ตอนที่ 326
บทที่ 643 -644
October 22, 2026
บทที่ 643 : โกงการสอบ! หลิงหยุนนิ่งและหันไปมองผู้คุมสอบทันที.. “นักเรียน..เธอไม่ใช่คนเดียวกับเจ้าของบัตรประจำตัวสอบ..” “ผมเป็นเจ้าของบัตรประจำตัวสอบใบนี้ครับ..” “เธอจะเป็นเจ้าของบัตรประจำตัวสอบนี่ได้ยังไงในเมื่อคนในรูปหน้าอ้วนขนาดนั้น แต่เธอกลับผอมขนาดนี้..” “นั่นเป็นรูปผมตอนอ้วนครับผมลดน้ำหนัก..” หลิงหยุนอธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ลดน้ำหนักงั้นเหรอเท่าที่ฉันรู้ บัตรประจำตัวสอบเพิ่งจะจัดทำขึ้นเมื่อกลางเดือนมีนาคม เพียงแค่สองเดือนเธอสามารถลดน้ำหนักลงได้มากขนาดนี้เชียวเหรอ?” ผู้คุมสอบถามอย่างไม่ยอมเชื่อ ความจริงหลิงหยุนเองก็พบปัญหานี้ตั้งแต่เมื่อครั้งที่เขาได้รับบัตรประจำตัวสอบใบนี้มาแล้วหนิงหลิงยู่ก็เคยแนะนำให้เขาไปแจ้งทางโรงเรียน แต่หลิงหยุนกลับไม่ได้คิดอะไรและใส่ใจอะไรมากในตอนนั้น และในที่สุดตอนนี้มันก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้ “ครูหวัง..คุณช่วยดูเด็กนักเรียนคนนี้หน่อยสิว่าเป็นคนเดียวกับในรูปหรือเปล่า” ผู้คุมสอบคนแรกถือบัตรประจำตัวสอบของหลิงหยุนไว้ในมือเขาดูรูปแล้วเงยหน้าขึ้นมองหลิงหยุนทั้งด้านซ้ายและด้านขวาอยู่หลายรอบ แต่ก็ยังตัดสินใจไม่ได้ จึงร้องเรียกให้ผู้คุมสอบอีกคนให้มาช่วยดู ครูหวังหยิบบัตรประจำตัวสอบของหลิงหยุนมาและตรวจสอบซ้ำอีกครั้ง เขาขมวดคิ้วพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ดูจากโครงหน้ากับดวงตาก็คล้ายกับในรูปอยู่เหมือนกันแต่ก็มีความแตกต่างกับในรูปมากเกินไป! คนในรูปอ้วน ตัวจริงผอม ใหนจะยังสีผิวอีก ดูเหมือนในรูปจะผิวคล้ำกว่าตัวจริงมาก นี่เธอมาเข้าสอบแทนคนอื่นหรือเปล่า” แต่จะตำหนิผู้คุมสอบทั้งสองคนที่รู้สึกผิดสังเกตและหวาดระแวงไม่ได้เพราะระหว่างรูปถ่ายกับตัวจริงของหลิงหยุนนั้นช่างแตกต่างกันมากเหลือเกิน หากให้คนดูสิบคน เก้าคนครึ่งก็คงไม่เชื่อว่าเป็นคนเดียวกัน หลิงหยุนในรูปนั้นอย่างน้อยๆก็ต้องมีน้ำหนักเกือบสองร้อยกิโลกรัม แต่หลิงหยุนคนปัจจุบันน้ำหนักยังไม่ถึงร้อยกิโลกรัมด้วยซ้ำไป อีกทั้งหลิงหยุนคนก่อนนั้นนอกจากจะอ้วนแล้ว ใบหน้าและแววตายังดูเศร้าอีกด้วย ในขณะที่หลิงหยุนคนปัจจุบันกลับมีแววตาเป็นประกายด้วยความเย่อหยิ่งถือดี และผิวพรรณก็ละเอียดผ่องใสราวกับผลึกแก้ว ที่สำคัญมีลักยิ้มข้างซ้ายที่มีเสน่ห์อย่างมาก! แต่หากไม่ใช่เพราะยังคงมีความเหมือนกันหลงเหลืออยู่บ้างแล้วล่ะก็หลิงหยุนคงจะต้องถูกผู้คุมสอบทั้งสองคนปักใจเชื่อว่ามาสอบแทนคนอื่นไปแล้ว “นักเรียน..เธอพิสูจน์ได้มั๊ยว่าเป็นคนเดียวกับคนในรูปถ่ายจริง” ครูผู้คุมสอบคนแรกหยิบบัตรประจำตัวสอบของหลิงหยุนขึ้นมาดูอีกครั้งพร้อมกับร้องถาม.. “หนูยืนยันได้ค่ะว่าเขาเป็นคนเดียวกับในรูปถ่ายจริง!” เฉิงเมี่ยนร้องตะโกนออกมาในขณะที่เดินออกมาจากห้องสอบตรงเข้าไปหาครูผู้คุมสอบทั้งสองคนพร้อมกับยืนยันเสียงแข็ง “หนูมากับเขาหนูเป็นพยานให้ได้ค่ะ!” “พวกเราก็เป็นพยานได้ว่าเขาคือหลิงหยุนจริงๆ!” นักเรียนอีกราวเจ็ดแปดคนที่อยู่ในห้องสอบต่างก็ลุกขึ้นยืนตอบพร้อมกันทั้งหมดก็คือนักเรียนจากโรงเรียนมัธยมจิงฉูเช่นเดียวกับหลิงหยุน ครูผู้คุมสอบถึงกลับหันไปมองหน้ากันและได้แต่คิดอยู่ในใจว่าเป็นคนเดียวกันจริงๆงั้นหรือ ทำไมถึงได้น้ำหนักลดเร็วแบบนี้? แต่ต่อให้ลดน้ำหนักได้เร็วจริง แต่ผิววพรรณก็ไม่ควรจะดูแตกต่างจากในรูปถึงขนาดนี้ นี่เขาทาแป้งมาทั้งตัวหรือยังไง? ทำไมถึงได้ขาวสว่างขนาดนี้ได้? แต่ดูจากลักษณะท่าทางการพูดแล้วเด็กคนนี้ก็ไม่ได้ดูเหมือนว่ากำลังพูดโกหก และนั่นยิ่งทำให้ผูคุมสอบทั้งสองคนถึงกับลังเล และตัดสินใจได้อย่างยากลำบาก หากพวกเขาจะตัดสินว่าหลิงหยุนมาเข้าสอบแทนคนอื่นและหากไม่ใช่ขึ้นมา ก็จะเป็นเรื่องใหญ่อย่างแน่นอน และพวกเขาก็คงจะรับผิดชอบไม่ไหว แต่ถ้าหากเชื่อตามคำพูดของนักเรียนคนอื่นๆและหลิงหยุนไม่ใช่คนในรูปจริงๆ พวกเขาก็ต้องรับผิดชอบอีกเช่นกัน! “นี่..นักเรียนหลิงหยุน เธอมีวิธีอื่นที่จะพิสูจน์ตัวตนที่ดีกว่านี้มั๊ย เรื่องนี้สำคัญมาก พวกเราจำเป็นต้องตรวจสอบอย่างละเอียด..” ครูหวังร้องบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง! หลิงหยุนกับผู้คุมสอบทั้งสองคนต่างก็ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อนและหลิงหยุนเองก็ไม่ต้องการสร้างความลำบากใจให้กับพวกเขาทั้งสองคน หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงเสนอว่า “งั้นเอาแบบนี้ดีมั๊ยครับผมจะเอ่ยชื่อคนมีชื่อเสียงมาสักสองสามชื่อ ลองดูว่ามีใครบ้างที่คุณรู้จักและพอจะเชื่อถือได้ ผมจะโทรเรียกเขาให้มายืนยันที่นี่ด้วยตัวเอง คุณจะได้ให้ผมเข้าสอบได้อย่างสบายใจ..” เมื่อผู้คุมสอบทั้งสองคนได้ฟังข้อเสนอของหลิงหยุนก็ได้แต่คิดในใจว่าหลิงหยุนดูท่าจะโอ้อวดเกินจริง! หลิงหยุนยิ้มเล็กน้อยจากนั้นจึงเอ่ยชื่อออกไปสองสามชื่อ “ครูใหญ่จางแห่งโรงเรียนมัธยมจิงฉู ผู้อำนวยการสำนักงานรักษาความมั่นคงคนปัจจุบัน และเลขาธิการสำนักงานเทศบาลเมืองจิงฉู..” หลังจากเอ่ยออกไปสามชื่อหลิงหยุนก็ยืนยิ้มและจ้องมองครูผู้คุมสอบทั้งสองคนที่กำลังยืนตะลึง พร้อมกับถามเบาๆว่า “ไม่ทราบว่ามีคนใหนที่จะพอจะน่าเชื่อถือในสายตาของพวกคุณทั้งสองคนบ้างมั๊ยครับบอกผมมาได้เลย ผมจะได้โทรเรียกให้มายืนยันตัวตนของผมเดี๋ยวนี้!” “เอ่อ..” “คือ..” ครูผู้คุมสอบทั้งสองคนถึงกับพูดอะไรไม่ออกหลังจากที่หายตกใจ ทั้งคู่ก็หันไปมองหน้ากัน และหันไปมองบรรดานักเรียนที่ช่วยกันยืนยันตัวตนให้กับหลิงหยุน “เชื่อเขาเถอะครับ..หลิงหยุนสามารถโทรเรียกคนพวกนั้นมาได้จริงๆ!” “ใช่ครับ..ผมโทรเรียกพวกเขาให้มาที่นี่ได้จริงๆ!”นักเรียนจากโรงเรียนมัธยมมจิงฉูต่างพากันหัวเราะออกมาพร้อมกันพร้อมกับคิดในใจว่า ‘หลิงหยุนช่างแน่จริงๆ!’เฉิงเมี่ยนเหลือบมองหลิงหยุนจากนั้นจึงเดินเข้าไปสะกิดอาจารย์หวัง และพาเดินเลี่ยงไปข้างๆพร้อมกับกระซิบเบาๆว่า“ครูคะ..หนูเป็นลูกสาวของเฉิงเทียนซึ่งเป็นเจ้าของกลุ่มบริษัทเฉิงเมดิคัลกรุ๊บ เชื่อหนูเถอะค่ะ! หลิงหยุนสามารถโทรเรียกคนพวกนั้นมาได้จริงๆ และพวกเขาจะมาในทันทีด้วย!”ครูหวังได้ฟังถึงกับตกใจเขาเหลือบมองหลิงหยุนพร้อมกับกระซิบถามเฉิงเมี่ยนว่า “คนพวกนั้นจะมาเพื่อเขาจริงๆน่ะเหรอ”เฉิงเมี่ยนพยักหน้าพร้อมกับตอบไปว่า“จริงค่ะ! แน่นนอนร้อยเปอร์เซ็นต์! แล้วถ้าพวกเขามาถึง ก็คงต้องไม่พอใจอย่างแน่นอน แล้วครูก็อาจจะถูกตำหนิว่าทำหน้าที่ผู้คุมสอบได้ไร้ประสิทธิภาพ!”“แต่ถ้าไม่เชื่อจริงๆ!ครูก็ลองให้หลิงหยุนโทรหาพวกเขาดูสิคะ แล้วก็ลองพูดคุยกับพวกเขาทางโทรศัพท์แทนก็ได้..”ครูหวังได้แต่ตกตะลึงและได้แต่คิดในใจว่าเด็กนักเรียนโรงเรียนนี้ดูเหมือนจะใหญ่โตกันจริงๆ เพราะแม้แต่เขาเองยังแค่เคยได้ยินแต่ชื่อคนใหญ่คนโตพวกนั้น“เอาล่ะ..ดูจากรูปแล้วก็เป็นคนเดียวกัน เพียงแค่.. ผอมลงเท่านั้น!”“ดูคิ้วสิ..เหมือนกันเปี๊ยบเลย! เธอเข้าห้องสอบได้!”ครูผู้คุมสอบทั้งสองคนก็ไม่กล้าเสี่ยงเหมือนกันจึงตัดสินใจให้หลิงหยุนเข้าห้องสอบทันทีหลิงหยุนเดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะของตนเองและเห็นเฉิงเมี่ยนหันหลังมามองเขาด้วยสายตาที่บ่งบอกว่าหลิงหยุนต้องขอบคุณเธอ!หลิงหยุนเพียงแค่ยิ้มและไม่พูดอะไรอีก จากนั้นเขาก็สังเกตเห็นว่ามีโต๊ะสอบว่างอยู่ตัวหนึ่งหนึ่ง คือโต๊ะที่อยู่ด้านหน้าของฉีเสี่ยวชิง หลี่เทียนไม่ได้มาสอบ!“วันนี้ร้อนจริงๆเลย..”“ห้องสอบก็ไม่มีแอร์..ร้อนจะตายอยู่แล้ว!”“ต่อให้มีแอร์ก็เปิดไม่ได้เพราะเสียงมันจะดังรบกวนการสอบของนักเรียนในห้อง”“แต่อากาศร้อนก็มีผลต่อการสอบของพวกเราเหมือนกันนะ..”“โชคร้ายชะมัดฟ้าครึ้มฝนตกมาตลอดครึ่งเดือน แต่พอวันสอบเอนทรานซ์กลับแดดออกจ้าซะงั้น..”ในสภาพอากาศที่อุณหภูมิสูงถึงสามสิบแปดองศาเช่นนี้นักเรียนที่เข้าสอบภายในห้องกว่าสี่สิบคนต่างก็พากันนั่งเหงื่อตก และบ่มกันพึมพำหลิงหยุนได้แต่คิดในใจว่า‘เป็นโชคดีของข้าสินะ’หลิงหยุนแอบเดินพลังลับหยินหยางทำให้ร่างกายของเขาเย็นสบาย และอุณหภูมิภายในห้องสอบก็ค่อยๆลดลงเกือบสิบองศาเลยทีเดียว“เอ๊ะ!ทำไมจู่ๆอากาศถึงเย็นลงได้ล่ะ มีใครเปิดแอร์งั้นเหรอ?”“สบายจัง..กำลังสบายเลย อากาศแบบนี้เหมาะกับการทำข้อสอบจริงๆ”หลายคนพากันร้องอุทานออกมาอย่างแปลกใจหลิงหยุนได้แต่แอบยิ้ม!และเมื่อเสียงกริ่งดังขึ้นก็เป็นสัญญาณว่าการสอบเอนทรานซ์กำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว และสนามสอบก็ไม่ต่างจากสนามแข่งม้า ที่เมื่อถูกปล่อยออกจากคอก ม้าทุกตัวต่างก็แข่งกันวิ่งอย่างบ้าระห่ำวิชาแรกที่สอบในวันนี้ก็คือภาษาจีนหลิงหยุนใช้จิตหยังรู้กวาดดูคำถามทั้งหมดในข้อสอบ เมื่อเห็นว่ามีการให้เขียนเรียงความด้วย เขาจึงได้แต่แอบหัวเราะอยู่ในใจ หลิงหยุนได้ท่องจำเรียงความดีๆมาจำนวนมากมาย ก็แค่เลือกที่เขียนไว้ดีและน่าประทับใจมาสักอันสำหรับข้อสอบในส่วนอื่นนั้นก็ยิ่งไม่เป็นปัญหาสำหรับหลิงหยุน เพราะนอกจากเขาจะท่องหนังสือเรียนมาทุกเล่มแล้ว เขายังท่องดิกชันนารีภาษาจีน และสำนวนมาทั้งหมดแล้ว จึงนับว่าเป็นเรื่องที่ง่ายสำหรับเขาอย่างมาก‘เด็กๆ!’หลิงหยุนคิดอยู่ในใจที่เหลือก็คือการคัดอักษรจีนและตัวหนังสือที่หลิงหยุนคัดออกมานั้น ก็สวยงามราวกับปรมาจารย์ด้านการเขียนอักษรจีนมาเขียนด้วยตัวเองหลิงหยุนเป็นผู้ฝึกบ่มเพาะพลังและฝึกตนตามหลักเต๋า เขาประยุกต์เพลงดาบของตนเองเข้ากับการคัดอักษรจีน แต่ละเส้นที่ตวัดลงไปนั้นจึงคมชัดราวกับเขียนด้วยปลายดาบ ทำให้แต่ละเส้นไม่ว่าจะเป็นเส้นตรงหรือเส้นนอน ก็ล้วนแล้วแต่นุ่มนวลงดงามอย่างหาที่เปรียบไม่ได้หลิงหยุนไม่เพียงคัดตัวอักษรจีนได้อย่างงดงามแต่ยังเขียนได้รวดเร็วอีกด้วย เพราะด้วยพลังของจิตหยั่งรู้ ทำให้หลิงหยุนไม่ต้องคอยมองตัวอักษรต้นแบบอยู่บ่อยๆ และเพียงแค่หนึ่งในสามของเวลาทั้งหมด เขาก็สามารถจัดการทำข้อสอบได้เสร็จหมดทุกข้อ‘คิดว่าอย่างมากข้าก็โดนหักสองสามคะแนนในเรื่องของการเขียนเรียงความ..’หลิงหยุนคิดในขณะที่กำลังวางปากกาในมือลงและก็เป็นอย่างที่หลิงหยุนคิดเพราะในวิชาภาษาจีนนี้ เขาทำได้คะแนนได้สมบูรณ์แบบยอดเยี่ยม และโดนหักคะแนนเล็กน้อยจากการเขียนเรียงความเท่านั้นแต่ถึงแม้จะใช้เวลาในการทำข้อสอบไปเพียงแค่หนึ่งในสามหลิงหยุนก็ไม่รีบร้อนออกจากห้องสอบ เขาใช้จิตหยั่งรู้สำรวจดูกระดาษคำตอบของเฉิงเมี่ยน จากนั้นจึงส่งกระแสจิตบอกกับเธอว่า–น้องเมีย..ฟังนะ! สิ่งที่ผมพูดกับคุณอยู่นี้ เราจะได้ยินกันเพียงแค่สองคนเท่านั้น–-เอาล่ะ..ผมจะบอกคำตอบคุณแล้วนะ เตรียมเขียนคำตอบลงไปในกระดาษได้เลย ใจเย็นๆ ทำใจให้สบาย รับรองว่าถูกหมดอย่างแน่นอน..-เฉิงเมี่ยนถึงกับตกใจสุดขีดแต่เธอก็ก้มหน้าก้มตาฟังคำตอบจากหลิงหยุนทีละข้อโดยไม่หันกลับไปมองเขา คำพูดของหลิงหยุนชัดราวกับมายืนพูดอยู่ข้างหูของเธอหลังจากบอกคำตอบในส่วนที่เป็นปรนัยไปแล้วหลิงหยุนยังคงช่วยเฉิงเมี่ยนต่อในเรื่องของการเขียนเรียงความ เขาอ่านทีละประโยคให้เฉิงเมี่ยนเขียนตาม และเพียงไม่นานเรียงความแปดร้อยตัวอักษรก็เสร็จเรียบร้อยหลังจากที่เฉิงเมี่ยนทำข้อสอบเสร็จทุกข้อแล้วหลิงหยุนก็ไม่สนใจเธออีก เขาจัดการใช้จิตหยั่งรู้สำรวจดูกระดาษคำตอบของฉีเสี่ยวชิง และหลิงหยุนก็ถึงกับตกใจ!ฉีเสี่ยวชิงเป็นนักเรียนสายศิลป์เช่นเดียวกับหลิงหยุนเขาตกใจสุดขีดเมื่อพบว่าเรียงความของเขาและเธอนั้นเหมือนกับเกือบหมด!