ตอนที่ 1092
บทที่ 1523 : พรรคมารที่ลี้ลับ
October 22, 2026
บทที่ 1523 : พรรคมารที่ลี้ลับ “หลิงหยุนมีท่านแม่ของเจ้าอยู่ด้วย ซิงเฉินย่อมปลอดภัยแน่ เจ้าอย่าได้กังวลใจไปเลย!” จินเหยียวจับมือหลิงหยุนไว้และพาเดินไปนั่งในที่แห่งหนึ่ง.. หลิงหยุนเห็นท่าทางของจินเหยียวแล้วจึงได้รู้ว่านางมีบางสิ่งบางอย่างต้องการบอกเขาเป็นแน่ จึงได้นำหินพลังชีวิตออกมาสร้างเป็นค่ายกลไว้ เวลานี้ภายในตระกูลหลิงมียอดฝีมืออยู่มากมาย เขามิต้องการให้เรื่องที่จินเหยียวบอกเล่านี้ ไปเข้าหูของผู้อื่นได้ และค่ายกลที่หลิงหยุนสร้างขึ้นด้วยหินพลังชีวิตนี้ต่อให้เป็นยอดฝีมือขั้นก่อสร้างรากฐาน ก็ยากที่จะแอบฟังได้ นอกเหนือจากหลิงหยุนกับจินเหยียวสองคนแล้ว แม้แต่จิตหยั่งรู้ของยอดฝีมือก็ยากที่จะตรวจพบได้ หลังจากสร้างค่ายกลเสร็จแล้วหลิงหยุนจึงได้เอ่ยขึ้นว่า “ท่านน้าจินเหยียว ข้ามีเรื่องกังวลใจอยู่สองเรื่อง..” “นับตั้งแต่วันที่ข้าจับตัวซือกงถูไว้ได้และซือกงวู่ฉิงก็ได้หนีไปหลบที่ต่างประเทศ จนกระทั่งถึงวันนี้ ข้าก็ยังมิเห็นพรรคมารเคลื่อนไหวใดๆเลยแม้แต่น้อย มิมีคนของพรรคมารออกมาจัดการกับข้าเลยแม้แต่คนเดียว..” “นี่คือเรื่องแรก..” “ส่วนอีกหนึ่งเรื่องก็คือ..ก่อนที่ข้าจะเดินทางกลับจากเขาเทียนซานนั้น ซิงเฉินกลับถูกท่านแม่เรียกตัวกลับพรรคมารอย่างเร่งด่วน ในเมื่อท่านแม่เรียกนางกลับไปด้วยตนเองเช่นนี้ ย่อมหมายความว่าต้องมีเรื่องสำคัญเร่งด่วนเป็นแน่..” “ข้าเกรงว่าจะเกิดเรื่องขึ้นที่พรรคมารข้ารู้สึกกังวลใจยิ่ง..” “เจ้าคงกังวลใจว่าพรรคมารจะแอบเคลื่อนไหวลับหลังเจ้าและกังวลว่าซิงเฉินจะถูกพวกเขาควบคุมตัวไว้สินะ” จินเหยียวคาดการได้ตรงใจหลิงหยุนยิ่งนักเขาจึงได้แต่พยักหน้า “ท่านน้าคาดเดาได้ตรงใจข้านัก!” จินเหยียวยิ้มพร้อมกับเอ่ยตอบไปว่า“หลิงหยุน.. นี่เรียกว่าห่วงใยจนเกินเหตุ..” “คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะห่วงใยซิงเฉินมากมายถึงเพียงนี้” เมื่อได้ยินจินเหยียวหยอกเย้าเช่นนั้นหลิงหยุนก็ถึงกับหน้าแดงก่ำ เพราะที่นางกล่าวมาล้วนแล้วแต่เป็นความจริง “พรรคมารลี้ลับยิ่งนักอีกทั้งยังมีวรยุทธล้ำเลิศกันทุกคน!” ระหว่างที่สนทนากันอยู่นั้นจินเหยียวก็ได้เงยหน้าขึ้น และหันมองไปรอบตัว พร้อมกับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงขบขัน“แต่ไม่ว่าจะเก่งกาจเยี่ยงไรทุกคนก็คือมนุษย์เดินดินเหมือนกัน จะแตกต่างกันมากสักเท่าใดกัน”“หลิงหยุน..เจ้าอย่าลืมว่าเวลานี้เจ้ามีกระบี่โลหิตแดนใต้อยู่ในมือ ซึ่งเวลานี้มันได้เปลี่ยนเป็นกระบี่มารโลหิตแล้ว!”“กระบี่โลหิตแดนใต้นับเป็นอาวุธระดับเซียนและเป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์ของพรรคมารมานับพันๆปี ผู้ใดครอบครองกระบี่โลหิตแดนใต้ ย่อมเป็นเจ้าแห่งมาร เรื่องนี้เจ้าเองก็รู้มิใช่รึ”“ข้าทราบ..”หลิงหยุนพยักหน้า“หลิงหยุนคำกล่าวนี้หาใช่เป็นการกล่าวอ้างเรื่อยเปื่อย แต่มันคือความจริง!”หลิงหยุนฟังแล้วก็ได้แต่หัวเราะพร้อมกับลุกขึ้นยืน“มิน่า.. ซือกงถูกับลูกๆของมันจึงอยากจะช่วงชิงไปจากข้านัก!”จินเหยียวเอ่ยตอบกลับไปทันที“ผู้ใดบ้างเล่าที่ไม่ต้องการอาวุธระดับเซียนชิ้นแรกของพรรคมารไปครอบครอง!”“เจ้าเองไม่เพียงมีกระบี่วิเศษอยู่ในมือแต่กระบี่เล่มนี้ยังยอมรับเจ้าแล้วด้วย แต่นั่นก็มิได้หมายความว่า มันจะไม่ยอมรับยอดฝีมือในพรรคมารคนอื่นๆเช่นกัน ตราบใดที่เป็นคนของพรรคมาร พวกเขาก็มีสิทธิ์ท้าทาย และแย่งชิงกระบี่วิเศษเล่มนี้ไปจากเจ้า!”“อีกทั้งซือกงถูและลูกๆของมันยังเป็นศัตรูคู่แค้นของพวกเราด้วย จึงไม่แปลกที่พวกมันคิดที่จะแย่งชิงกระบี่เล่มนี้ไปจากเจ้า!”หลิงหยุนเข้าใจในเรื่องนี้อย่างกระจ่าง..อย่าว่าแต่กระบี่ระดับเซียนเล่มแรกของพรรคมารเลยหากเขานำพู่กันจักรพรรดิแห่งมนุษย์ สมุดจักรพรรดิแห่งพิภพ และหม้อเสินหนงออกมาเปิดเผย เชื่อว่าทุกคนที่พบเห็นย่อมต้องอยากแย่งชิงไปไว้ในครอบครองเช่นกัน!“ซือกงถูเป็นเพียงแค่ผู้พิทักษ์กฏรุ่นเยาว์คนหนึ่งที่พรรคมารเลือกคัดมาเท่านั้นและหลังจากที่มันได้รับบาดเจ็บสาหัสเพราะข้าเมื่อสิบแปดปีก่อน มันก็ไม่สามารถออกปฏิบัติภารกิจในโลกได้อีกนานหลายปี จึงไม่ได้รับความสนใจจากเหล่าอาวุโสในพรรคมารคนสำคัญๆอีกต่อไป..”“ฉะนั้นการที่เจ้าสังหารซือกงถูกับลูกชายนั้น แม้พรรคมารจะได้รับข่าวคราวแล้ว แต่ก็คงมิมีผู้ใดใส่ใจกับเรื่องนี้นัก จึงมิมีผู้ใดคิดที่จะมาแก้แค้นเจ้าแทนพวกมัน..”“เหตุผลอีกหนึ่งข้อและสำคัญยิ่งก็คือ..เป็นเพราะเจ้ามีกระบี่โลหิตแดนใต้อยู่ในมือนั่นเอง บรรดาผู้เฒ่าแห่งพรรคมารซึ่งเป็นบุคคลสำคัญยิ่ง ต่างก็รู้ดีว่ากระบี่วิเศษเล่มนั้นได้ยอมรับเจ้าแล้ว ฉะนั้น ผู้เฒ่าบางคนจึงได้แอบยอมรับเจ้า และสนับสนุนเจ้าอยู่เงียบๆ!”หลิงหยุนเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย“นี่นับเป็นเรื่องดีหรือไม่”จินเหยียวตอบกลับยิ้มๆ“ย่อมต้องดีแน่!”“และนี่คือเหตุผลสำคัญที่พรรคมารไม่มีการเคลื่อนไหวหลังจากที่เจ้าสังหารซือกงถูและลูกชายอย่างไรเล่า ที่คนของพรรคมารไม่ออกมาแก้แค้นเจ้านั้น ก็เพราะถูกผู้เฒ่าพรรคมารยับยั้งไว้ พวกเขามีอำนาจมากพอที่จะหยุดยั้งเรื่องนี้..”