ตอนที่ 1180
บทที่ 1612 : ผนึกถูกทำลาย
October 22, 2026
บทที่ 1612 : ผนึกถูกทำลาย “นี่!ใช่ว่าข้าจะต้องการสร้างปัญหาเสียหน่อย..” เมื่อเห็นโฉวเปิ่นพู่กันจักรพรรดิแห่งผืนพิภพเอาแต่ยืนนิ่งเงียบอยู่เช่นนั้นหลิงหยุนก็ได้แต่ยิ้มขื่น แต่ก็คร้านที่จะโต้เถียงกับของวิเศษระดับเต๋าทั้งสองชิ้น จึงได้แต่บ่นพึมพำเบาๆ ถึงอย่างไรทั้งพู่กันจักรพรรดิแห่งมวลมนุษย์ และสมุดจักรพรรดิแห่งผืนพิภพ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นวัตถุศักดิ์สิทธ์ที่มีจิตวิญญาณ แม้ว่าจะเป็นจิตวิญญาณที่มีพลังอำนาจ แต่เนื้อแท้ก็ยังเป็นวัตถุชิ้นหนึ่งอยู่ดี ยกตัวอย่างเช่นกระบี่เหินเงาธนูของหลิงหยุนเป็นต้นจิตวิญญาณรับรู้ของมันเทียบเท่ากับเด็กอายุเพียงเจ็ดหรือแปดขวบเท่านั้น หน้าที่ของมันคืออาวุธจู่โจม จึงไม่มีทางที่มันจะสามารถเข้าใจการทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันได้ ในขณะที่ตราหยกจักรพรรดินั้นหน้าที่ของมันก็มีเพียงแค่การจู่โจมศัตรูด้วยการทุบ หรือกระแทก นอกเหนือจากนั้นมันก็ไม่สามารถคิดทำได้เช่นกัน เพราะนั่นคือคุณลักษณะตามธรรมชาติของอาวุธแต่ละชนิดนั่นเอง.. แม้ว่าพู่กันจักรพรรดิแห่งมวลมนุษย์จะเป็นอาวุธชั้นสูงระดับเต๋าแต่ถึงอย่างไรก็ยังคงเป็นเพียงแค่วัตถุชนิดหนึ่งเท่านั้น ต่อให้จะวิเศษเพียงใด ก็ไม่สามารถทำหน้าที่ดังเช่นกระบี่เหินทำได้ และประโยชน์ที่แท้จริงของพู่กันก็คือไว้ใช้สำหรับเขียน! นี่คือข้อจำกัดที่ใหญ่ที่สุดของยุทธภัณฑ์ทุกชนิดแม้ว่าจะมีจิตวิญญาณรับรู้ได้ แต่ก็ไม่ดีเท่าเหล่าปีศาจ นั่นเพราะถึงอย่างไรปีศาจก็คือสิ่งมีชีวิตในโลก ที่สามารถผ่านการฝึกฝนจนเฉลียวฉลาดด้วยตนเอง หลังจากที่ผ่านการฝึกบ่มเพาะตนจนสำเร็จถึงขึ้นหนึ่ง ก็จะสามารถเรียนรู้ และเข้าใจได้แบบมนุษย์ อย่างเช่นไป๋เซียนเอ๋อเป็นต้น แต่จิตวิญญาณที่อยู่ในยุทธภัณฑ์เหล่านั้นไม่สามารถทำได้วิธีเดียวที่จะทำให้ปัญญาของพวกมันพัฒนาขึ้นได้นั้น ก็คือการหลอมปรับระดับขั้นของพวกมันให้สูงขึ้น แต่ถึงอย่างนั้น ก็เพียงแค่ทำให้สัญชาติญาณในการรับรู้ และตอบโต้แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น เพราะฉะนั้นจะให้หลิงหยุนไปโต้เถียงทางความคิดกับพู่กัน เขาย่อมไม่ทำแน่ เว้นแต่จะไร้สติจริงๆ! และยิ่งนับวันที่หลิงหยุนได้สื่อสารกับพู่กันจักรพรรดิแห่งมวลมนุษย์มากขึ้นนั้นเขาก็เริ่มตระหนักได้ว่า แม้อายุของจิตวิญญาณในพู่กันจะเทียบเท่า ‘ชายชรา’ คนหนึ่ง แต่นิสัยและอารมณ์กลับฉุนเฉียว ขี้เล่นไม่ต่างจากเด็กๆ บางคราก็ชอบทำตัวลึกลับ บางคราก็ตระหนี่จนเกินเหตุ ไม่พอใจอะไรก็หนีหายไป ลักษณะเช่นนี้ต่างจากอารมณ์ของเด็กตรงไหนกัน ส่วนโฉวเปิ่นสมุดจักรพรรดิแห่งผืนพิภพนั้นกลับมีอุปนิสัยเงียบขรึม รักความสงบ น้อยครั้งที่จะยอมปรากฏตัว และเมื่อปรากฏก็มักจะให้เห็นเป็นเพียงแค่เงาเลือนลางเท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากฉางเฟิงโดยสิ้นเชิง ในขณะที่พู่กันจักรพรรดิแห่งมวลมนุษย์พุ่งกลับเข้าไปในจุดกึ่งกลางหว่างคิ้วของเขาแล้ว สมุดจักรพรรดิแห่งผืนพิภพ ก็ยังคงยืนหันหน้าจ้องมองไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือแน่นิ่งอยู่เช่นเดิม.. หลิงหยุนถึงกับต้องแอบถอนหายใจออกมา.. ทิศตะวันตกเฉียงเหนืออีกแล้วสินะ!เมื่อไม่กี่วันมานี้ที่สำนักหมื่นพุทธรูป อาจารย์จันทร์ก็เพิ่งจะย้ำประโยคหนึ่งกับเขาว่า ‘ฟ้าเอียงพายัพ ดินทรุดอาคเนย์..’ ทำให้หลิงหยุนอดรู้สึกที่จะหวั่นไหวกับทิศตะวันตกเฉียงเหนือ กับทิศตะวันออกเฉียงใต้เป็นพิเศษไม่ได้ความรู้ทางด้านภูมิศาสตร์ของหลิงหยุนนั้นมีไม่น้อยเขานึกถึงภาพแผนที่ไว้ภายในใจ ก่อนจะลองจินตนาการลากเส้นทแยงมุมจากทางด้านใต้ของทะเลจีนใต้ ผ่านไทย พม่า และอีกหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปจนถึงเขาขุนหลุนในประเทศจีน!หากลากผ่านพรมแดนทางด้านตะวันตกของประเทศจีนไปเส้นทแยงนี้ก็จะทอดยาวขยายไปถึงทวีปยุโรป จากนั้น ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศแคนาดาไปอีกเล็กน้อย..จะเห็นได้ว่าตลอดเส้นทแยงมุมที่ลากผ่านนั้น ผืนดินแถบนั้นล้วนแล้วแต่คล้ายแตกสลาย กลายเป็นเกาะเล็กเกาะน้อยมากมายนับไม่ถ้วน!โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านใต้ของทะเลจีนใต้รวมถึงแถบทวีปอเมริกาเหนือ บริเวณแถบนี้ดูเหมือนจะเป็นพื้นที่คล้ายกับถูกทุบทำลายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยมากที่สุด!แทบไม่ต้องพูดถึงหลิงหยุนต่อให้เป็นคนธรรมดาทั่วไป หากได้ยินคำกล่าวอะไรเช่นนี้มา เมื่อลองกลับมาดูแผนที่ทางภูมิศาสตร์ ย่อมอดไม่ได้ที่จะนึกย้อนกลับไปถึงคำพูดที่ว่า ‘ฟ้าเอียงพายัพ ดินทรุดอาคเนย์’ เป็นแน่..เทือกเขาคุนหลุนไม่เพียงเป็นเทือกเขาที่สูงมากแห่งหนึ่งของประเทศแต่ยังนับเป็นต้นกำเนิดของขุนเขาในประเทศอีกหลายหมื่นลูกด้วย และชาวจีนต่างก็เชื่อกันว่า บนเทือกเขาคุนหลุนนั้นเป็นดินแดนแห่งทวยเทพ ที่ทั้งกว้างใหญ่และลี้ลับหากเป็นดังเช่นตำนานโบร่ำโบราณเล่าต่อๆกันมาจริงเทือกเขาคุนหลุนก็คือสรวงสวรรค์นั่นเอง!แต่ในความเห็นของหลิงหยุนซึ่งเป็นผู้ฝึกบ่มเพาะตนเขากลับมีความคิดบางอย่างขัดแย้งกับความเชื่อนี้ เขาเชื่อว่า ยอดเขาที่อยู่เหนือระดับน้ำทะเลไปเพียงแค่ห้าพันเมตรนั้น ยังนับว่าต่ำเกินกว่าที่จะเป็นดินแดนแห่งสรวงสวรรค์ได้!และนี่คือสิ่งที่หลิงหยุนเฝ้าสงสัยคลางแคลงใจมาโดยตลอดแต่หลังจากที่เดินทางไปช่วยแม่ของตนที่เขาเทียนซาน และได้เผชิญหน้ากับศิษย์คุนหลุนทั้งสี่แล้ว ความคลางแคลงใจในเรื่องนี้ ก็ได้จางคลายไปจากใจของหลิงหยุนในที่สุดสำหรับเขา..เทือกเขาคุนหลุนเป็นเพียงแค่ประตูธรรมชาติ ที่ปิดกั้นมนุษย์ธรรมดาทั่วไป!หลิงหยุนจ้องมองโฉวเปิ่นสมุดจักรพรรดิแห่งผืนพิภพที่กำลังเหม่อมองไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือด้วยสีหน้าวิตกกังวล ในที่สุดจึงตัดสินใจเอ่ยถามขึ้นว่า“อาวุโส..ยอดฝีมือที่กำลังเร่งฝึกฝนบ่มเพาะพลังจนก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว ที่ท่านฉางเฟิงเอ่ยถึงนั้น แท้จริงคือหนิงหลิงยู่น้องสาวของข้าใช่หรือไม่”ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วหลิงหยุนก็คร้านที่จะพูดจาอ้อมค้อมอีก จึงได้เอ่ยถามออกไปตรงๆ ในความคิดของเขา ผู้ที่สามารถฝึกฝนบ่มเพาะพลังได้ก้าวหน้ารวดเร็วไม่แพ้เขา ดูเหมือนจะมีเพียงหนิงหลิงยู่คนเดียวเท่านั้น..