ตอนที่ 276
บทที่ 579 : มีเทพธิดากี่คน?
October 22, 2026
บทที่ 579 : มีเทพธิดากี่คน? “พ่อ..ลุงหลี่.. มากันแล้วเหรอครับ อย่ามัวแต่ยืนคุยอยู่ตรงนั้นเลย เข้ามานั่งข้างในดีกว่า!” เพราะมีผู้คนรายล้อมหลิงหยุนอยู่มากมายจนถังเมิ่งไม่สามารถเข้าถึงตัวได้เขาจึงได้แต่ต้องร้องตะโกนบอกอยู่ที่หน้าประตูคลีนิคแทน “ลุงหลี่..เชิญไปคุยกันด้านในดีกว่าครับ!” หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับเชื้อเชิญหลี่ยี่เฟิง หลี่ยี่เฟิงพยักหน้าเบาๆและทั้งสามคนก็เดินตรงเข้าไปในคลีนิคสามัญชน แน่นอนว่าอำนาจบารมีของคนทั้งสามนั้นแผ่กระจายออกมาโดยไม่ต้องพูด ผู้คนต่างพากันหลีกทางให้โดยไม่ต้องเอ่ยปาก และนี่คือข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งของการมีอำนาจบารมี.. หลิงหยุนไม่สนใจเรื่องเหล่านี้..แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนธรรมสามัญจะไม่สนใจด้วยเช่นกัน! ทันทีที่ได้ยินเสียงร้องตะโกนของถังเมิ่งซูหลิงเฟยก็ลุกลี้ลุกลนออกมาจากคลีนิคทันที เมื่อเธอเห็นหลี่ยี่เฟิง ถังเทียนห่าว และหลิงหยุนเดินตรงเข้ามาที่คลีนิคสามัญชนพร้อมกัน เธอได้แต่นึกเสียใจอย่างมากที่ไม่ได้พาตากล้องมาด้วย เพราะเหตุการณ์ในวันนี้สามารถนำไปเป็นข่าวขึ้นเฮดส์นิวส์ได้อย่างสบาย! แต่ถึงแม้ว่าซูหลิงเฟยจะมีตากล้องมาด้วยก็ใช่ว่าหลิงหยุนจะยอมให้เธอสัมภาษณ์! เมื่อเห็นหลิงหยุนถังเทียนห่าว และหลี่ยี่เฟิงเดินเข้าไปในคลินิก หลงเทียนเจียวที่ยังคงยืนอยู่ด้านนอกนั้น ก็ได้แต่นึกโกรธและหงุดหงิดอย่างมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้! หลิงหยุนไม่แม้แต่จะรักษาหน้าเขาซึ่งเป็นถึงคุณชายตระกูลหลงเลยแม้แต่น้อย! “นี่หลิงหยุน..กลุ่มที่ยืนถัดไปจากเรา พวกเขามาทำอะไรที่นี่” หลี่ยี่เฟิงเอ่ยถามระหว่างทางที่เดินไปยังคลีนิคหลี่ยี่เฟิงรู้ว่าคณะที่ติดตามหลงเทียนเจียวนั้นล้วนแล้วแต่เป็นผู้บริหารชั้นสูง เพราะระหว่างที่เขาเดินผ่านนั้น ผู้คนมากมายต่างก็พากันเข้าไปทักทายกันอย่างล้นหลาม หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับตอบไปว่า“พวกเขามาร่วมแสดงความยินดีครับ แต่เพราะด้านในมีคนเต็มแล้ว ผมก็เลยให้พวกเขายืนรออยู่ด้านนอก..” หลี่ยี่เฟิงถึงกับพูดไม่ออกเขาคิดไม่ถึงว่าหลิงหยุนจะไม่เห็นคนใหญ่คนโตพวกนี้อยู่ในสายตาเลยเชียวหรือ คนพวกนั้นล้วนแล้วแต่เป็นนักธุรกิจใหญ่ของเมืองจิงฉู ไม่ว่าพวกเขาจะมากับใคร อย่างน้อยก็ไม่ควรจะปล่อยให้พวกเขาต้องยืนอยู่ด้านนอกแบบนั้น? ‘เด็กหนุ่มคนนี้ช่างแปลกประหลาดอย่างไม่ธรรมดาเลย!’“นี่หลิงหยุน..ปล่อยให้ผู้บริหารระดับสูงยืนอยู่ด้านนอกแบบนั้น ผลกระทบที่จะตามมาอาจไม่ดีนัก..”หลี่ยี่เฟิงดูเหมือนจะเข้าใจอุปนิสัยใจคอหลิงหยุนดีเขารู้ว่าไม่สามารถที่จะออกคำสั่งกับหลิงหยุนตรงๆได้ จึงได้แต่อาศัยการพูดจาอ้อมๆแทน“ในเมื่อลุงหลี่เกรงว่าผลกระทบที่จะตามมานั้นไม่ดีงั้นให้พวกเขาเข้าไปรอด้านในก็ได้ครับ..”หลิงหยุนจึงสั่งถังเมิ่งให้ไปเรียกหลงเทียนเจียวและคณะเข้าไปรอในคลีนิค ถังเมิ่งเคยพบหลงเทียนเจียวกับคณะมาก่อนหน้านี้แล้ว จึงคุ้นเคยกับพวกเขาเป็นอย่างดี“ลุงหลี่ครับ..ข้างล่างมีคนมากมาย ถ้ายังไงให้คนพวกนั้นรออยู่ข้างล่างก็แล้วกัน ส่วนพวกเราขึ้นไปคุยกันชั้นสองดีกว่า..”นี่ก็ใกล้เวลาตัดริบบิ้นแล้วหลิงหยุนรู้ว่าหลี่ยี่เฟิง และถังเทียนห่าวนั้นน่าจะเป็นชุดสุดท้ายที่มา แต่แม้ว่าจะมีใครมาอีก เขาก็ไม่สามารถปลีกตัวไปต้อนรับด้วยตัวเองได้อีกแล้วระหว่างที่ถังเมิ่งเดินออกไปต้อนรับหลงเทียนเจียวและคณะนั้นตี้เสี่ยวอู๋ก็จัดก็คนออกไปเตรียมพิธีตัดริบบิ้นความจริงแล้วแก๊งมังกรเขียวนั้นไม่ใช่แก๊งอันธพาลที่ทำแต่เรื่องชั่วช้าและไม่ได้มีแต่คนเลวร้ายที่คิดแต่เรื่องฆ่าคนเช่นกัน เพระหากเป็นคนเลวมากเช่นนั้นจริงๆ หลงคุนเองก็จะไม่รับเข้ามาธุรกิจหลักของแก๊งมังกรเขียวนั้นล้วนเป็นธรุกิจสีเทาอย่างเช่นบ่อนคาสิโนบาร์ ไนท์คลับสำหรับชนชั้นสูง อาบอบนวด และการปล่อยเงินกู้แต่ก็มีธุรกิจประเภทโรงแรม และอาหารด้วยเช่นกัน แต่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจผงขาวอย่างเด็ดขาดสำหรับธุรกิจอาหารนั้นนับว่าเป็นธุรกิจที่ทำรายได้ให้แก๊งมังกรเขียวไม่น้อยเช่นกันเพราะทุกคนต้องกิน และต้องกินทุกวันด้วย แก๊งมังกรเขียวจึงมีรายได้ก้อนใหญ่จากการทำธุรกิจค้าเนื้อหมู เนื้อวัว และเนื้อแกะสำหรับลูกน้องที่ตี้เสี่ยวอู๋เรียกมาใช้งานในวันนี้นั้นล้วนแล้วแต่เป็นคนที่ไว้ใจได้ และไม่เคยมีคดีความติดตัวมาก่อน พวกเขาต่างก็รับผิดชอบในงานของตนเองอย่างดีเยี่ยม เฉลียวฉลาด และมีความสามารถ อีกทั้งยังผ่านโลกมามาก จึงสามารถทำงานได้เหนือกว่าเด็กหนุ่มเพลย์บอยทั้งห้าคนที่ถังเมิ่งพามาช่วยงานอย่างมาก ทุกอย่างจึงสามารถเป็นไปตามกำหนดการโดยไม่มีอะไรล่าช้าตอนนี้ที่ชั้นสองของคลีนิกสามัญชนนั้นมีแขกเหรื่ออยู่เต็มไปหมดนอกเหนือจากฉินตงเฉี่วย ท่านเสี่ยวหมอเทวดา หลินเจิ้งกัง หลี่ยี่เฟิง เฉิงเทียน และผู้ใหญ่ท่านอื่นที่ได้นั่งแล้ว หนุ่มๆล้วนแล้วแต่ต้องยืนทั้งหมดทางด้านแขกผู้หญิงอย่างหลิวลี่หลี่หงเม่ย จางเม่ยหยวน และคนอื่นๆ ต่างก็ไปนั่งคุยกันอยู่ในห้องนอนและตอนนี้คนที่ทำหน้าที่หลักในการต้อนรับแขกเหรื่อก็คือฉินตงเฉี่วยความจริงแล้วนางรู้สึกเบื่อหน่ายอย่างมาก หากไม่ใช่เพราะนางเป็นญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวของหลิงหยุนในเวลานี้ นางคงจะหลบลี้หนีหายไปนานแล้ว!