ตอนที่ 1181
บทที่ 1613 : ยังคงเป็นปริศนา
October 22, 2026
บทที่ 1613 : ยังคงเป็นปริศนา เมื่อห้าวันก่อนหน้านี้ผนึกในร่างของหนิงหลิงยู่ได้สลายหายไปอย่างสมบูรณ์! ในช่วงเวลานั้นหลิงหยุนกำลังอยู่กับมู่หลงเฟยจื่อที่เกาะฮ่องกงพอดี นอกจากจะช่วยให้นางเข้าสู่เส้นทางบ่มเพาะพลังแล้ว ในช่วงนั้น ตัวเขาเองก็ได้เตรียมพร้อม เพื่อที่จะทะลวงเข้าสู่ด่านสุดท้ายขั้นพลังชี่ด้วยเช่นกัน พูดง่ายๆก็คือในช่วงเวลาที่หลิงหยุนเพิ่งจะเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นลิ่วเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-6) นั้น หนิงหลิงยู่ก็สามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นจิ่วเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-9) ได้แล้ว อีกทั้งยังสามารถทำลายผนึกของพู่กันจักรพรรดิได้อีกด้วย คำถามหนึ่งผุดขึ้นภายในใจของหลิงหยุนเวลานี้..หนิงหลิงยู่เร่งฝึกบ่มเพาะพลังให้ก้าวหน้ารวดเร็วเช่นนี้ เพื่อจุดประสงค์ใดกัน นับตั้งแต่หลิงหยุนกับหนิงหลิงยู่พบกันที่สำนักกระบี่หลิงหยุนหลังจากนั้นนางก็ไปส่งศพผู้เป็นพ่อที่ตระกูลหนิงซึ่งอยู่แถบเทือกเขาคุนหลุน นับจากนั้นทั้งคู่ก็ไม่เคยได้พบเจอกันอีกเลย และขาดการติดต่อกันไปโดยสิ้นเชิง ในครั้งนั้นหนิงหลิงยู่ได้เข้าสู่ระดับเริ่มต้นขั้นลิ่วเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-6) ซึ่งเหนือกว่าเขาเล็กน้อย และในความรู้สึกของหลิงหยุนตอนนั้น นั่นยังเป็นเรื่องที่ปกติอยู่.. นั่นเพราะหนิงหลิงยู่ไม่เพียงมีกายอัปสรอีกทั้งเมื่อครั้งที่รับทัณฑ์สวรรค์ นางเองยังได้รับของกำนัลที่ยากจะหาได้ไปมากมาย ฉะนั้นเส้นทางการฝึกฝนที่มุ่งสู่ขั้นก่อสร้างรากฐาน จึงแทบจะไม่มีปัญหาใดเลย ครั้งนั้นหลิงหยุนเองยังคาดเดาว่า ภายในหนึ่งหรือสองเดือนหลังจากนั้น หนิงหลิงยู่คงจะต้องสามารถเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นจิ่วเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-9) ได้.. แต่หลิงหยุนก็มีคาดเดาไว้เช่นกันว่าไม่แน่หนิงหลิงยู่อาจจะสามารถพัฒนาขั้นได้เร็วกว่านั้น แต่ในความคิดของเขาตอนนั้น อย่างเร็วที่สุดก็ต้องสิบวันต่อหนึ่งขั้น และนั่นก็นับเป็นการพัฒนาขั้นที่รวดเร็วที่สุดที่หลิงหยุนคิดว่าหนิงหลิงยู่จะทำได้แล้ว แต่ความจริงที่หลิงหยุนได้ล่วงรู้ในวันนี้กลับตบหน้าเขาเข้าอย่างจัง! เพราะนับจากที่หลิงหยุนแยกกับหนิงหลิงยู่ในวันนั้น ก็เพิ่งจะผ่านมายังไม่ถึงครึ่งเดือนด้วยซ้ำไป แต่หนิงหลิงยู่กลับสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นจิ่วเฉิงชี่ได้แล้ว! หลิงหยุนมั่นใจว่าตนเองคำนวณวันไม่ผิดพลาดอย่างแน่นอนหากนับจากวันที่หนิงหลิงยู่กับเขาแยกจากกันในวันนั้นมาจนถึงวันนี้ ก็ราวยี่สิบวันได้แล้ว หากหนิงหลิงยู่สามารถเข้าสู่ขั้นจิ่วเฉิงชี่ได้ตั้งแต่ห้าวันก่อน ย่อมหมายความว่านางใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งเดือนเท่านั้น.. หรือไม่ก็อาจจะเร็วกว่านั้นด้วยซ้ำไป.. นั่นเพราะพู่กันจักรพรรดิแห่งมวลมนุษย์ได้บอกกับหลิงหยุนเมื่อครู่ว่า หนิงหลิงยู่สามารถทำลายผนึกได้ตั้งแต่ห้าวันก่อน นั่นย่อมเป็นไปได้สูงว่า นางได้เข้าสู่ขั้นจิ่วเฉิงชี่ก่อนหน้าแล้ว เว้นแต่ว่า วันที่เข้าสู่ขั้นจิ่วเฉิงชี่กับวันที่ทำลายผนึกจะเป็นวันเดียวกัน! นับตั้งแต่ที่ทั้งคู่แยกจากกันหนิงหลิงยู่ก็ราวกับจมหายไปในท้องทะเล เพราะเขาไม่เคยรู้เลยว่า หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นกับนางบ้าง เกิดอะไรขึ้นที่เขาคุนหลุนบ้าง? การฝึกฝนของนางดำเนินไปเช่นใด? หรือนางต้องไปพบเจอกับอะไรบ้าง..?หลิงหยุนไม่เคยได้รับรู้อะไรเลยจริงๆ!แต่ไม่ว่าหนิงหลิงยู่จะฝึกฝนเช่นใดนั้นการที่นางสามารถทะลวงขั้นใหญ่สามขั้นได้ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งเดือนนั้น ก็เป็นเรื่องที่หลิงหยุนแทบไม่อยากจะเชื่อ และไม่สามารถอธิบายได้อยู่ดี!สิ่งเดียวที่เขาคาดเดาได้ในเวลานี้ก็คือหลังจากที่เขากับหนิงหลิงยู่แยกจากกนั้น นางได้หลงเข้าไปในดินแดนมหัศจรรย์สักแห่ง ที่มีเหล่าเซียนผู้วิเศษสามารถเสกให้นางเป็นเช่นนี้ได้ แต่นั่นย่อมเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้!หลิงหยุนนึกย้อนกลับไปว่าตั้งแต่ตนเองเดินทางกลับออกมาจากสำนักกระบี่หลิงหยุนมานั้น เขาได้ฝึกฝนไปเช่นใดบ้าง เขาจำได้ว่า..เขาไปยืนดูดซับพลังหยินที่สุสานจักรพรรดิฉินซีอยู่นานถึงสองวันสองคืนและสามารถเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นลิ่วเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-6) ได้ จากนั้นจึงได้รออีกสิบวันให้ขั้นพลังเสถียรหลังจากนั้นในช่วงที่อยู่เกาะมาเก๊าหลิงหยุนก็ได้ดูดซับเอาพลังบ่มเพาะของเหล่าชาวยุทธหนานหยางรวมทั้งคุนปา เข้าไปมากกว่าสองร้อยชีวิต และเลือกที่จะทะลวงเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นชีเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-7) หลังจากนั้นไม่นาน..ต่อจากนั้นเขาก็ได้เดินทางมามากวาดล้างเหล่าพันธมิตรหนานหยางต่อ ระหว่างทางได้รับพลังพุทธะจากรูปปั้นพระโพธิสัตว์กวนอิม จนสามารถเข้าสู่ขั้นปาเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-8) ได้ และเมื่อบุกไปสำนักเทียนหลิงนั้น เขาก็ได้ดูดซับเอาพลังบ่มเพาะจากยอดฝีมือขั้นก่อสร้างรากฐานสองสามคนเข้าไป ในที่สุดก็สามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นจิ่วเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-9) ได้แม้หลิงหยุนจะให้ความสำคัญในเรื่องของความมั่นคงในแต่ละขั้นพลังแต่เขาก็มั่นใจว่า ความเร็วในการพัฒนาขั้นของตนนั้นรวดเร็วกว่าใครๆทั้งหมด และยากที่จะหาผู้ใดทำเช่นเขาได้ แม้แต่ผู้บ่มเพาะพลังในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่ก็ตาม..แม้แต่หวังชงเซียวโจวเหวินอี้ หลงฮ่าวหลาน หรือแม้แต่ภิกษุทั้งสามแห่งสำนักหมื่นพุทธรูป ยังถึงกับอัศจรรย์ใจกับความก้าวหน้าที่รวดเร็วยิ่งของเขา!อย่าว่าแต่ผู้บ่มเพาะพลังในโลกเลยแม้แต่อาวุโสทั้งสองอย่างท่านฉางเฟิง และท่านโฉวเปิ่น ซึ่งเป็นจิตวิญญาณของวัตถุศักดิ์สิทธิ์โบราณ ยังยอมรับในวิถีการฝึกบ่มเพาะพลังของเขาหากจะเปรียบเทียบระหว่างหลิงหยุนกับหนิงหลิงยู่..ในเรื่องของร่างกายหนิงหลิงยู่มีกายอัปสรก็จริง แต่หลิงหยุนก็มีกายาที่ล้ำเลิศสามารถดูดพลังชีวิตได้เช่นกันหากจะเปรียบเทียบด้านพรสวรรค์แม้หนิงหลิงยู่จะจัดว่าเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ล้ำเลิศ แต่ก็ยังนับว่าด้อยกว่าหลิงหยุนอยู่เล็กน้อยหนิงหลิงยู่ได้รับของกำนัลจากสวรรค์แต่หลิงหยุนเองก็ผ่านการรับทัณฑ์สวรรค์มาไม่น้อยเช่นกัน ซึ่งแน่นอนว่าประโยชน์ที่ได้รับย่อมไม่น้อยไปกว่าหนิงหลิงยู่และนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้นก็ไม่มีสิ่งใดที่หลิงหยุนด้อยไปกว่าหนิงหลิงยู่เลย แต่ดูเหมือนจะเหนือกว่าด้วยซ้ำไป ไม่ว่าจะเป็นวิชาพลังลับหยิน–หยาง จุดตันเถียนอัศจรรย์ที่สามารถก่อกำเนิดพลังหยินและหยางได้ราวกับภูเขาไฟ ยังมีกระแสวนหยิน–หยาง ที่สามารถดูดเอาพลังของผู้อื่นเข้าไปในร่างได้ด้วย