ตอนที่ 1117
บทที่ 1548 : วิชาถอดศรีษะ
October 22, 2026
บทที่ 1548 : วิชาถอดศรีษะ ระหว่างเกาะโกโลอานีและเกาะฮ่องกงนั้นยังมีเกาะเล็กเกาะน้อยอยู่อีกมากมาย แต่จะมีเกาะใหญ่สี่เกาะที่อยู่ติดกับเกาะโกโลอานีมากที่สุด และตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของเกาะโกโลอานี แต่ละเกาะนั้นมีพื้นที่ราวสิบกว่าตารางกิโลเมตร และทางด้านทะเลด้านตะวันออกที่หลิงหยุนพูดถึงก็คือที่นี่นั่นเอง! ห่างจากชายฝั่งด้านตะวันออกของเกาะโกโลอานีไปราวหนึ่งกิโลเมตรมีสปีดโบ๊ทลำใหญ่จอดอยู่ และดับเครื่องไว้ แต่หลังจากที่ศรีษะนั้นถูกกระบี่เหินของหลิงหยุนแทงทะลุปักเข้ากับพื้นสปีดโบ๊ทลำนั้นก็ได้สตาร์ทเครื่อง และขับพุ่งออกไปทางทิศตะวันออกเต็มกำลังแรงม้า แต่ถึงแม้ว่าสปีดโบ๊ทลำนั้นจะเร่งไปด้วยความเร็วสูงสุดแล้วแต่กระบี่กังฉีของหลิงหยุนดูเหมือนจะเร็วยิ่งกว่า! เวลานี้กระบี่กังฉีของหลิงหยุนจัดอยู่ในยุทธภัณฑ์ขั้นสมบัติระดับสูงบังคับควบคุมผ่านทางความคิด จึงสามารถเคลื่อนที่ไปได้อย่างรวดเร็ว และคล่องแคล่ว ความเร็วของกระบี่กังฉีเวลานี้ เร็วกว่าเสียงถึงแปดเท่า ในหนึ่งวินาทีสามารถเคลื่อนที่ไปได้ไกลถึงสามกิโลเมตร! ยิ่งไปกว่านั้นกระบี่กังฉียังเกิดจากการควบแน่นของพลังหยินและหยางที่บริสุทธิ์ ซึ่งควบแน่นจนเป็นเกล็ดแข็งรูปกระบี่ ทำให้หลิงหยุนสามารถสังหารศัตรูได้ โดยไม่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายด้วยซ้ำไป กระบี่กังฉีมีขนาดเล็กเท่านิ้วชี้เท่านั้นจึงยากที่ศัตรูจะมองเห็นได้ อีกทั้งยังเคลื่อนไหวเงียบเชียบ ในยามค่ำคืนเช่นนี้ กระบี่กังฉีจึงกลืนไปกับความมืดมิดไม่ต่างจากปีศาจราตรี และกำลังพุ่งโฉบไปโฉบมาอยู่ภายในเรือ จนร่างไร้ศรีษะที่นั่งอยู่นั้นถึงกับมีรูเล็กๆเจ็ดแปดรูเต็มร่าง ก่อนจะพุ่งเข้าสู่จะตันเถียนของร่างไร้ศรีษะนั้น ภายใต้การควบคุมของหลิงหยุนหลังจากที่กระบี่กังฉีหายเข้าไปในจุดตันเถียนของร่างไร้ศรีษะแล้ว ก็ได้เปลี่ยนเป็นกระแสวนหยิน–หยางขนาดเท่าฝ่ามือ และเริ่มดูดซับเอาพลังปราณภายในร่างเข้าไปจนหมด หลังจากนั้นหลิงหยุนก็ได้ใช้พลังจิตของตน เปลี่ยนกระแสวนหยิน–หยางให้เป็นกระบี่กังฉี พร้อมกับพุ่งทะยานออกมาจากท้องน้อยของร่างไร้ศรีษะนั้น และครั้งนี้ก็เห็นได้ชัดว่า กระบี่กังฉีมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมถึงสองเท่า เหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายตาของหวังชงเซียวและแวมไพร์ทั้งห้าหลังจากที่กระโดดลงไปบนเรือแล้ว ร่างของชายที่กำลังขับเรือหนี ก็ถูกฝ่ามือของหวังชงเซียวซัดเข้าใส่ร่าง ก่อนที่จะค่อยๆทรุดหน้าคว่ำลงกับพวงมาลัยเสียชีวิต.. –หวังชงเซียวเอ็ดเวิร์ด พวกเจ้าสองคนมัวทำอะไรอยู่ ขับสปีดโบ๊ทเข้าฝั่ง แล้วนำร่างของพวกมันกลับมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!– หลิงหยุนสั่งผ่านกระแสจิตพร้อมกับเรียกกระบี่กังฉีกลับไป.. ทางด้านหวังชงเซียวได้แต่ยืนงงเขาไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ และไม่รู้วิธีการควบคุม หรือเปิดปิดสปีดโบ๊ทเลยแม้แต่น้อย “ข้าจัดการเอง!” เจสเตอร์ที่บินอยู่ด้านบนรีบร่อนลงบนเรือทันทีและจัดการผลักร่างไร้วิญญาณของคนขับออก แล้วเข้าไปบังคับพวงมาลัยหันหัวเรือกลับเข้าเกาะโกโลอานีทันทีหลังจากที่ไปถึงฝั่งและดับเครื่องสปีดโบ๊ทแล้ว เจสเตอร์ก็ได้ใช้มนต์แวมไพร์สร้างกรงขนาดใหญ่ขึ้นครอบเรือ แล้วยกขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะแบกสปีดโบ๊ทมุ่งหน้ากลับไปที่บ้านพักตากอากาศอย่างรวดเร็ว………….เวลานั้นเซิ่งหยิงหยิงได้ขึ้นมาจากสระน้ำแล้ว และหญิงสาวทั้งสองก็สวมเสื้อคลุมอาบน้ำ ยืนอยู่ข้างกายหลิงหยุน ศรีษะที่ถูกกระบี่เหินเงาธนูปักตรึงไว้กับพื้นได้หยุดดิ้นรนและดวงตาของมันก็เบิกโพลงด้วยความหวาดกลัว สีหน้าบ่งบอกถึงความเจ็บปวดรวดร้าวอย่างที่สุด ดวงตาของมันจับจ้องอยู่ที่ร่างของหลิงหยุน และปากก็ขมุบขมิบพูดอะไรบางอย่างออกมา“เจ้าไม่ต้องกังวลไปข้ากำลังนำร่างของเจ้ามาที่นี่แล้ว!”หลิงหยุนไม่รู้ว่าศรีษะนั้นกำลังพูดอะไรกันแน่เพราะเขาฟังไม่เข้าใจ แต่เมื่อเห็นเจสเตอร์บังคับเรือไว้ได้แล้ว เขาจึงได้แต่เอ่ยปากบอกไปเจสเตอร์จัดการวางสปีดโบ๊ทในมือลงบนสนามหญ้าก่อนจะยื่นมือเข้าไปในเรือ คว้าร่างไร้ศรีษะนั้นออกมา และโยนไปไว้ใกล้ๆกับศรีษะที่ถูกปักอยู่บนพื้น“กรี๊ด!!!!!!!!!”เซิ่งหยิงหยิงไม่เคยพบเห็นอะไรเช่นนี้มาก่อนนางเห็นเจสเตอร์เดินแบกสปีดโบ๊ทเข้ามาด้วยมือเดียว หลังจากวางเรือลงกับพื้นสนามหญ้า มันก็คว้าร่างไร้ศรีษะโยนออกมานอกเรื่อ ราวกับเป็นเรื่องปกติธรรมดา เช่นนี้แล้ว จะไม่ให้เซิ่งหยิงหยิงกรีดร้องออกมาด้วยความตระหนกตกใจได้อย่างไรกันส่วนเหออวี้ฉงนั้นเคยเห็นเรื่องมหัศจรรย์ของหลิงหยุนกับเหออวี้ฉงมาก่อนแล้วเมื่อครั้งที่อยู่ปักกิ่ง จึงไม่ได้ตกอกตกใจอะไรมากนักหลิงหยุนเรียกกระบี่เหินเงาธนูกลับคืนมาจากนั้นสายตาของเขาก็จับจ้องอยู่ที่ร่างไร้ศรีษะ และหัวของมัน แต่ไม่เพียงแค่หลิงหยุนเท่านั้น ทุกสายตาต่างก็จับจ้องอยู่ที่จุดเดียวกันการถอดศรีษะเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับผู้ฝึกบ่มเพาะพลังจากภูติผีและหลิงหยุนก็เห็นมานักต่อนักแล้วผู้ที่ฝึกบ่มเพาะพลังจากภูติผีนั้นเมื่อฝึกจนพลังกล้าแกร่งถึงระดับหนึ่ง จะสามารถถอดศรีษะออกจากร่างได้ และปล่อยให้ศรีษะล่องลอยออกไปทำภารกิจต่างๆ โดยที่ร่างกายสามารถนอนนิ่งๆอยู่อีกที่ได้ และเมื่อศรีษะกลับมา ก็สามารถติดเข้ากับร่างได้ดังเดิม และสามารถกลับมาใช้ชีวิตพูดคุยได้อย่างเป็นปกติวิชานี้นับเป็นวิชาที่น่าอัศจรรย์วิชาหนึ่งแม้แต่หลิงหยุนยังต้องการศึกษาทำความเข้าใจ แต่เขาไม่คิดที่จะฝึกฝนวิชาเช่นนี้แน่ เพราะในสายตาของเขา การทำเช่นนี้ไม่ต่างจากการตายเลยแม้แต่น้อย!เวลานี้ทั้งเซิ่งหยิงหยิงและเหออวี้ฉงต่างก็เกาะแขนหลิงหยุนคนละข้างไว้แน่น แต่ก็ไม่มีใครต้องการที่จะหลับตา หญิงสาวทั้งสองต้องการเห็นศรีษะทั้งสองต่อเข้าด้วยกัน พวกนางทั้งคู่ต่างก็ไม่เคยเห็นคนถอดศรีษะ แล้วสามารถต่อกลับเข้าไปได้อีกเช่นนี้