในการฝึกที่ใช้ไปในหนึ่งปี ยังมิสามารถเทียบได้กับที่ศิษย์ของหลิงหยุนทั้ง 72 คนใช้ไปในหนึ่งวัน!เช่นนี้แล้ว..จะมิให้พวกเขาแข็งแกร่ง และก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วเช่นใดกัน..“ข้าได้คอยกำชับพวกเขาอยู่เสมอว่ามิควรรีบร้อนที่จะประสบความสำเร็จ จนปล่อยให้ความโลภครอบงำ มิใช่ว่าเห็นผู้อื่นสามารถพัฒนาขั้นได้ ก็รีบร้อนบังคับตนเองให้ต้องเป็นเช่นนั้น สิ่งจำเป็นคือความเสถียรของพลังในแต่ละขั้น และการพัฒนาขั้นต้องปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติเท่านั้น หากผู้ใดขัดคำสั่งจะต้องถูกไล่กลับบ้าน!”หลิงเสี่ยวที่ยังคงเหาะอยู่บนท้องนภาเป็นผู้อธิบายให้กับหลิงหยุนฟัง.. “ฉะนั้นรากฐานของพวกเขาจึงได้แข็งแกร่งยิ่งนัก หาไม่แล้วทั้งหลัวอวี้ฉง หม่าเชียนจวิน และหลู่เหวินหลง คงจะสามารถเข้าสู่ขั้นเซียงเทียนได้แล้ว..”หลิงหยุนได้แต่หันไปเอ่ยกับหลิงเสี่ยว“ท่านพ่อ.. ขอบคุณท่านยิ่งนักที่ทุ่มเทฝึกสอนให้กับพวกเขาอย่างดีที่สุด!”ศิษย์ทั้ง72 คนนี้ หลิงหยุนเป็นผู้คัดเลือกมาด้วยตนเอง เขาจึงให้ความสนใจต่อการฝึกฝนของพวกเขายิ่งนัก หลิงหยุนมิเกรงว่าศิษย์ของเขาจะก้าวหน้าได้ช้า แต่สิ่งที่เขากลัวคือการฝึกฝนผิดๆต่างหากเล่า และหากฝึกฝนผิดทางจนถูกทิ้งไว้เพียงลำพัง หลิงหยุนคงจะรู้สึกเสียใจไม่น้อย!“ลงไปพบพวกเขากันดีกว่า..”สองคนพ่อลูกเหาะลงไปยังสนามด้านล่างภายในโรงฝึกทันที..…..“หลัวอวี้เฉิงหลู่เหวินหลง เหมิงเซวี่ยอี้หม่าเชียนจวิน ซูเชียงตง อู่เถิงเฟย….”หลังจากที่เข้าไปในโรงฝึกแล้วหลิงเสี่ยวก็เรียกหัวหน้าของทั้งหกกลุ่มออกมา และเอ่ยกับทุกคนว่า“เอาล่ะ..หยุดฝึกได้แล้ว! พวกเจ้าไปเรียกลูกน้องในกลุ่มของตนออกมา แล้วออกไปดูว่าผู้ใดมา”หลังจากออกคำสั่งไปเช่นนั้นแต่ละคนต่างก็พากันพุ่งออกไปที่สนามใหญ่ด้านนอกทันที..และแน่นอนว่าผู้ที่เร็วที่สุดย่อมต้องเป็นหลัวอวี้เฉิงซึ่งนับว่ามีพรสวรรค์มากที่สุด และแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม แล้วจึงตามมาด้วยคนอื่นๆ“ท่านอาจารย์!!”