ตอนที่ 1075
บทที่ 1506 : เกิดใหม่
October 22, 2026
บทที่ 1506 : เกิดใหม่ ทุกอย่างพร้อมแล้วขาดเพียงแค่โอกาสเท่านั้น.. หลิงเย่วกำลังบอกหลิงหยุนว่าโรงประมูลตระกูลหลิงนั้นพร้อมเปิดอย่างเป็นทางการแล้ว จะขาดก็เพียงแต่สมบัติล้ำค่าที่จะนำมาเปิดประมูลเท่านั้นเอง หรือก็คือ..หลิงเย่วเฝ้ารอการกลับมาของหลิงหยุน เพราะสมบัติต่างๆที่จะนำออกประมูลนั้น เวลานี้ล้วนแล้วแต่อยู่ในแหวนจักรวาลของเขาทั้งสิ้น “ความจริงข้าคิดว่าเจ้าจะสามารถช่วยสะสางปัญหาของตระกูลเหอให้เสร็จสิ้นก่อนที่จะถึงวันเกิดของพ่อเจ้าได้ และสามารถกลับตระกูลหลิงได้เร็วกว่านี้ ข้าจึงได้แต่รอคอยอยู่อย่างเงียบๆ” “แต่กลับคิดไม่ถึงว่าเจ้าจะจัดการสะสางปัญหาสองเรื่องในคราวเดียวเช่นนี้..” หลิงหยุนเพียงส่ายหน้ายิ้มๆก่อนจะตอบกลับไปว่า “เรื่องหนอนกู่ภายในร่างของท่านปู่เสี่ยวนั้น เป็นเรื่องที่ข้าได้รับปากกับท่านปู่ไว้ตั้งแต่เมื่อครั้งที่พบกันคราแรก นี่เวลาก็ล่วงเลยมานานถึงครึ่งปีแล้ว ได้เวลาที่ข้าควรจะต้องสะสางให้เสร็จสิ้นเสียที หาไม่ข้าคงรู้สึกไม่สบายใจเป็นแน่..” “หลิงหยุนข้าหาได้ตำหนิเจ้าไม่ ที่เจ้าทำเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว!” หลิงเย่วยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับเอ่ยต่อ“ก่อนที่เจ้าจะผงาดขึ้นมานั้น ท่านหมอเสี่ยวเองก็ได้ฉายาหมอเทวดามาก่อน ผู้คนในแวดวงสังคมชั้นสูงต่างก็ให้ความเคารพเขายิ่งนัก!” “ไม่เพียงเท่านั้น..ในช่วงที่เจ้ามิได้อยู่จิงฉู ท่านหมอเสี่ยวก็ได้ทำหลายสิ่งหลายอย่างให้กับเจ้า และด้วยความสัมพันธ์ระหว่างเจ้ากับหนิงเอ๋อ ท่านหมอเสี่ยวและตระกูลหลิงของเราจึงเปรียบเสมือนญาติ เจ้าไปช่วยสะสางปัญหาให้กับเขาเช่นนั้น จึงเป็นเรื่องที่สมควรยิ่งแล้ว..” หลิงเย่วเอ่ยจบก็ได้หยิบห่อชาข้างกายขึ้นมาพร้อมกับเอ่ยยิ้มๆ “เอาล่ะ ได้เวลาลิ้มรสชาจากเผ่าเหมี่ยวเจียงบ้าง ดูเหมือนว่าเจ้าไปเผ่าเหมี่ยวเจียงครั้งนี้ ภารกิจคงจะจบลงด้วยดีสินะ” “จบลงอย่างสมบูรณ์แบบทีเดียว..” เมื่อหลิงเย่วเอ่ยถามเช่นนี้หลิงหยุนจึงได้แต่ยิ้ม และเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้หลิงเย่วฟังคร่าวๆ หลิงเย่วฟังไปก็พยักหน้าไป “ทุ่งพลังชีวิต..ปลูกชา ผัก ผลไม้ ทั้งหมดจะเติบโตและมีพลังชีวิตปะปนอยู่.. ยังมีสมุนไพรพลังชีวิตต่างๆอีก..” หลิงเย่วฟังไปก็เคาะนิ้วลงบนโต๊ะไปด้วยแล้วจึงเอ่ยออกมาด้วยความชื่นชม “ทั้งสามคนปู่ ย่า และหลานสาว ต่างก็ฝึกวิชาพฤกษาขจีด้วย.. หลิงหยุน ครั้งนี้เจ้าช่างคิดการใหญ่นัก!” เพียงแค่ฟังคำพูดประโยคนี้ของหลิงเย่วหลิงหยุนก็รู้ได้ทันทีว่า หลิงเย่วสามารถเข้าใจความต้องการของเขาได้อย่างทะลุปรุโปร่ง “แต่ตอนนี้คงยังต้องอยู่ในช่วงของการทดลองเท่านั้น ยังเร็วเกินไปที่จะทำการปลูกพืชพลังชีวิตพร้อมกันในคราวเดียว..” หลิงหยุนยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับเอ่ยตอบไปว่า“ท่านลุง ข้าเริ่มสร้างทุ่งพลังชีวิตทั้งหมดห้าแห่ง และพืชพรรณเหล่านั้นจะถูกส่งมาประมูลขายที่โรงประมูลตระกูลหลิงของเราด้วย..” “เยี่ยมๆพืชพลังชีวิตเหล่านี้จะเป็นสินค้าหลักของโรงประมูลตระกูลหลิงในวันข้างหน้า ข้าเชื่อว่าหากทั้งตระกูลเก่าแก่ และสำนักต่างๆได้รู้ ย่อมต้องมาหาพืชพลังชีวิตเหล่านี้ เพื่อนำกลับไปกินเป็นอาหาร มิต้องกลัวว่าจะขายไม่ได้เป็นแน่” หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับเอ่ยตอบไปว่า“เรื่องนำไปขายนั้นเป็นเรื่องรอง จุดประสงค์ของข้าคือการส่งพืชพลังชีวิตทั้งหมดนี้ให้กับตระกูลหลิงเสียก่อน หากเหลือจากนั้นจึงค่อยนำไปประมูลต่างหากเล่า”มิว่าจะเป็นเรื่องใดหลิงหยุนต้องมั่นใจว่า คนตระกูลหลิงจะต้องเป็นผู้ได้รับประโยชน์ก่อน นี่คือเรื่องใหญ่สำหรับเขา!หลิงเย่วได้ฟังแล้วถึงกับส่ายหน้าไปมาด้วยความตกตะลึงและเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ดูท่าจากนี้ไปตระกูลหลิงของเรา คงยากที่จะหลีกหนีความรุ่งเรืองได้สินะ!”จะมีสักกี่ตระกูลที่จะมีพืชผักพลังชีวิตผลไม้พลังชีวิต และสมุนไพรพลังชีวิตดื่มกินบำรุงร่างกายตลอดทุกวันเช่นนี้ นี่นับเป็นเรื่องที่อัศจรรย์ยิ่ง!แต่หากเปรียบเทียบกับโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่แล้วหาใช่เรื่องที่เหลือเชื่อ หรืออัศจรรย์ใจแต่อย่างใดไม่!เมื่อคิดได้เช่นนั้นหลิงเย่วอดไม่ได้จนต้องเอ่ยถามออกมา “หลิงหยุน.. เจ้าหักโหมเช่นนี้ คิดที่จะนำพาตระกูลหลิงไปสู่จุดใดกันแน่!”แม้แต่หลิงเย่วเองยังมิอาจจินตนาการได้ว่า หลิงหยุนจะนำพาตระกูลหลิงไปสู่จุดสูงสุดถึงเพียงใดสำหรับเรื่องนี้หลิงหยุนเองยังคงหลีกเลี่ยงที่จะตอบหลิงเย่ว เพราะเชื่อว่าแม้แต่หลิงเย่วเองก็คงมิอาจนึกภาพตามได้แน่..หลิงหยุนยิ้มเล็กน้อยพร้อมตอบกลับไปว่า“ท่านลุง.. เรื่องนั้นท่านค่อยๆรอดูไปทีละก้าวจะดีกว่า!”“ส่วนเรื่องสินค้าที่จะนำมาประมูลนั้นไม่ว่าจะเป็นโอสถต่างๆ ยันต์ กระบี่ และทรัพยากรต่างๆในการฝึกวรยุทธบ่มเพาะ ข้ามีอยู่อย่างพร้อมเพรียงแล้ว หากข้านำออกมาประมูลแล้วล่ะก็ เชื่อว่าเหล่าชาวยุทธจะต้องแก่งแย่งกันประมูลเป็นแน่!”“ฉะนั้นในการประมูลแต่ละครั้ง จำต้องมีการควบคุมจำนวนสินค้าที่จะนำขึ้นประมูลด้วย..”หลิงเย่วได้ฟังถึงกับใจเต้นรุนแรง..นั่นเพราะแต่ละครั้งที่ตระกูลเย่ทำการเปิดโรงประมูลนั้นจะห่างกันราวสามหรือห้าเดือน บางครั้งก็นานกว่าครึ่งปีเลยทีเดียว นั่นเพราะพวกเขาจำเป็นต้องมีเวลาไปกว้านหาสินค้าที่จะนำมาประมูลนั่นเองแต่เวลานี้หลิงหยุนกลับพูดว่า..จำเป็นต้องควบคุมสินค้าที่จะนำออกมาประมูล!!หลิงเย่วอดคิดไม่ได้ว่า..เด็กคนนี้มีสมบัติล้ำค่าอยู่ในตัวมากมายเพียงใดกัน เวลานี้เขาตื่นเต้นอย่างมาก จนเอ่ยออกมาได้เพียงแค่ว่า“เจ้าเก่งมาก!!”หลังจากที่หายตกใจหลิงเย่วได้แต่เอ่ยออกไปว่า “เรื่องนี้ลุงจะทำตามความต้องการของเจ้า..”“ในช่วงการเปิดและปิดประมูลเล่า..เจ้าคิดที่จะนำสิ่งใดออกมาประมูลกัน” หลิงเย่วเอ่ยถามต่อด้วยความตื่นเต้นหลิงหยุนยิ้มสบายๆและตอบกลับไปว่า“ข้าว่าจะใช้โอสถเยาว์วัยและโอสถโฉมสะคราญในการเปิดประมูล เพื่อเป็นการสร้างสีสันให้กับโรงประมูลของเรา ส่วนช่วงท้ายของการปิดประมูลนั้น.. ก็น่าจะเป็นแหวนพื้นที่ธรรมดาๆก็พอ”แม้หลิงเย่วพอจะคาดเดาได้ก่อนบ้างแต่หลังจากได้ยินคำบอกเล่าของหลิงหยุน เขาก็อดที่จะเอ่ยถามออกไปด้วยความตกใจไม่ได้