ตอนที่ 1093
บทที่ 1524 : สหายเก่า
October 22, 2026
บทที่ 1524 : สหายเก่า หลังจากได้ฟังจินเหยียวบอกเล่าเรื่องราวต่างๆจิตใจที่เคยหนักอึ้งประหนึ่งแบกหินก้อนโตไว้นั้น ถึงกับเบาลงอย่างบอกไม่ถูก การที่เย่ซิงเฉินสามารถฝึกวรยุทธบ่มเพาะก้าวหน้ามาถึงเช่นนี้ได้นั้นส่วนหนึ่งเป็นเพราะพรสวรรค์ของตัวนางเอง และพื้นฐานอันแข็งแกร่งที่หยินชิงเฉวียนเฝ้าพร่ำสอน อีกส่วนหนึ่งย่อมสืบเนื่องมาจากการทุ่มเทถ่ายทอดวิชาของหลิงหยุน แต่เวลานี้.. พรรคมารกลับได้ประโยชน์ไป โดยให้นางไปทำลายค่ายกล.. นี่เป็นสิ่งที่น่าเศร้าใจสำหรับหลิงหยุนยิ่ง! “หลิงหยุนข้ารู้ว่าเจ้าคงจะไม่พอใจนัก!” จินเหยียวเห็นสีหน้าหงุดหงิดรำคาญใจของหลิงหยุนก็ได้แต่เอ่ยปลอบใจว่า “มันไม่มีหนทางอื่นจริงๆ” “เจ้าเองก็คงรู้แล้วว่าที่ผ่านมานับพันๆปีนั้น โอรสพรรคมารที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่นนั้น จะต้องผ่านการต่อสู้คัดเลือก และผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดนั้นจึงจะได้รับการคัดเลือก..” “แต่ธิดาพรรคมารนั้นไม่ว่าผ่านมาเนิ่นนานเพียงใด แต่ละรุ่นก็จะมีเพียงคนเดียวเท่านั้น..” “เจ้ารู้หรือไม่ว่าเพราะเหตุใดหากธิดาพรรคมารมิได้มีค่าและมีประโยชน์ต่อพรรคมารมากพอ มีเหตุผลอันใดที่พรรคมารจะต้องมีกฏเช่นนี้?” “ท่านน้าจินเหยียว..เรื่องนั้นข้าเข้าใจดี!” หลิงหยุนรู้ดีว่าจินเหยียวกล่าวด้ถูกต้องและหลิงหยุนเองก็รู้เรื่องนี้ดีอยู่แก่ใจ “ข้าเพียงแค่คิดว่า ท่านแม่กับซิงเฉินถูกคนของพรรคมารบีบบังคับให้ทำเช่นนั้น ก็รู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก..” “แต่นั่นก็ไม่ใช่การลงทุนโดยมิได้รับสิ่งใดตอบแทน..” จินเหยียวอธิบายต่อ“เพราะตราบใดที่ค่ายกลถูกทำลายได้ ประโยชน์ที่จะได้รับก็มีมากมายมหาศาลเลยทีเดียว!” “ดังเช่นที่พี่ชิงเฉวียนได้รับประโยชน์จากดินแดนลี้ลับในคราวก่อนมันมากมายมหาศาลอย่างที่ไม่อาจอธิบายได้เลย..” “เอาล่ะ..ข้าไม่ติดใจอะไรแล้วท่านน้า พวกเราสนทนาเรื่องอื่นกันเถิด” หลิงหยุนเอ่ยตอบยิ้มๆจากนั้นทั้งสอบคนก็นั่งสนทนาเกี่ยวกับเรื่องลี้ลับภายในพรรคมารอยู่นานกว่ายี่สิบนาทีจนกระทั่งเข้าสู่เวลาสิบโมงครึ่งโดยไม่รู้ตัวเวลานี้นับเป็นช่วงเวลาที่แขกหนาแน่นที่สุด และเวลานี้ที่หน้าประตูทางเข้าตระกูลหลิง ก็มีผู้คนหลั่งไหลเดินทางมากันอย่างเนืองแน่นเหล่าสมาชิกตระกูลหลิงต่างก็ต้อนรับแขกเหรื่อจนไม่มีเวลาได้พักทั้งหลิงลี่ หลิงเสี่ยว และหลิงเย่ว ก็เดินเข้าเดินออกอยู่ตลอดเวลา ทั้งสามคนต่างก็ทักทายคลื่นมวลชนระลอกแล้วระลอกเล่าเวลานี้ไม่ว่าผู้ใดที่เดินอยู่บนท้องถนน ก็ล้วนแล้วแต่ตรงเข้ามาตระกูลหลิงทั้งสิ้น นี่เป็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับตระกูลหลิงมาสิบกว่าปีแล้ว..หลิงหยุนสังเกตเห็นว่าในบรรดาแขกระลอกใหม่ที่มานั้น ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นคนธรรมดาทั่วไปในสังคมชั้นสูง และบางคราก็มีชาวต่างชาติปะปนมาบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่ก็ล้วนแล้วแต่เป็นเจ้าหน้าที่จากสถานฑูตของประเทศต่างๆ ดังที่เกาเฉินเฉินบอกเขาเมื่อคืนนี้ แต่ทุกคนก็มาด้วยท่าทางสุภาพและมีมารยาท หลิงหยุนจึงไม่ได้ให้ความสนใจมากนักแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีแขกอีกกลุ่มหนึ่งที่ทำให้หลิงหยุนรู้สึกสนใจ จนต้องจับตามองได้..จากที่คนกลุ่มนั้นแนะนำตัวเองทำให้หลิงหยุนได้รู้ว่า.. ทั้งหมดก็คือหม่าซือหยุน หม่าซิ่วจุน หวังฉางหลิง และซูต้าหยิน ความจริงแทบไม่ต้องแนะนำตัวก็ได้เพราะทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นนักธุรกิจที่ร่ำรวย และประสบความสำเร็จอย่างมากของประเทศนี้ เรียกได้ว่าตลอดกว่าสองทศวรรษมานี้ พวกเขาล้วนแล้วแต่ติดโผนักธุรกิจที่ร่ำรวย และประสบความสำเร็จอย่างสูงมาโดยตลอด“แม้กระทั่งคนเหล่านี้ก็มาด้วยงั้นรึ”หลิงหยุนถึงกับยิ้มออกมาและได้แต่คิดว่า การเคลื่อนไหวออกทวงหนี้จากตระกูลหลง และตระกูลเย่เมื่อคืนนี้ ดูเหมือนจะสร้างแรงสั่นสะเทือนได้ไม่น้อยทีเดียวแต่จนกระทั่งถึงตอนนี้ศิษย์ทั้ง 72 คนที่ออกทวงหนี้เมื่อคืนนี้ ก็ยังไม่ปรากฏตัว..“เอ๊ะ!!เหตุใดสองคนจึงมาด้วยกันได้?”จู่ๆหลิงหยุนก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกับร้องอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ แล้วรีบหันไปบอกกับจินเหยียวว่า“ท่านน้าจินเหยียวท่านกลับเข้าไปพักผ่อนในบ้านก่อน ข้าจะต้องออกไปพบสหายเก่าเสียหน่อย!”หลังจากนั้นหลิงหยุนก็จัดการถอนค่ายกล และรีบพุ่งไปที่สวนด้านหน้าทันที มีไม่กี่คนนักที่จะทำให้หลิงหยุนรู้สึกประหลาดใจ และเอ่ยปากเรียกสหายเก่าเช่นนี้ได้