ตอนที่ 263
บทที่ 566 : ระดับสูงสุดขั้นปรับร่างกาย-7!
October 22, 2026
บทที่ 566 : ระดับสูงสุดขั้นปรับร่างกาย-7! “คุณชายน้อยไม่ใช่คนรักสบายหรือเอาแต่เที่ยวเล่นสนุกไปวันๆ เขามีวิธีการฝึกกำลังภายในที่ลึกลับและทรงพลังอย่างมาก ข้าเองก็เห็นนายน้อยฝึกฝนอย่างหนักทุกวัน กำลังภายในของเขาจึงก้าวหน้าอย่างรวดเร็วมาก!” “คุณชายน้อยดูเป็นคนอ่อนโยนแต่ก็สามารถเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากได้อย่างกล้าหาญ ไม่เกรงกลัวแม้ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่า และนับวันก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ!” “หากท่านคาดหวังว่าหลังจากที่นายน้อยรู้จักกับต้นตระกูลของตนเองแล้วก็จะยอมกลับเข้ามาอยู่ในกรงทองแห่งนี้ และใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยเช่นคนธรรมดาสามัญไปตลอดชีวิตแล้วล่ะก็ ความคิดนี้นับว่าผิดพลาดอย่างมาก.. มากจริงๆ! เพราะนายน้อยจะไม่ยอมใช้ชีวิตเช่นนั้นอย่างแน่นอน!” “แต่หากนายท่านให้ข้าพาตัวนายน้อยกลับมาหลังจากที่เขาได้ทำความรู้จักกับต้นตระกูลของตนเองแล้ว ให้เขาได้รับรู้จุดอ่อนของตระกูลหลิง และศัตรูของพวกเรา การทำเช่นนี้ต่างหากที่จะช่วยปลุกจิตวิญญาณนักสู้ในตัวของนายน้อยขึ้นมา และยิ่งนายน้อยแข็งแกร่งขึ้นมากเท่าไหร่ ตระกูลหลิงก็จะมีความแข็งแกร่งขึ้นมากเท่านั้น!” ไม่ต้องสงสัยว่าเหล่ากุ่ยนั้นสามารถมองหลิงหยุนได้อย่างทะลุปรุโปร่งมากทีเดียว! คำพูดของเหล่ากุ่ยนั้นไม่ต่างจากค้อนหนักที่ทุบลงกลางใจของหลิงลี่มันมีพลังที่ทำให้เขารู้สึกสะเทือนและหวั่นไหวไปทั้งใจ! หลิงลี่ลูบไล้ผมสีขาวของตนเองและในใจก็ยากที่จะตัดสินใจได้! ระหว่างชะตากรรมของตระกูลหลิงกับความเป็นความตายของหลิงหยุนในเวลานี้ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของหลิงลี่ และแน่นอนว่าหลิงลี่ต้องระมัดระวัง และพิจารณาอย่างรอบคอบที่สุด! “เหล่ากุ่ย..เจ้าก็รู้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวพันถึงชะตะกรรมของตระกูลหลิง และแม้แต่ชื่อเสียงของตระกูลหลิง เจ้ารับรองได้ไหมว่าหลิงหยุนจะปลอดภัย” เหล่ากุ่ยยิ้มเล็กน้อยและตอบกลับไปว่า“ท่านผู้นำตระกูล.. ความแข็งแกร่งของนายน้อยนั้นเหนือกว่าข้า แล้วก็เหนือกว่าท่าน และคนอย่างนายน้อยก็ไม่เคยฝากชะตาชีวิตไว้ในมือของผู้ใด!” “เด็กคนนี้..”หลิงลี่ถึงกับอึ้งไป และได้แต่เดินเอามือไขว้หลังกลับไปกลับมา “แต่ข้าก็อดที่จะเป็นห่วงเขาไม่ได้จริงๆ!”หลิงลี่เดินกลับไปกลับมาสองสามรอบ แต่แล้วก็หยุดกะทันหันพร้อมกับกัดฟันและขมวดคิ้วแน่น นี่นับว่าเป็นโอกาสที่ดีสำหรับตระกูลหลิงก็จริงแต่หลิงหลี่ก็ไม่ต้องการให้หลิงหยุนซึ่งเป็นลูกนอกสมรส และได้พลัดพรากจากครอบครัวจนต้องไปเร่ร่อนอยู่ข้างนอกมานานหลายปี ต้องมาเผชิญกับภัยอันตรายมากมายในเมืองหลวง หรือมามีส่วนร่วมในการเผชิญปัญหาต่างๆร่วมกับตระกูลหลิง เหล่ากุ่ยยิ้มเล็กน้อยและเริ่มหงายไพ่ใบต่อไป “ท่านผู้นำตระกูล.. ท่านลืมไปแล้วหรือว่าหลิงหยุนไม่เพียงมีตระกูลหลิงคอยปกป้อง แต่ยังมีตระกูลฉินคอยหนุนหลังอยู่ด้วย..” เหล่ากุ่ยเริ่มพูดให้หลิงลี่มั่นใจยิ่งขึ้น.. “ใหนยังจะมีหลานสาวของท่านเสี่ยวหมอเทวดาที่เป็นคนรักของนายน้อยอีกคน!” “นั่นสิ..!”หลิงลี่ถึงกับร้องอุทานเสียงดังออกมา เขามัวแต่เป็นห่วงหลิงหยุนจนลืมไปว่าหลิงหยุนเป็นลูกบุญธรรมของฉินจิวยื่อ! หลิงลี่ยืนนิ่งสงบจิตใจอยู่นานกว่าครึ่งชั่วโมงแล้วจู่ๆ เขาก็ตบหน้าตักตัวเองเสียงดังพร้อมกับร้องออกมาอย่างตัดสินใจได้เด็ดขาดแล้ว “เอาล่ะ..ครั้งนี้ข้าจะเชื่อเจ้า และทำตามเจ้าสักครั้ง!”“แล้วเจ้าต้องเตรียมอะไรบ้างข้าจะมอบเงินจำนวนหนึ่งให้กับเจ้า!”“ข้ายังต้องเตรียมการอีกมากมาย..”เหล่ากุ่ยยิ้มกว้างเมื่อได้เห็นแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวังของผู้เฒ่าหลิงมนุษย์เรานั้นจะขาดสิ่งใดในชีวิตก็ย่อมได้แต่ไม่สามารถขาดความหวังได้! และจะสูญเสียสิ่งใดก็ได้ แต่ไม่ควรสูญเสียกำลังใจ!“แล้วเจ้าจะออกเดินทางเมื่อไหร่”เมื่อหลิงลี่ตัดสินใจแล้วเขาจึงต้องการเตรียมการทุกอย่างให้ดีที่สุด!“แต่ยิ่งเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี..อย่างน้อยพรุ่งนี้ตอนเช้าเจ้าควรจะต้องถึงจิงฉูแล้ว!”“ถ้าเจ้าต้องการอะไรเพิ่มเติมก็บอกข้ามาข้าจะได้จัดหาให้!” หลิงลี่กำชับ“ข้าขอท่านผู้นำเพียงแค่เรื่องเดียวเท่านั้น..ขอให้ท่านเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ!” เหล่ากุ่ยตอบยิ้มๆในที่สุดใบหน้าของหลิงลี่ก็มีรอยยิ้มปรากฏออกมาพร้อมกับตอบไปว่า “เจ้ายังต้องขอข้าอีกรึ!”……….เที่ยงคืนผ่านไปห่างจากตัวเมืองจิงฉูไปราวสามสิบกิโลเมตร..การที่หลิงหยุนพาตี้เสี่ยวอู๋มาที่นี่นั้นก็เพื่อจะให้เขาได้เรียนรู้ และทำความเข้าใจในเรื่องจุดตันเถียน เส้นลมปราณ และพลังชี่ได้มากขึ้น“เขื่อนกักเก็บน้ำที่อยู่ตรงหน้านายตอนนี้เปรียบเหมือนจุดตันเถียนในร่างกายส่วนแม่น้ำนั่นก็เปรียบเหมือนเส้นลมปราณต่างๆที่ เชื่อต่อเข้ากับจุดตันเถียน”หลิงหยุนยืนอยู่บนเขื่อนยกมือขึ้นชี้ไปทางด้านหน้าพร้อมกับอธิบายให้ตี้เสี่ยวอู๋ฟังอย่างละเอียด“นายฟังนะ..เสียงกระแสน้ำกำลังมา!”ยังไม่เห็นน้ำแต่สามารถได้ยินเสียงของกระแสน้ำ..พื้นผิวน้ำยังคงสงบนิ่งแต่เสียงกึกก้องสนั่นอยู่ในหูนั้น กลับดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเสียงรัวกลองที่ดังจนแก้วหูแทบแตกวิชานู่เตาของตี้เสี่ยวอู๋ก็คล้ายคลึงกับกระแสน้ำดังนั้นเพื่อให้ตี้เสี่ยวอู๋สามารถเข้าใจวิชานี้ได้ดีขึ้น หลิงหยุนจึงพาเขามาดูกระแสน้ำของจริง