ตอนที่ 257
บทที่ 560 : หนูจะแต่งงานกับเขา
October 22, 2026
บทที่ 560 : หนูจะแต่งงานกับเขา “ฉันรู้แล้ว!”อาปิงตอบด้วยสีหน้านิ่งเฉย เขาเป็นคนที่ไม่พูดพร่ำเพรื่อ และจะพูดเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ถังเมิ่งจัดการแบ่งงานเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงยิ้มและพูดต่อว่า “ความจริงเมื่อครั้งที่แล้วที่พวกเรานัดกัน ฉันเองก็ได้ชวนพี่หยุนให้มาร่วมสนุกด้วยกัน แต่บังเอิญเขาติดธุระก็เลยมาไม่ได้ แต่ไว้พวกนายคอยดูวันที่พี่หยุนเล่นพนันก็แล้วกัน พวกนายจะได้เปิดหูเปิดตา!” แต่ดูเหมือนเจ้าหนูจะไม่ค่อยเชื่อเขามองถังเมิ่งด้วยแววตาสังเวชพร้อมกับขยิบตาเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นว่า “ถังเมิ่ง..ฉันว่าพักหลังนายดูผิดปกติไปนะ! ต่อให้หลิงหยุนจะเป็นหมอที่เก่งกาจขนาดใหน แต่พวกเราก็ล้วนแล้วแต่ยังหนุ่มยังแน่นแล้วก็แข็งแรง ไม่เห็นจำเป็นต้องพาพวกเราไปรู้จักกับเขาเลย ฉันว่านายทำงานรับใช้เขาไปคนเดียวจะดีกว่า..” “นายดูตัวเองสิ..เกือบหนึ่งเดือนที่นายวุ่นวายอยู่กับเรื่องของหลิงหยุน ทำตัวเหมือนสุนัขรับใช้ พวกเราโทรชวนให้ออกมาเที่ยวเล่น นายก็บอกแต่ว่ายุ่งๆ ไม่มีเวลาแม้แต่จะมาดื่มกับพวกเรา..” ถังเมิ่งที่เอาแต่เล่าเรื่องทักษะทางการแพทย์ที่ล้ำเลิศของหลิงหยุนให้เพื่อนซี้ทั้งห้าคนฟังแต่ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจสักเท่าไหร่ “ถ้างั้นนายก็ทำให้ฉันหุบปากสิ!ถ้านายมีปัญญา!” ถังเมิ่งร้องตะโกนออกมาอย่างโมโหพร้อมกับชี้หน้าเจ้าหนู และพูดต่อว่า “นายจะรู้อะไร!พี่หยุนเป็นเสมือนพี่ชายของฉัน คำพูดของนายเมื่อครู่นี้ ครั้งนี้ฉันจะไม่ถือสา แต่ถ้ายังมีครั้งต่อไป ก็อย่าโทษว่าฉันไม่นับนายเป็นพี่น้องก็แล้วกัน!” พี่เฟยเห็นสีหน้าถังเมิ่งไม่สู้ดีและดูท่าจะโกรธมากจริงๆ จึงรีบตบแขนเจ้าหนูเบาๆ พร้อมกับพูดขึ้นว่า “เจ้าหนู..ฉันว่านายก็พูดจารุนแรงเกินไป! พวกเราตอนนี้ก็อายุสิบแปดกันแล้วนะ ถึงเวลาที่จะต้องทำเรื่องดีๆมีประโยชน์กันบ้าง ถังเมิ่งให้โอกาสพวกเราได้รู้จักกับพี่หยุน ไม่แน่ว่านี่อาจเป็นโอกาสที่ดีของพวกเราก็ได้! นายก็ขอโทษถังเมิ่งซะ!” เจ้าหนูเป็นคนที่พูดจาเปิดเผยตรงไปตรงมาคิดอย่างไรก็พูดออกมาอย่างนั้น ไม่ได้มีเจตนาที่ไม่ดี! เมื่อเห็นว่าถังเมิ่งโกรธมาก เขาถึงกับหน้าเสียทันที.. “นี่..พ่อเซียนพนันรุ่นเล็ก อย่าโกรธฉันเลย เอาเป็นว่าฉันผิดเอง! ไว้วันหลังฉันจะเลี้ยงข้าวพี่หยุนเป็นการไถ่โทษก็แล้วกัน!” คำพูดที่ออกจากปากชายหนุ่มผู้นี้ล้วนแล้วแต่ไม่พ้นเรื่องของการกิน.. ถังเมิ่งยังคงไม่หายโกรธเขาพูดเสียงขึ้นจมูกอย่างไม่พอใจนัก “นายพูดอะไรออกมาก็ไม่พ้นเรื่องกิน! นายดูถูกพี่หยุนแบบนี้ เรื่องกินข้าวยังจำเป็นอยู่เหรอ!” “เจ้าหนู..ถ้านายคิดว่าตัวเองจะไม่มีวันป่วยก็ไม่เป็นไร แต่พ่อแม่ของนายล่ะ ปู่ย่าตายายล่ะ? นายมั่นใจได้ยังไงว่าญาติพี่น้องของนายจะสุขภาพดี และมีชีวิตที่ยืนยาว?!” “ไว้วันหนึ่งที่พวกเขาล้มป่วยขึ้นมาฉันจะดูว่านายจะร้องไห้คร่ำครวญขนาดใหน” หนุ่มเพลย์บอยที่ไม่เคยซีเรียสกับเรื่องอะไรเลยอย่างตันตันก็เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับการเล่นเกม ทางด้านของอาปิงก็นั่งดูดบุหรี่พร้อมกับมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างใจเย็น เมื่อรอจนไฟโทสะของถังเมิ่งค่อยๆดับลงแล้ว เขาจึงพูดขึ้นยิ้มๆ “เอาล่ะ!เจ้าหนูก็รู้ตัวแล้วว่าพูดจาไม่ดี ถังเมิ่ง.. ฉันเองก็ไม่เคยพบหลิงหยุนมาก่อน ความเข้าใจผิดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอ ไว้หลังจากได้พบกันพรุ่งนี้แล้ว ทุกอย่างก็คงจะดีขึ้นเอง..”ในที่สุดถังเมิ่งก็นั่งลงเขาเหลือบมองเจ้าหนูพร้อมกับพูดขึ้นว่า “คืนนี้นายเป็นเจ้ามือเลย!”ดูเหมือนถังเมิ่งจะได้รับอิทธิพลมาจากหลิงหยุนเต็มๆและเริ่มเรียนรู้ที่จะรู้จักรักษาผลประโยชน์ของตนเอง“ได้เลย..ฉันเป็นเจ้ามือก็ได้! ถ้างั้นฉันก็จะกินให้หนักเลย บ๋อย.. สั่งอาหาร!” เจ้ามือพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย……….ที่บ้านของเฉิงเทียนในอ่าวจิงฉู..เฉิงเมี่ยนสวมชุดนอนผุดลุกผุดนั่งอยู่หลายครั้งท่าทางของเธอคล้ายจะพูดอะไรสักอย่าง แต่แล้วก็ลังเล“เมี่ยน..ลูกมีเรื่องอะไรรึเปล่า” แม่ของเฉิงเมี่ยน – จ้าวฝัวหมี่ เห็นท่าทางลุกลี้ลุกลนของลูกสาวจึงได้แต่ร้องถามออกไป“แม่..หนูคิดไม่ตก! พรุ่งนี้หลิงหยุนจะเปิดคลินิก แม่ว่าพวกเราควรไปร่วมแสดงความยินดีมั๊ยคะ แล้วจะให้อะไรเป็นของขวัญกับเขาดี?” เฉิงเมี่ยนตอบแม่ของเธอไปตามตรงสีหน้าของจ้าวฝัวหมี่ดูกระอักกระอ่วนอย่างมากเธอได้แต่นิ่งอึ้งไปพร้อมกับหันไปทางเฉิงเทียนที่ยังคงนั่งนิ่งไม่พูดอะไร เธอจึงได้แต่ถอนหายใจและพูดกับลูกสาวคนเล็กว่า“เอ่อ..เรื่องนี้ลูกก็ให้พ่อเป็นคนตัดสินใจก็แล้วกัน ตอนนี้ที่บ้านเกิดเรื่องมากมาย แม่ไม่มีแก่ใจจะมาคิดเรื่องอะไรพวกนี้หรอก!”เฉิงเม่ยเฟิงถูกแม่ชีมี่ยื่อแห่งอารามจิงซินพาตัวไปและก่อนที่จะจากไปนั้น ก็ได้ประกาศต่อหน้าทุกคนว่า ใครก็ตามที่เป็นศัตรูกับตระกูลเฉิง ก็เท่ากับเป็นศัตรูของอารามจิ้งซินด้วยเช่นกันแม้คำพูดของแม่ชีมี่ยื่อจะสร้างความหวาดกลัวให้กับทุกคนแม้แต่ตัวของเฉิงเทียนเองและนับแต่นั้นมาก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาวุ่นวายกับครอบครัวของเขาอีกเลย แต่ก็ใช่ว่าตระกูลเฉิงจะพบกับความสงบสุขที่แท้จริงเพราะตระกูลซันเองก็แอบแก้แค้นตระกูลเฉิงอยู่เงียบๆแม้ว่าคนของตระกูลซันจะไม่ได้ออกหน้าด้วยตัวเอง แต่พวกเขาก็ใช้อำนาจอิทธิพลที่มีในมือกดดันผ่านการทำธุรกิจของเฉิงเทียน ทำให้เขาต้องเผชิญกับลมฝน และแม้กระทั่งพายุเฮอริเคนทางด้านธุรกิจแม้ว่าตระกูลซันจะไม่สามารถจัดการกับกลุ่มบริษัทของเฉิงเทียนที่มีฐานอยู่ในมณฑลเจียงหนานได้โดยตรงแต่ก็ได้ใช้วิธีกดดันผ่านเส้นทางอื่น เช่นทำให้เฉิงเทียนไม่สามารถกู้เงินกับธนาคารได้ และนี่เป็นเรื่องที่เฉิงเทียนเองก็ยากที่จะต้านทานได้เฉิงเทียนจึงหันไปพึ่งพาตระกูลเสียเพราะตอนนี้ตระกูลเสียนั้นนับว่าดีกว่าเขา เฉิงเทียนยังคงเป็นห่วงธุรกิจของตัวเองเช่นเคยเฉิงเทียนโกรธมากที่เฉิงเมี่ยนไม่เคยเป็นห่วงเรื่องธุรกิจของเขาเลยแม้แต่น้อยเอาแต่เป็นห่วงหลิงหยุน เที่ยวคอยตามหา และสอบถามข่าวคราวของเขาไม่เว้นแต่ละวัน“พ่อคะ..นี่พ่อได้ยินที่หนูถามมั๊ยคะ” เฉิงเมี่ยนเห็นเฉิงเทียนนั่งนิ่งไม่ตอบ จึงได้แต่กระทืบเท้าอย่างไม่พอใจ“ได้ยิน!”เฉิงเทียนตอบด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย“ถ้างั้นพ่อก็ตอบมาสิคะว่าจะให้ของขวัญอะไรกับหลิงหยุนดี”เฉิงเมี่ยนยังคงกดดันพ่อของเธอโดยไม่สนใจอะไร