ตอนที่ 256
บทที่ 559 : หนุ่มเพลย์บอยแห่งจิงฉู!
October 22, 2026
บทที่ 559 : หนุ่มเพลย์บอยแห่งจิงฉู! หากการคาดเดาของถังเทียนห่าวแม่นยำ..อีกสองสามปีข้างหน้า หรืออาจจะเพียงแค่หนึ่งปี หากหลิงหยุนเห็นด้วยและตอบตกลง การประชุมสุดยอดทางการแพทย์ของโลกที่จะมาถึงนี้ อาจจะต้องจัดขึ้นที่เมืองจิงฉูนี้อย่างแน่นอน! ถังเทียนห่าวนับถือในวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและสติปัญญาที่ล้ำเลิศของหลี่ยี่เฟิงอย่างแท้จริง! หลี่ยี่เฟิงดูดเอาบุหรี่เข้าปอดและค่อยๆพ่นมันออกมาช้าๆ เขาปล่อยให้ควันบุหรี่ค่อยๆจางหายไป แล้วจึงหันไปมองถังเทียนห่าวที่ยังคงอยู่ในอาการตกตะลึง ก่อนจะพูดยิ้มๆต่อว่า “ครั้งแรกที่ฉันได้รับรู้เรื่องความสามารถทางการแพทย์ของหลิงหยุนก็คือ..เมื่อครั้งที่เขารักษาอาการป่วยให้กับลูกชายของฉัน โรคหัวใจแต่กำเนิดของยี่เฟิงนั้นไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แม้แต่ท่านเสี่ยวหมอเทวดายังหาวิธีรักษาไม่ได้ แต่หลิงหยุนกลับทำได้! มันช่างเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ และเหลือเชื่ออย่างมาก! อีกทั้งตลอดระยะเวลาสองเดือนหลังการรักษา ยี่เฟิงก็ไม่เคยมีปัญหาโรคหัวใจกำเริบอีกเลย!” “ครั้งที่สอง..ยิ่งทำให้ฉันมั่นใจยิ่งขึ้น! เรื่องนี้แม้แต่ตัวนายเองก็รู้ดีกว่าใคร ช่วงเวลาที่นายกับฉันตกต่ำ ฉันกับนายต่างก็ถูกสอบวินัยและกักขังบริเวณ ส่วนลูกชายของนาย – ถังเมิ่ง ก็ถูกเสียเจิ้นเหยินทำร้ายร่างกายจนแขกขาหัก หัวแตก แทบจะพิการ!” “แต่เพียงแค่หลิงหยุนกลับมาเขาก็จัดการจนเมืองจิงฉูปั่นป่วนไปทั้งเมือง ถังเมิ่งเองก็ได้หลิงหยุนรักษาอาการบาดเจ็บสาหัสให้จนอาการดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ราวกับไม่เคยได้รับบาดเจ็บมาด้วยซ้ำไป!” “โรคหัวใจของหลี่จิ้งเฉินที่เป็นมาตั้งแต่กำเนิดหลิงหยุนก็สามารถรักษาจนหายเป็นปกติ ถังเมิ่งบาดเจ็บสาหัส หัวแตก แขนขาหักแทบพิการ หลิงหยุนก็รักษาจนหายได้ในทันที ไม่เหลือแม้แต่ร่องรอยของแผลเป็น!” “นายลองคิดดูสิ..! ต้องมีทักษะทางการแพทย์ที่ล้ำเลิศขั้นใหนถึงจะทำได้แบบนั้น! หากความสามารถทางการแพทย์ของหลิงหยุนถูกเผยแพร่ออกไป ไม่เพียงวงการแพทย์ในประเทศจีนจะต้องสั่นสะเทือน แม้แต่วงการแพทย์ทั่วโลกเองก็ต้องสั่นสะเทือนด้วยอย่างแน่นอน!” “แต่ถ้าถึงตอนนั้นจริงๆเรียกว่าสั่นสะเทือนอาจจะยังเบาไป อาจถึงขั้นเขย่ารุนแรงราวกับแผ่นดินไหวเลยทีเดียว และจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในวงการแพทย์ทั่วโลก! จากนี้ไปจะต้องเกิดบันทึกหน้าใหม่ขึ้นในประวัติศาสตร์ของวงการแพทย์!” หลี่ยี่เฟิงพูดออกมาอย่างตื่นเต้นเขาลุกขึ้นเดินกลับไปกลับมาขณะเล่าพร้อมกับโบกมือ และพูดต่อว่า “นายลองคิดดูว่าความสามารถทางการแพทย์ที่สูงส่งและหาใครเปรียบไม่ได้เช่นนี้ หากถูกเผยแพร่ออกไป ผู้บริหารเมืองจิงฉูคงจะได้หน้าอย่างมหาศาลเลยทีเดียว!” “ตราบใดที่มีหลิงหยุนอยู่ด้วยอย่าว่าแต่ที่ดินเพียงแค่หนึ่งร้อยไร่เลย ต่อให้เป็นพันไร่ ฉันก็ยินดีที่จะยกให้กับเขา!” ถังเทียนห่าวนิ่งฟังคำพูดของหลี่ยี่เฟิง.. “นี่พี่หลี่..ฉันคิดว่าพี่มัวแต่วุ่นวายกับงานบริหารจัดการในเมืองจิงฉู คงจะไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องพพวกนี้แน่ แต่กลับคิดไม่ถึงว่าพี่จะสามารถคิดได้ล้ำลึกแบบนี้!”หลี่ยี่เฟิงยังคงตื่นเต้นอย่างมากจนต้องสูดลมหายใจเข้าไปสองสามเฮือกใหญ่เพื่อสงบสติอารมณ์ก่อนจะกลับไปนั่งลงบนเก้าอี้เช่นเดิม แล้วจึงพูดต่ออย่างมั่นอกมั่นใจ“ที่ผ่านมายังไม่เหมาะที่จะบอกเรื่องนี้กับนายตอนนี้หลิงหยุนเปิดคลินิกแล้ว ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว ฉันถึงได้บอกกับนายยังไงล่ะ!”ถังเทียนห่าวเกาศรีษะพร้อมกับตอบไปว่า“แต่วิชาการแพทย์ของหลิงหยุนนั้น ในสายตาของผู้คนธรรมดาทั่วไป อาจถูกมองว่าเป็นเรื่องลี้ลับน่าหวาดกลัว หรือเรื่องเหนือธรรมชาติก็เป็นได้!”หลี่ยี่เฟิงนิ่งฟังและแสยะยิ้มอย่างเหยีดหยัน “เรื่องลี้ลับ.. เรื่องเหนือธรรมชาติงั้นเหรอ คำพูดเหล่านี้ออกจากปากคนอื่นได้ แต่ไม่ควรออกจากปากนาย..”“เป็นธรรมดาของมนุษย์ที่จะรู้สึกหวาดกลัวและจินตนาการในเรื่องที่ตนเองไม่รู้ เรื่องที่มนุษย์ไม่รู้จึงมักกลายเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติไป แต่ความจริงแล้ว.. สิ่งที่มนุษย์ไม่รู้ หรือไม่เคยเห็น ก็จำเป็นต้องเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติเสมอไป!”“เมื่อสี่ร้อยปีก่อน นิโคลาส โคเปอร์นิคัส ได้เสนอทฤษฎีที่ว่าดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของจักรวาล ผู้คนในยุคนั้นต่างพากันประณามเขาว่าเป็นพวกนอกรีต จึงจับเขามัดและเผาทั้งเป็น! แล้วดูตอนนี้สิ!”“คนในยุคนี้สามารถเดินทางไปดวงจันทร์ซึ่งเมื่อหลายร้อยปีก่อนเคยเป็นเพียงแค่ตำนานเล่าขาน และเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ แล้วดูตอนนี้สิ!”“ฉันเชื่อมาตลอดว่าสิ่งที่มนุษย์เราทำไม่ได้นั้น ไม่ได้เป็นเรื่องเหนือธรรมชาติอะไรเลย เพียงแต่มนุษย์เรายังมีพลังอำนาจไม่เพียงพอเท่านั้นเอง”วันนี้ดูเหมืนหลี่ยี่เฟิงจะพูดมากเป็นพิเศษเขาพูดอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย“พวกเราทำงานอยู่ในระดับสูงได้พบเห็นและล่วงรู้ความลับบางอย่าง อีกทั้งตัวนายเองก็เคยอยู่หน่วยสืบสวนอาชญากรรมมาหลายปี ต้องเคยเห็นเคสแปลกประหลาดมากมาย หรือต้องเคยพบเห็นเรื่องเหลือเชื่อ แล้วนายอธิบายเรื่องเหล่านี้ต่อสาธารณชนยังไง”“เรื่องที่เฉิงเม่ยเฟิงถูกนำตัวกลับไปที่อารามจิ้งซินและหลังจากที่เกาเฉินเฉินกลับไปปักกิ่งก็เงียบหาย และไม่มีข่าวคราวอีกเลย อ่อ.. ยังมีหญิงสาวที่ชื่อเสี่ยวเม่ยเม่ยอีกคนที่หายตัวไปในช่วงเวลาเดียวกัน แม้ว่าหลิงหยุนจะไม่พูดถึงเรื่องนี้ออกมา แต่ฉันก็ไม่เชื่อว่าคนอย่างหลิงหยุนจะนิ่งเฉยไม่ดูดาย!”“หากฉันเดาไม่ผิด..หลิงหยุนคงจะรอให้สอบเอนทรานซ์เสร็จก่อน และหลังจากนั้นเขาคงเดินทางออกจากเมืองจิงฉูแน่นอน!”“และเมื่อถึงเวลาที่การสอบเอนทรานซ์สิ้นสุดลง..ถึงตอนนั้นต่อให้พวกเราอยากเก็บหลิงหยุนไว้ที่จิงฉู ก็ยากที่จะเหนี่ยวรั้งหรือกักขังหลิงหยุนที่เปรียบเหมือนมังกรที่ใหญ่โตและทรงพลังไว้ได้! และอารามเล็กๆนั่นก็คงยากที่จะต้านทานเทพอย่างเขาได้เช่นกัน!”พูดจบ..หลี่ยี่เฟิงก็นิ่งไป ดวงตาของเขาหรี่เล็กลง ริมฝีปากเม้มจนเป็นเส้นตรง และบี้ก้นบุหรี่ในมือลงบนโต๊ะ..