ตอนที่ 281
บทที่ 584 : ส้มหล่น!
October 22, 2026
บทที่ 584 : ส้มหล่น! “ตระกูลหลินได้มอบเช็คมูลค่าสองร้อยล้านพร้อมกับ..” ซูหลิงเฟยกำลังจะประกาศออกมาแต่หลิงหยุนรีบห้ามเธอไว้ทันที! หลิงหยุนไม่สนใจว่าผู้คนจะรู้ว่าเขาได้รับเงินมากเท่าไหร่แต่เขาไม่ต้องการให้เรื่องศิลากลั่นวิญญาณ หรือที่ตอนนี้ได้กลายเป็นศิลาเกลาใจไปแล้วนั้น ลอยไปเข้าหูตระกูลเก่าแก่อีกหลายตระกูล ความจริงแล้วเพียงแค่เหล่ายอดฝีมือรู้ว่าหินก้อนนี้คือศิลาเกลาใจ พวกเขาต่างก็คิดว่ามันเป็นสมบัติล้ำค่าที่หาได้ยากแล้ว หากพวกเขารู้ว่าแท้จริงแล้วมันคือศิลากลั่นวิญญาณที่สามารถเร่งผลของการฝึกให้รุดหน้าได้มากกว่าเดิมหลายเท่าแล้วล่ะก็.. หากมียอดฝีมือที่อยู่ในขั้นเดียวกันและมีพรสวรรค์เหมือนกันสองคน และทั้งคู่ก็ได้ฝึกฝนเหมือนๆกัน ในเวลาเท่าๆกัน แต่คนที่มีศิลากลั่นวิญญาณนั้น จะสามารถฝึกฝนรุดหน้าไปไกลกว่าอีกคนหลายเท่ามาก จนอีกฝ่ายไม่สามารถที่จะตามได้ทันเลยทีเดียว! สมบัติล้ำค่าชิ้นนี้จึงมีคุณค่าเทียบเท่าชีวิตเช่นนี้แล้วใครเล่าจะโง่เขลาจนนำชีวิตของตนเองไปแลกกับเงินทอง! หลังจากมอบของขวัญให้หลิงหยุนไปแล้วหลินเจิ้งกังก็พึงพอใจกับการแสดงออกของหลิงหยุนอย่างมาก และไม่พูดอะไรอีก! ตอนนี้เป็นเวลาสิบเอ็ดโมงเช้าและได้ผ่านช่วงตัดริบบิ้นมาเกือบหนึ่งชั่วโมงแล้ว เหล่ากุ่ยมองไปรอบๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครยืนอยู่ข้างหลิงหยุนแล้ว เขาจึงส่งกระแสจิตบอกหลิงหยุนว่า -พ่อหนุ่ม..ข้าได้เตรียมของขวัญมาให้เจ้าด้วย มันอาจไม่มีมูลค่ามากมาย เจ้าต้องการให้ข้านำออกมาเลยหรือไม่- หลิงหยุนส่ายหน้าพร้อมตอบกลับเหล่ากุ่ยไปว่า-เหล่ากุ่ย.. เราทั้งคู่ต่างก็เป็นผู้บ่มเพาะพลังเหมือนกัน ของขวัญที่ท่านจะมอบให้กับข้านั้น รอกลับไปที่บ้านเสียก่อนค่อยนำมันออกมา อย่านำออกมาตอนนี้..- หลิงหยุนไม่กังวลที่จะเปิดเผยเงินทองที่ได้รับแต่ที่นี่ก็มียอดฝีมือคนอื่นอยู่ด้วย แต่นั่นยังไม่ทำให้หลิงหยุนกังวลเท่ากับการมีหลงเทียนเจียวนั่งอยู่ที่นี่ด้วย ใครจะไปคิดว่าหลงเทียนเจียวจะหน้าด้านนั่งอยู่ที่นี่ได้ตั้งนาน หลิงหยุนกับเหล่ากุ่ยไม่ได้พบหน้ากันมานานเป็นเดือนหากการที่เหล่ากุ่ยหายหน้าหายตาไปครั้งนี้เพื่อเตรียมของขวัญให้กับเขาแล้วล่ะก็ ของขวัญชิ้นนี้ก็คงจะต้องเป็นของล้ำค่าเช่นกัน ที่คลินิกเวลานี้ก็มีผู้คนอยู่มากมาย หลิงหยุนจึงไม่ต้องการให้ใครได้ล่วงรู้มากนักเพื่อป้องกันความโกลาหลวุ่นวาย ในวันนี้หลิงหยุนเองก็คิดไม่ถึงว่าเหตุการณ์จะกลับตาลปัตรจนทำให้เขากลายเป็นผู้ที่ถูกจับตามองเช่นนี้ แขกเหรื่อที่มาร่วมงานต่างก็มีโทรศัพท์มือถือที่สามารถบันทึกภาพและวีดีโอได้ ทุกคนต่างก็พากันยกขึ้นมาเก็บภาพบรรยากาศที่ยิ่งใหญ่อลังการของพิธีเปิดคลีนิคสามัญชนแห่งนี้ไว้ แต่หลิงหยุนก็ได้สั่งให้ไป๋เซียนเอ๋อใช้วิชาลวงตาทำให้ผู้คนที่พากันยกโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกภาพบรรยากาศในงาน สามารถบันทึกได้เพียงภาพลวงตาที่สร้างขึ้นมา ดังนั้นอย่าว่าแต่รูปภาพในงานเลย แม้แต่เสียงก็ยังบันทึกไม่ได้! หลังจากที่ทุกคนออกจากคลีนิคสามัญชนไปแล้วเพียงแค่ถ่ายติดภาพบันไดของคลีนิคได้ ก็ต้องนับว่าคนผู้นั้นประสบชัยชนะที่ยิ่งใหญ่แล้ว หลังจากกลายร่างสำเร็จแล้วและตั้งแต่กลับมาจากเกาะเตียวหยู การใช้วิชาจิ้งจอกลวงตาสำหรับไป๋เซียนเอ๋อนั้น เรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่ง่ายแสนง่าย! ภายในคลีนิคค่อยๆเงียบเสียงลงและเมื่อหลี่ยี่เฟิงเห็นว่าไม่มีผู้ใดลุกขึ้นมอบของขวัญอีกแล้ว เขาจึงลุกขึ้นจากเก้าอี้ม้ายาวและเดินไปที่โต๊ะใหญ่ด้านหน้า“หลิงเฟย..ของลุงหลี่พูดอะไรสักสองสามประโยคจะได้มั๊ย” หลี่ยี่เฟิงพูดยิ้มๆบารมีของหลี่ยี่เฟิงนั้นมากพอที่จะทำให้ทุกคนในงานถึงกับกลั้นหายใจเมื่อเขาลุกขึ้นยืนและเดินออกไปด้านหน้า แล้วมีหรือที่ซูหลิงเฟยจะกล้าปฏิเสธ!ซูหลิงเฟยลุกขึ้นจากเก้าอี้และเดินไปยืนอยู่ด้านหลังของเหลียงเฟิงอี้ทันที..ส่วนหลี่ยี่เฟิงก็เดินอ้อมไปยืนอยู่ด้านหลังโต๊ะใหญ่แทนซูหลิงเฟยเขากระแอมเบาๆสองครั้ง จากนั้นจึงยิ้มให้กับทุกคน และพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ท่านสุภาพบุรุษและท่านสุภาพสตรีทั้งหลาย ดูเหมือนว่าวันนี้ทุกคนจะมีความสุขอย่างมากเลยทีเดียว!”แล้วเสียงปรบมืออย่างอบอุ่นก็ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งบริเวณ!หลี่ยี่เฟิงยกมือขึ้นห้ามพร้อมกับพูดต่อว่า“ก่อนอื่น.. ผมต้องขอขอบคุณแขกทุกท่านจากใจจริงที่ได้เสียสละเวลามาร่วมพิธีเปิดคลีนิคของหลิงหยุนในวันนี้!”เสียงปรบมืออย่างอบอุ่นดังขึ้นอีกครั้ง!‘ช่างสง่างามนัก..’หลิงหยุนได้แต่นึกชื่นชมหลี่ยี่เฟิงอยู่ในใจ และกำลังรอฟังว่าหลี่ยี่เฟิงจะพูดอะไรต่อ“หลิงหยุนเป็นแพทย์แผนจีนที่มีชำนาญและเก่งกาจอย่างมาก!”“เหตุใดผมจึงกล้ายืนยันเช่นนั้น!นั่นก็เพราะหลิงหยุนเป็นผู้ที่รักษาอาการป่วยที่ไม่มีหมอใดรักษาได้ของลูกชายผม ให้หายเป็นปกติได้!”“หลิงหยุนจึงนับว่าเป็นผู้มีพระคุณต่อตระกูลหลี่ของพวกเราไปตลอดชีวิต!”หลังจากที่หลี่ยี่เฟิงพูดจบประโยคเขาก็ผลักเก้าอี้ที่อยู่ด้านหลังออกไปเล็กน้อย และหันไปโค้งคำนับให้กับหลิงหยุนจากใจจริง!“ลุงหลี่ครับ..นี่ลุง..”หลิงหยุนเองก็คิดไม่ถึงว่าหลี่ยี่เฟิงจะทำเช่นนี้เขาจึงได้แต่ยืนตกตะลึง..!หลี่ยี่เฟิงเองก็เคยช่วยให้หลิงหยุนสามารถซื้อบ้านสองหลังได้ในราคาเพียงแค่ครึ่งเดียวและเพราะเรื่องนี้ก็เป็นเหตุให้หลี่ยี่เฟิงถูกตั้งคณะกรรมการสอบวินัยด้วย ดังนั้นบุญคุณที่หลิงหยุนได้ช่วยชีวิตของหลี่จิ้งเฉิน จึงควรนับว่าได้รับการตอบแทนไปเรียบร้อยแล้วแต่ครั้งนี้..ไม่มีแม้แต่เสียงปรบมือ ภายในคลินิกกลับเงียบกริบ ไม่มีใครสามารถพูดอะไรออกอีก!อะไรกันลูกชายของเลขาหลี่ป่วยหนักหรือนี่?! และหลิงหยุนเป็นผู้ที่ทำการรักษาให้งั้นรึ? หลิงหยุนสามารถรักษาอาการป่วยสาหัสได้ด้วยหรือนี่?หลิงหยุนเป็นผู้มีพระคุณของเลขาหลี่งั้นรึนี่มันเกิดอะไรขึ้น..ทุกคนในงานต่างก็พากันครุ่นคิดในใจกันไปต่างๆนานาและสายตาทุกคู่ที่จับจ้องหลิงหยุนอยู่นั้น ก็ได้มีแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมทันที!