ตอนที่ 280
บทที่ 583 : ศิลากลั่นวิญญาณ
October 22, 2026
บทที่ 583 : ศิลากลั่นวิญญาณ วันนี้ของขวัญที่หลิงหยุนได้รับนั้นหากมีผู้มาพบเห็นคงต้องคิดว่าเป็นสินสอดทองหมั้นมากกว่าจะเป็นของขวัญในวันเปิดกิจการ เพราะไม่ว่าจะเป็นหุ้นบริษัทของตระกูลเฉิงหรือหกบริษัทของตระกูลเสี่ยว ก็ล้วนแล้วแต่เป็นธุรกิจที่กำลังรุ่งเรื่องทั้งคู่ ไม่น่าเชื่อว่าพวกเขาจะกล้ามอบให้เป็นของขวัญกับหลิงหยุน! อีกทั้งสาวงามมากมายที่อยู่ด้านในนั้นสายตาของพวกเธอล้วนจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของหลิงหยุนด้วยแววตาที่เป็นประกายสดใส ไม่เพียงเท่านั้น..แม้แต่แขกคนสำคัญก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนใหญ่คนโตที่ผู้คนต่างก็รู้จัก ไม่ว่าจะเป็นท่านเสี่ยวหมอเทวดา รวมทั้งเสี่ยวเฉิงเยี่วยกับจางเม่ยหยวน ยังมีหลินเจิ้งกังกับเฉิงเทียน เหตุการณ์ในวันนี้ดูราวกับเป็นการต่อสู้กันเรื่องมูลค่าของสินสอดทองหมั้น!ในโลกใบนี้คงไม่มีใครทำได้เหมือนหลิงหยุนอีกแล้ว! และคงไม่มีใครเลี้ยงลูกให้เป็นเหมือนหลิงหยุนได้! เพราะแทนที่จะต้องนำสินสอดไปขอเจ้าสาวแต่เขากลับเป็นผู้นั่งรอรับสินสอดแทน! ‘เฮ้อ..ตอนที่ข้าหมั้น ยังไม่ยิ่งใหญ่แบบนี้เลย..’ หลงเทียนเจียวนั่งอยู่บนเก้าอี้พร้อมกับเหลือบมองหลินเจิ้งกังซึ่งนั่งอยู่ทางด้านขวามือของเขาเป็นครั้งคราวในหัวของเขามีความคิดผุดขึ้นมากมาย หลงเทียนเจียวไม่รู้ว่าตนเองต้องอาศัยความใจกล้าหน้าด้านมาเพียงใด จึงจะสามารถทนนั่งนิ่งไม่พูดไม่จาอยู่ที่นี่ได้ เขากำลังคาดเดาว่าตระกูลหลินก็คงต้องมีของขวัญมามอบให้กับหลิงหยุนด้วยเช่นกัน! แม้หลงเทียนเจียวจะกล้ามองหลินเจิ้งกังแต่เพราะความเกรงกลัวหลิงหยุน จึงไม่กล้าแม้แต่จะชายหางตาไปมองหลินเมิ่งหาน หลงเทียนเจียวรู้ดีว่าหากเขาทำให้หลิงหยุนไม่พอใจขึ้นมาเมื่อใด รับรองว่าหลิงหยุนต้องไม่ไว้หน้าเขาอย่างแน่นอน หลังจากนั่งดูท่านหมอเสี่ยวและเฉิงเทียนมอบของขวัญให้หลิงหยุนไปแล้ว หลินเจิ้งกังยังคงมีสีหน้านิ่งเรียบราวกับไม่มีความรู้สึกใดๆเกิดขึ้น และเมื่อภายในคลินิกเริ่มสงบลง เขาจึงยกมือขึ้นกวักเรียกหลินเมิ่งหานให้เข้ามาหาทันที ตลอดเวลางานนั้นด้วยรูปร่างหน้าตาที่โดดเด่นของหลินเมิ่งหาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน้าอกที่ใหญ่โตของเธอ ทำให้หลินเมิ่งหานเป็นที่สะดุดตา และพึงพอใจของหนุ่มๆในงานอย่างมาก! เมื่อหลินเมิ่งหานเดินมาถึงหลินเจิ้งกังก็ยักมือขึ้นตบลงบนเป้ทหารที่เขาถือไว้ไม่เคยห่างตัวเลย จากนั้นหลินเจิ้งกังก็ยิ้มให้ลูกสาวพร้อมกับพูดขึ้นว่า “นำของในกระเป๋าใบนี้ไปมอบให้กับหลิงหยุน!” เป้ทหารใบนั้นแม้จะไม่ใหญ่มากแต่ของที่บรรจุอยู่ภายในกับมีน้ำหนักไม่ใช่เล่น แต่ด้วยพละกำลังของหลินเมิ่งหานในปัจจุบันนี้ เธอจึงสามารถแบบกออกไปวางไว้บนโต๊ะใหญ่ด้านหน้าได้อย่างไม่ยากนัก หลินเมิ่งหานขยิบตาให้หลิงหยุนพร้อมกับบอกเขาว่า“เปิดดูเองสิ..”หลินเมิ่งหานหยิบเช็คหนึ่งใบออกมาจากกระเป๋าและยื่นให้กับซูหลิงเฟยซึ่งนั่งอยู่ด้านหลังโต๊ะ มันคือเช็คมูลค่าสองร้อยล้านหยวน และนับว่าเป็นจำนวนเงินที่มากโขทีเดียวสำหรับครอบครัวทหารอย่างหลินเจิ้งกังแต่หลิงหยุนดูเหมือนจะไม่ใส่ใจกับเช็คมากนักเขารีบเดินไปเปิดเป้ทหารออกดูทันที!ไม่เพียงแค่หลิงหยุน..ทุกคนในงานต่างก็อยากรู้อยากเห็นด้วยเช่นกัน เพราะของที่อยู่ในกระเป๋าเป้ใบนั้นถูกห่อไว้ด้วยหนังสือพิมพ์เก่าๆอยู่ และเมื่อแกะกระดาษหนังสือพิมพ์ออก ก็พบว่ามีผ้าสีดำคลุมไว้อีกชั้นหนึ่งอีกทั้งสิ่งของชิ้นนี้ยังมีรูปร่างที่แปลกประหลาดอย่างมาก..ทุกคนต่างก็พากันกระเถิบเข้าไปใกล้ๆเพื่อต้องการเห็นว่าของสิ่งนั้นคืออะไรกันแน่! แม้แต่ซ่งเจิ้งหยางเองก็ถึงกับลุ้นไปด้วยแม้กระทั่งท่านหมอเสี่ยวฉินตงเฉี่วย เหล่ากุ่ย หลงเทียนเจียว และคนอื่นๆต่างก็จ้องมองกันตาไม่กระพริบสำหรับผู้ที่มาจากจากตระกูลเก่าแก่หรือผู้ที่ฝึกวรยุทธนั้น เงินทองล้วนเป็นของธรรมดา และการมีเงินก็ไม่ได้มีความหมายอะไรมากมายในสายตาของพวกเขาแต่สมบัติที่หาได้ยากในโลกนี้ต่างหากจึงจะเป็นสิ่งที่พวกเขาให้ความสนใจ!‘ห่อมาหลายชั้นเช่นนี้..’หลิงหยุนคิดในใจอย่างตื่นเต้น“ข้างในเป็นอะไรกันแน่!”“นี่..รีบๆเปิดเร็วเข้า อยากรู้จะแย่อยู่แล้ว!”หลายคนต่างก็พากันร้องตะโกนบอกหลิงหยุนด้วยความกระวนกระวายใคร่รู้หลิงหยุนถูมือเข้าหากันเบาๆ พร้อมกับหายใจเข้าลึกสองสามครั้ง จากนั้นจึงรีบเปิดผ้าคลุมสีดำออก!“ช่างเป็นสมบัติที่ล้ำค่ามากจริงๆ!”หลิงหยุนร้องออกมาอย่างตื่นเต้นเขาแทบอยากจะวิ่งไปกอดหลินเจิ้งกัง พร้อมกับหอมฟอดใหญ่!ที่แท้มันก็คือศิลากลั่นวิญญาณ!ศิลากลั่นวิญญาณนั้นมีเพียงรูปร่างที่แปลกประหลาดนอกเหนือจากนั้นแล้วก็ไม่มีอะไรแตกต่างจากก้อนหินสีเทาที่พบเห็นทั่วไปตามท้องถนน หากคนธรรมดาไปเตะโดนเข้า ก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคือสมบัติที่ล้ำค่าอย่างยิ่งแต่ถึงกระนั้น..ศิลาก้อนนี้ก็จะมีความแข็งและหนักกว่าหินธรรมดามากถึงสองเท่า!