ตอนที่ 1183
บทที่ 1615 : ข้ามีเรื่องขอร้อง
October 22, 2026
บทที่ 1615 : ข้ามีเรื่องขอร้อง “หลิงหยุน!!ข้าจะฆ่าเจ้า! ข้าจะฆ่าเจ้า!” ทันทีที่เห็นหลิงหยุนปรากฏตัวขึ้นเหมี่ยวเสี่ยวเหมาก็ทั้งโมโหและประหลาดใจ นางจัดการใช้วิชาพฤกษาขจีควบคุมเถาวัลย์ที่ปกคลุมอยู่ทั่วแผ่นฟ้า ให้เคลื่อนเข้ามารวมกัน ก่อนจะกลายเป็นเถาวัลย์ขนาดใหญ่ ที่กำลังพุ่งเจ้าจู่โจมใส่ร่างของหลิงหยุนประหนึ่งงูเขียวยักษ์ ถึงแม้เหมี่ยวเสี่ยวเหมาจะเอาจริงและใช้เถาวัลย์สีเขียวขนาดใหญ่ฟาดใส่ร่างของหลิงหยุนอย่างไม่ปราณี แต่นั่นก็เป็นเพียงเถาวัลย์เส้นหนึ่งเท่านั้น หาใช่อาวุธวิเศษใดๆ หลิงหยุนจึงเพียงแค่รู้สึกจั๊กจี้ตามร่างกายเท่านั้น “นี่!เจ้าฟาดข้าจริงๆงั้นรึ” หลิงหยุนที่เวลานี้ถูกเถาวัลย์รัดร่างไว้ได้แต่ร้องตะโกนถามออกไปพร้อมกับยิ้มกว้าง ก่อนจะค่อยๆหมุนม้วนตัวไปตามเถาวัลย์ เคลื่อนเข้าใกล้ร่างของเหมี่ยวเสี่ยวเหมาไปทีละก้าว “นี่เจ้าคิดที่จะทำอะไร!” เหมี่ยวเสี่ยวเหมารีบสะบัดเถาวัลย์ในมือออกทันทีพร้อมกับกระโดดถอยหลังหนีอย่างรวดเร็ว เพื่อมิให้หลิงหยุนเข้าใกล้ตัวนางได้มากกว่านี้ หลิงหยุนจึงได้ตอบโต้กลับไปว่า“เจ้าคิดว่าเถาวัลย์นี้จะทำอะไรข้าได้งั้นรึ” สิ้นคำพูดของหลิงหยุนเถาวัลย์ที่รัดรึงร่างของเขาไว้แน่น พลันขาดสะบั้นออกจากกันเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยได้อย่างง่ายดาย เหมี่ยวเสี่ยวเหมาถึงกับยืนนิ่งด้วยความตกตะลึง แต่ในระหว่างนั้นร่างของหลิงหยุนก็ได้ไปปรากฏอยู่ข้างกายนาง เถาวัลย์ที่ขาดกระจุยเมื่อครู่ พลันกลับมารวมตัวเป็นเส้นยาวอีกครั้ง พร้อมกับพุ่งเข้ารัดร่างของคนทั้งคู่เข้าไว้ด้วยกัน “พวกเราถูกผูกไว้ราวกับเนื้อคู่เช่นนี้ก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่มีผู้ใดหนีไปได้อีก!” หลิงหยุนจ้องมองใบหน้าตื่นตระหนกของเหมี่ยวเสี่ยวเหมาอย่างนึกขันพร้อมกับเอ่ยหยอกเย้า “นี่เจ้า!” เหมี่ยวเสี่ยวเหมาไม่ทันได้ระมัดระวังตัวจึงได้ถูกเถาวัลย์รัดร่างของตนไว้แนบชิดกับหลิงหยุน นางดิ้นรนไปมาเพื่อที่จะพาตนเองให้หลุดออกจากพันธะการครั้งนี้ “เนื้อคู่อะไรกัน!เจ้าหยุดพล่ามไร้สาระได้แล้ว! ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ!”แววตาของเหมี่ยวเสี่ยวเหมาเป็นประกายระยิบระยับนางอดที่จะตกตะลึงไม่ได้ เพราะหลิงหยุนสามารถทำลายเถาวัลย์สีเขียวจนขาดสะบั้นได้ โดยไม่ส่งผลร้ายต่อตัวนางเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังสามารถเข้าควบคุมเถาวัลย์สีเขียวได้รวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ!สิ่งเดียวที่สามารถอธิบายความสามารถของหลิงหยุนในเรื่องนี้ได้ก็คือเขาน่าจะสำเร็จวิชาพฤกษาขจีถึงขั้นที่เจ็ด ซึ่งเพียงแค่คิดมวลไม้ก็พลันเบ่งบานแล้วนั่นเอง..“นี่เจ้า..เข้าสู่ขั้นมวลไม้เบ่งบานเพียงแค่คิดแล้วรึ”เหมี่ยวเสี่ยวเหมาไม่ได้พบเจอหลิงหยุนมาระยะเวลาหนึ่งระหว่างที่ดิ้นรนอยู่นั้น ก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยปากถามหลิงหยุนเช่นกัน“ถูกต้อง!ข้าสำเร็จวิชาพฤกษาขจีถึงขั้นที่เจ็ดแล้ว!”หลิงหยุนยังคงยิ้มกว้างขณะเอ่ยตอบเหมี่ยวเสี่ยวเหมาได้แต่ตาโตด้วยความตกตะลึง พร้อมกับร้องอุทานออกมาทันที“ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ!”“หากข้าเข้าสู่ขั้นนี้บ้างข้าจะสามารถทำได้เช่นเดียวกับเจ้าหรือไม่”หลิงหยุนพยักหน้าเล็กน้อยพร้อมตอบกลับไปว่า “อาจจะได้ แต่คงไม่ทั้งหมด! นี่เจ้าใกล้จะทะลวงเข้าสู่ด่านกลางขั้นพลังชี่แล้วหรือนี่” แน่นอนว่าหลิงหยุนย่อมมองเห็นว่า เหมี่ยวเสี่ยวเหมาใกล้ที่จะทะลวงขั้นเต็มทีแล้ว และยากที่จะระงับไว้ได้อีกต่อไป และด้วยประสบการณ์ที่ยังอ่อนด้อยในการฝึกฝนบ่มเพาะพลัง จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เหมี่ยวเสี่ยวเหมาจะสามารถยับยั้งขั้นพลังไว้ได้ จำเป็นที่จะต้องใช้ความพยายามอย่างที่สุด แต่นางก็สามารถทำได้สำเร็จ ซึ่งนั่นทำให้หลิงหยุนรู้สึกพึงพอใจอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับหนิงหลิงยู่ที่ไม่เชื่อฟังคำพูดของตนอีกแล้ว แต่นับว่ายังโชคดี ที่หญิงสาวอีกคนยังคงเชื่อฟัง และทำตามคำแนะนำของเขาอย่างเคร่งครัด“ในเมื่อเจ้าอยู่ที่นี่แล้วข้า.. ข้าจะสามารถทะลวงขั้น และรอรับทัณฑ์สวรรค์ได้เลยหรือไม่”เหมี่ยวเสี่ยวเหมาอดทนยับยั้งขั้นพลังไว้นานมากในเมื่อหลิงหยุนอยู่ตรงหน้าแล้ว นางจึงอดที่จะถามถึงเรื่องนี้ไม่ได้ “ย่อมได้แน่นอน!เช่นนั้นคืนนี้ข้าจะพาเจ้าเข้ารับทัณฑ์สวรรค์เอง!”บูม!หลังจากที่เอ่ยตอบไปแล้วหลิงหยุนก็ได้ทำการปลดเถาวัลย์ที่รัดร่างของตน และเหมี่ยวเสี่ยวเหมาไว้ด้วยกันออกทันทีที่ได้รับอิสระหญิงสาวก็ถึงกับเม้มริมฝีปากแน่น และไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองหลิงหยุนอีกเลย นางได้แต่ก้มหน้าก้มตาเก็บเถาวัลย์สีเขียวกลับเข้าไปในแหวนพื้นที่อย่างรวดเร็ว“เมื่อครู่ที่ถูกรัดร่างติดกับข้าเจ้ารู้สึกเช่นใดบ้าง” หลิงหยุนไม่วายที่หยอกล้อหญิงสาว